ปรับขนาดตัวอักษร

| |
  

จามเทวี, นาง

ภาค : เหนือ

จามเทวี, นาง 

นางจามเทวี เป็นสตรีที่มีบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์ล้านนา โดยเฉพาะนางคือกษัตริย์องค์แรกของราชวงศ์จามเทวีที่ครองเมืองหริภุญชัยหรือเมืองลำพูน จากประวัติศาสตร์ล้านนา ของสรัสวดี อ๋องสกุล กล่าวว่านางจามเทวีเป็นธิดาของกษัตริย์ละโว้ ขึ้นมาครองเมืองหริภุญชัยในราว พ.ศ.๑๓๑๐-๑๓๑๑ ครั้งนั้นเอกสารโบราณเรียกดินแดนหริภุญชัยว่า "หวังหนีก๊ก" ซึ่งหมายถึงอาณาจักรที่มีผู้หญิงเป็นกษัตริย์ ราชวงศ์นี้ปกครองลำพูนเรื่อยมาจนถึงต้นพุทธศตวรรษที่ ๑๙ จึงสิ้นราชวงศ์ในสมัยพระญายีบา โดยเสียเมืองแก่พระญามังราย

ความจากชินกาลมาลีปกรณ์กล่าวว่า เมื่อพระพุทธเจ้านิพพานแล้ว ๑,๒๐๔ ปี ฤษีชื่อวาสุเทพได้สร้างเมือง "หริปุญชัย" หรือ "หริภุญชัย" ขึ้น แล้วจารหนังสือใส่ใบลานผูกติดไว้ที่กอไผ่ให้ลอยตามลำน้ำปิงลงไปถึงเมืองลวปุระ เมื่อ "สุกกทนต์ฤษี" ทราบความแล้วก็ได้ขึ้นกอไผ่ลอยทวนน้ำไปพบวาสุเทพฤษีและได้หารือกัน แล้วส่งทูตชื่อนายควายไปทูลขอพระโอรสหรือพระธิดาของกษัตริย์ลวปุระ หลังจากนั้นอีกสองปีพระนาง "จัมมเทวี-จามเทวี" จากเมืองลวปุระได้ขึ้นมาครองราชสมบัติในเมืองดังกล่าว

นางจามเทวีขณะนั้นเป็นมเหสีของ "เจ้าประเทศราชในเมืองรามัญ" กำลังทรงพระครรภ์ได้สามเดือน ในขณะที่นางจามเทวียกพลขึ้นมาสู่เมืองลำพูนนั้น นางได้นำเอา "บริวารหมู่ใหญ่จำพวกละ ๕๐๐ องค์ กับพระมหาเถระทรงไตรปิฎก ๕๐๐ องค์ ลงเรือมาตามแม่น้ำพิงค์ ๗ เดือนจึงบรรลุถึงเมืองนี้ท่านวาสุเทพและท่านสุกกทนต์พร้อมด้วยชาวเมืองทั้งปวงได้อัญเชิญนางจัมมเทวีขึ้นนั่งบนกองทองคำแล้วอภิเษก นครนั้นจึงชื่อว่าหริปุญชัยสืบมาจนทุกวันนี้"

เมื่อนางไปถึงเมืองหริปุญชัยได้ ๗ วัน ก็ประสูติพระโอรสแฝดเมื่อวันเพ็ญเดือน ๓ ชื่อ "มหายส" และ "อินทวร" หรือ "อนันตยส" เมื่อพระกุมารมีอายุ ๗ ปีแล้ว มหายสกุมารก็ได้อภิเษกในราชสมบัติ นางจามเทวีก็ได้บำเพ็ญกุศลเรื่อยมา ต่อมาก็ได้มีช้างมงคลมาสู่บุญสมภาร (ภายหลังเรียกช้างนั้นว่า "พู้ก่ำงาเขียว-ปู่ก่ำงาเขียว") ครั้งที่พญามิลักขะชื่อ "พิลังกะ" ยกทัพมาล้อมเมืองหริปุญชัยนั้น เจ้ามหายสประทับที่คอช้างมงคลและมีอินทวรประทับกลางช้างเข้าสู่สงคราม พญามิลักขะเห็นรัศมีแดงโพลงอยู่ที่ปลายงาช้างก็ตกใจมาก กองทัพจึงแตกตื่นหนีไป นับแต่นั้นเมืองหริปุญชัยก็อยู่เป็นสุขสืบมา ต่อมาก็ได้มีการอภิเษกอนันตยสและอินทวรกับพระธิดาแฝดของพญา-มิลักขราชอีกด้วย

เมื่ออินทวรกุมารประสงค์จะครองสมบัติแยกออกไปต่างหาก วาสุเทพฤษีจึงแนะให้ไปขอพรานชื่อ "เขลางค์" นำไปหาสุพรหมฤษี ซึ่งสุพรหมฤษีและพรานเขลางค์ก็สร้างเมืองให้อินทวรครอบครอง เมืองนั้นจึงได้ชื่อว่า "เขลางคนคร" ต่อมาเมื่ออินทวรเชิญพระนางจามเทวีไปเยี่ยมนั้น นางก็ได้อภิเษกอินทวรกุมารให้ครองเมือง หลังจากที่ประทับอยู่ที่เมืองใหม่ถึง ๖ เดือนแล้ว นางก็กลับคืนสู่หริภุญชัยนครและหลังจากนั้น อีก ๒ เดือน นางจามเทวีก็สิ้นพระชนม์

ความจากคำแปลจามเทวีวงศ์ พงศาวดารเมืองหริปุญชัย พิมพ์โดยกรมศิลปากร เมื่อ พ.ศ.๒๕๑๖ กล่าวถึงเรื่องนางจามเทวีไว้อย่างละเอียด และมีความแตกต่างไปจากชินกาลมาลีปกรณ์บ้างเล็กน้อย โดยเฉพาะในตอนที่ว่าด้วยการสร้างเมืองหริปุญชัย จึงใคร่จะนำความในส่วนดังกล่าวมาเสนอเพิ่มโดยสรุปว่า ในครั้งที่วาสุเทพฤษีคิดจะสร้างเมืองขึ้นอีกนั้น ท่านได้เขียนหนังสือให้เทวดานำไปสู่ลวนครด้วยกอไผ่เมื่อสุกกทันต์ฤษีทราบความจากหนังสือนั้นแล้วก็เหาะไปหาวาสุเทพฤษี เพื่อหารือกันถึงการที่จะสร้างเมือง เมื่อทั้งสองได้ตรวจดูสถานที่แล้ว สุกกทันต์ฤษีก็เสนอว่าควรสร้างเมืองให้มีสัณฐานคล้ายเปลือกหอยสังข์ และให้ "นายคะวะยะ"หรือนายควายไปบอกสัชชนาไลยฤษีให้หาเปลือกหอยสังข์ไปให้สัชชนาไลยฤษีก็ใช้นกหัสดีลิงค์ไปคาบเปลือกหอยสังข์จากทะเลใหญ่ไปให้ฤษีทั้งสอง จากนั้นฤษีทั้งสองก็ขีดพื้นดินให้กลมตามแบบเปลือกหอยสังข์ที่หงายขึ้น มีความกว้างยาวโดยรอบ ๑,๕๕๐ วา รอยที่ขีดลงก็กลายเป็นคูเมืองและมีกำแพงปราการและอื่นๆ อย่างครบถ้วน

สรุปความจากชิ้นกาลมาลีปกรณ์ว่า วาสุเทพฤษีสร้าง

เมืองหริปุญชัยเมื่อ พ.ศ.๑๒๐๔ หลังจากนั้นอีก ๒ ปีจึงได้นางจามเทวีไปครองเมือง พระนางได้ปกครองเมืองด้วยพระองค์เอง ๗ ปี ต่อแต่นั้น พระเจ้ามหันตยส (มหายส) ได้ครองราชสมบัติ ๘๐ ปี (ดูเพิ่มที่ ตำนานจามเทวี, กาพย์เจี้ยจามเทวี และวิรังคะ)

อุดม รุ่งเรืองศรี

อนุสาวรีย์พระนางจามเทวี กลางเมืองลำพูน

 

รูปปั้นนางจามเทวี ในศาลเจ้าแม่จามเทวี ที่ดอยติ ก่อนเข้าเมืองลำพูน

 

ภาพจิตรกรรมฝาผนังวิหารวัดจามเทวี ว่าด้วยเรื่องตำนานนางจามเทวี