โคกสมานคุณ, วัด
วัดโคกสมานคุณ เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ ตั้งอยู่เลขที่ ๑ หมู่ที่ ๑ ตำบลหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่จังหวัดสงขลา เดิมวัดนี้เรียกกันว่าวัดโคกเสม็ดชุน อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอหาดใหญ่ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ ๑ กิโลเมตร มีเนื้อที่ประมาณ ๒๗ ไร่เศษ
วัดโคกสมานคุณสร้างในสมัยใดไม่ปรากฏหลักฐาน เป็นวัดร้างมาก่อน สภาพวัดร้างยังมีพัทธสีมาทำด้วยไม้แก่นปักอยู่ครบ ครั้นประมาณปี พ.ศ.๒๔๕๑ ทางราชพัสดุเห็นว่าเป็นสถานที่ว่างเปล่า จึงได้ขึ้นทะเบียนผนวกไว้กับที่ดินราชพัสดุล่วงเลยมาหลายปีที่ดินบางส่วนของวัดที่ราชพัสดุขึ้นทะเบียนไว้ทางราชการได้สร้างเป็นสถานที่ราชการหลายหน่วยงาน เช่นสถานีตำรวจภูธร สถานีอนามัย ห้องสมุดประชาชนและบ้านพักพนักงานเทศบาล เป็นต้น มาถึงปี พ.ศ.๒๔๖๕ ในสมัยที่กรมการรถไฟได้ย้ายสถานีชุมทางอู่ตะเภามาตั้งที่สถานีชุมทางหาดใหญ่ พระอุปัชฌาย์ปาน วัดคลองเรียน อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ได้เห็นความลำบากของสงฆ์ที่โดยสารรถไฟมาถึงชุมทางหาดใหญ่ยามค่ำคืนแล้วไม่มีที่จำวัดต้องเดินทางไปจำวัดที่วัดคลองเรียนบ้าง วัดคลองแห อำเภอหาดใหญ่บ้าง ซึ่งวัดทั้งสองอยู่ห่างจากสถานีรถไฟหาดใหญ่หลายกิโลเมตร จึงดำริที่จะสร้างที่พักสงฆ์ขึ้นในบริเวณวัดร้าง และได้กราบเรียนเจ้าคณะจังหวัดสงขลา คือ พระราชเมธี (จูอิสสรญาโน) วัดมัชฌิมาวาสฯ อำเภอเมืองสงขลา (ภายหลังได้เลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระรัตนธัชมุนี) ให้ทราบ ครั้นได้รับความเห็นชอบท่านจึงทูลขอพระราชทานที่ดินวัดร้างจากสมเด็จฯกรมหลวงลพบุรีราเมศวร์ อุปราชปักษ์ใต้ ปรากฏว่าอุปราชได้ทรงอนุญาตและให้หลวงทิพย์กำแหงสงคราม (ภายหลังได้เลื่อนเป็นพระเสน่หามนตรี) นายอำเภอหาดใหญ่ หมื่นหาดใหญ่ยศเขต (แสง พัฒโน) กำนันตำบลหาดใหญ่ นายบุญแก้วศรนรินทร์ (โยมบิดาของพระราชรัตนดิลก) สารวัตรกำนันร่วมกันตรวจสอบแบ่งส่วนที่เป็นวัดร้างออกจากที่ดินราชพัสดุโดยการตรวจสอบปักเขตวัดเนื้อที่ประมาณ ๒๗ ไร่เศษ จากนั้นพระอุปัชฌาย์ปานได้ชักชวนให้ชาวบ้านตำบลใกล้เคียงโดยรอบมีตำบลคลองแห ดำบลบ้านพรุ ตำบลควนลัง โดยการนำของเจ้าอาวาสวัดในตำบลนั้น ๆ มาร่วมกันบุกเบิกในวันอาทิตย์แรม ๘ ค่ำ เดือน ๕ ปีกุน ตรงกับวันที่ ๘ เมษายน พ.ศ.๒๔๖๖ซึ่งถือเป็นวันดี แล้วได้ปลูกสร้างศาลาหลังหนึ่งพร้อมตั้งชื่อวัดนี้ว่า "วัดโคกสมานคุณ" พระอุปัชฌาย์ปานเองก็มาจำพรรษาที่วัดนี้โดยเป็นเจ้าอาวาสรูปแรก ต่อมาวัดเจริญมากขึ้นเป็นลำดับมีพระภิกษุสามเณรจำพรรษาอยู่ไม่ได้ขาด จนกระทั่งปีพ.ศ.๒๔๗๒ พระอุปัชฌาย์ปานมรณภาพ พระครูสมานคุณานุรักษ์เป็นเจ้าอาวาส ได้สร้างอุโบสถขึ้นในปี พ.ศ.๒๔๘๐ ขอพระราชทานวิสุงคามสีมาและได้ทำพิธีผูกพัทธสีมาแล้วเสร็จในปีนั้น และจากนั้นวัดนี้ก็เป็นสำนักกลางที่สอบธรรมสนามหลวงของอำเภอหาดใหญ่ และเป็นสถานที่คัดเลือกทหารของอำเภอนี้อยู่จนกระทั่งถึง ปี พ.ศ.๒๕๑๗ จึงได้ย้ายไปคัดเลือกที่วัดหาดใหญ่เพราะอยู่ใกล้ที่ว่าการอำเภอมากกว่า
ครั้นถึงปี พ.ศ.๒๕๑๖ อุโบสถซึ่งสร้างมาดั้งแต่ปี พ.ศ.๒๔๘๐ ได้ชำรุดลง ซ่อมแซมได้ยากจึงคิดรื้อสร้างใหม่ โดยได้เอาเงินที่พระเสน่หามนตรี (ดู เสน่หามนตรี (ชื่น สุคนธหงส์) ,พระ) บริจาคสมทบกับเงินของวัดที่จัดหาได้สร้างอุโบสถขึ้นใหม่ในปี พ.ศ.๒๕๑๖ และได้สร้างเสร็จในปี พ.ศ.๒๕๑๘ เมือสร้างอุโบสถเสร็จพระครูสมานคุณานุรักษ์ก็มรณภาพในปีนั้นพระอรรถโมลี (กลิ่น ฐีตคนโธ) เป็นเจ้าอาวาสแทน เป็นเจ้าอาวาสรูปที่ ๓ ในเวลาต่อมาพระอรรถโมลีได้เลื่อนขึ้นเป็นพระราชรัตนดิลก (ดู พระเทพมุนี) ได้รับกราบบังคมทูลอัญเชิญพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ เสด็จทรงยกช่อฟ้าอุโบสถในวันที่ ๒๓กันยายน พ.ศ.๒๕๒๐ ครั้งนี้พระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์บำรุงวัดเป็นเงิน ๒๕,๐๐๐ บาท ด้วยตอนที่ทรงประเคนใบปวารณา ทรงมีพระราชดำริว่า "บำรุงวัดหลวง" โดยที่วัดโคกสมานคุณเป็นวัดราษฎร์ เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสเช่นนั้น จึงเป็นการทรงยกฐานะของวัดขึ้นเป็นพระอารามหลวงโดยปริยาย วัดโคกสมานคุณ จึงเป็นพระอารามหลวงแห่งที่ ๒ ของจังหวัดสงขลาจัดอยู่ในพระอารามหลวงชั้นตรีขึ้นกับเจ้าคณะภาค ๑๘ วัดคูหาสวรรค์ จังหวัดพัทลุง มีพระราชรัตนดิลกเป็นเจ้าอาวาสพระอารามหลวงรูปแรกตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๒๐
เนื่องจากวัดโคกสมานคุณเป็นวัดใหญ่วัดหนึ่ง ที่มีพระภิกษุสามเณรมาจำพรรษาเพื่อศึกษาในปีหนึ่งๆ เป็นจำนวนมาก อีกประการหนึ่งสถานที่ตั้งวัดตั้งอยู่ติดกับกลางใจเมืองหาดใหญ่ วัดจึงได้รับความเจริญไปด้วย จึงมีสิ่งก่อสร้างภายในวัดมากมาย เช่น พระอุโบสถ กุฏิสงฆ์ หอสมุด หอฉัน และอื่น ๆ รวม ๒๗ หลัง นอกจากนี้วัดโคกสมานคุณยังเป็นที่ตั้งของโรงเรียนสมานคุณวิทยาทานซึ่งเป็นโรงเรียนของวัดอีกด้วย สิ่งก่อสร้างที่สำคัญอีกชิ้นหนึ่งที่อยู่ภายในวัด คือรูปปั้นขนาดใหญ่เกี่ยวกับตัวละครในวรรณกรรมที่ชนะการประกวดของพระราชรัตนดิลก ซึ่งมีผู้มาสร้างถวายให้เป็นอนุสรณ์ในการได้รับรางวัลชนะเลิศวรรณกรรมเรื่องต่างๆ เช่น รูปปั้นจากเรื่องวิธูรบัณฑิต พระเจ้าชัยทัศสร ภังคดาบส และมหาชนกคำฉันท์ ซึ่งรูปปันเหล่านี้เป็นสิ่งหนึ่งที่ดีงดูดให้นักท่องเที่ยวสนใจเข้าชมวัดกันมาก ในปัจจุบันนี้วัดโคกสมานคุณนอกจากจะเป็นศาสนสถานที่สำคัญแล้ว ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งของอำเภอหาดใหญ่ด้วย (จริน ศิริ)
| ดูเพิ่มเติมที่ | : พระเทพมุนี (กลิ่น ศรนรินทร์) , เสน่หามนตรี (ชื่น สุคนธหงส์), พระ |