คำเวนทานเดือนยี่เพง 
เดือนยี่เพงซึ่งทั่วไปมักเขียน "ยี่เป็ง" นี้ตรงกับวันเพ็ญเดือนสิบสองของภาคกลาง อันเป็นเทศกาลงานบุญที่เอิกเกริก มีการกวนข้าวมธุปายาส ในระยะหลังมีการล่องสะเพาหรือลอยกระทง (ในบางท้องที่) โดยเฉพาะ โดยประเพณีโบราณแล้ว จะมีการ ตั้งธัมม์หลวง หรือการเทศน์ที่ใช้ชาดกเรื่องสำคัญหรือชาดกที่มีความยาวมากกว่าปกติที่ใช้เทศน์ในวันธรรมสวนะปกติ เช่น เวสสันตระชาดก หรือ จุมปาสี่ต้น เป็นต้นและยังมีการกวนข้าวมธุปายาส
นอกจากนี้ จุดเด่นของการทำบุญในเดือนนี้ก็คือการทำบุญที่เรียกว่า ทานธัมม์ คือการนำเอาคัมภีร์ที่ได้คัดลอกหรือจ้างผู้อื่นคัดลอกให้มาถวาย ชาดกดังกล่าวเรียกว่า ธัมม์ชาตาคือชาดกที่กำหนดว่าผู้ที่เกิดในปี เดือน วัน ต่างๆ ควรจะนำเอาชาดกเรื่องใดบ้างมาถวาย นอกจากนี้ ยังมีกาจุดประทีปโคมไฟ ดอกไม้ไฟ ซึ่งถือว่าเป็นพุทธบูชา ดังที่มีธัมม์อานิสงส์ผางประทีปหรือคัมภีร์ที่ระบุถึงส่วนดีหรือส่วนบุญในการจุดประทีปโคมไฟเป็นพุทธบูชาแล้วนั้น
การทำบุญในเทศกาลเดือนยี่เพงหรือวันเพ็ญเดือนสิบสองนี้จึงนับว่าเป็นเรื่องใหญ่ ดังที่จะมีคำโอกาสเวนทานที่เป็นพิเศษไปด้วย ดังมีตัวอย่างคำเวนทานเดือนยี่เพงสำนวนหนึ่งที่ปรากฏในผลงานชื่อ ประเพณีเดิม ของทวี เขื่อนแก้ว ดังนี้
โย สนฺนิสินฺโรน วรโพธิมูเล
มารํ สเสนํ มหนฺตึ วิ เชยฺโย
สมฺโพธิมาคจฺฉิ อนนฺตญาโณ โลกุตฺตโร
ตํ ปณามิ พุทฺธํ
อฏฐํคิโก อริสยปโถ ชนานํ
โมกฺขปฺปเวสาย อุชุกมคฺโค
ธมฺโม อยํ สนฺติกโร (ปณีโต)
นิยฺยนิโก ตํ ปณามิ ธมฺมํ
สงฺโฆ วิสุทฺโธ วรทุกฺขิเณยฺโย
สนฺตินฺทฺริโย สพฺพมูลปฺปหีโน
คุเณหิเนเกหิ สมิทฺธรปตฺโต
(อยาสโว) ตํ ปณามิ สงฺฆ์ํ
โย โส สมเด็จเลยพระเป็นเจ้าเลิสองค์ใด สนฺนิสินฺโน ตนประเสิฐกว่าโลกาทุกแห่งห้องไตรภูมิ
ผู้ข้าทังหลายประหนมนบน้อมเกล้าวิถีทวาร ตํ ปณามิ พุทฺธํ ตนประจญแพ้มาร
ทิวสํ ชู่วัน ๆ ผู้ข้ากราบไหว้วันทา อิติปิ โส ภควา ตนเปนเค้าเหง้า
ห้าสิบหกบ่เส้าคือว่าคุณสรีสัพพัญญเจ้าหน่อพุทโธ อันว่าพระสัทธัมโม มีสวากขาโตเปนที่ไหว้
นับว่าได้สามสิบแปดกฎแขวดเปนคุณพระสัทธัมม์ ส่วนคุณพระสังฆังค็ถีงามแท้
ตั้งแต่สุปฏิปันนดา จตุทัสสาสิบสี่ แด่จัดแจ้งถี่รวมคุณแห่งพระแก้วเจ้าทังสาม
มีร้อยแปดงามเลิสเลส ผู้ข้าทังหลายรู้ว่าวิเสสแท้นักหนา
สาธุ โอกาสะ ข้าแต่พระติไตรรตนะผ่านแผ้วพระแก้วเจ้าทังสาม
ในครากาละบัดนี้ค็หากเปนวันดี ติถีอันวิเสสเหตุว่าเป็นวันเดือนยี่เพง
นับตามธัมมเนียมมาแต่เค้า ปางเมื่อโพธิสัตต์เจ้ายังส้างสมพาร
ได้ท่วนเที่ยวไพมาในสงสารหลายกำเนิด ปางเมื่อได้เกิดเปนลูกกาเผือก
ปฐมะก่อแรกเป็นมนุสสา ยังมีแม่กาตัวนึ่งเล่า
ในสาสนาพระพุทธะเจ้าตนชื่อตัณหังกโร พระพุทโธ ปรินิพพุโต ท่านค็นิพพานไพแล้ว
ไว้สารูปแก้วแลคำสอน ยามนั้นพระภูธอรค์จุติคลาดแคล้ว
จากชั้นฟ้าตาวติงสา ปัญจมนุสสาได้ลงมาเกิด
เอากำเนิดในท้องแม่กาเผือก ทรงคัพภะไข่ห้าฟอง
ในรังคอนค่าไม้ ที่จิ่มใกล้แม่น้ำนที
ในดิถีขึ้น ๑๕ ค่ำรดูเดือนแปด สายฟ้าแมบรวายเรื่อง
เมฆะเนื่องสะสน พายุฝนอันใหย่
ค็มาพัดรังไข่ตกลง ในโขงนที่น้ำกว้าง
ด้วยกุสลอันได้ส้าง ค็ไหลไพค้างที่ริมธาร
กกุฏฏ ยังมีแม่ไก่ แอ่วเซาะไช้ล่าหากิน
ค็มาหันยินชอบสู้ แล้วคีร้องกุกคาบเอาไพ
ตามนิสัยธัมมชาติ รักษาไว้บ่พรากไคลคลา
จันทิมานาโค ยังมีแม่นาคมาหันใส่ไข่ค็คาบเอาไพ
ค็มีใจอ่วงห้อย รักฅะฅ้อยชูฅืนวัน
องฺคารํ ถีนกํ ยังมีแม่เต่า ค็เอาไข่นั้นเล่าเปนลูกถ้วนสาม
โคณจตุตุถ์ ซ้ำมีแม่งัว ตัวมีวัณณะผิวผ่อง
แอ่วเดินท่องเต้าเลียบแม่น้ำนที ในวิถีแก่นกล้า
เดินกินหย้าริมน้ำลำตลอง ค็ได้ไข่สองฟองด้วยน้ำนองพัดล่อง
งัวค็รีบวะว่องเรวไว ใส่ใจเอาไข่มารักษาไว้หื้อพ้นภัยยา
สัพพัตถาชูสิ่ง รักษาเจ้าจอมมิ่งโพธา
เอกา อิตุถี ยังมีนางยิงผู้นึ่ง เคยระรื่นไพซักผ้าชู่วัน ๆ
ค็มาพบพานหันไข่ มีใจใคร่ได้แล้วค็เก็บเอามา
ตามภาษาคนแลสัตต์ต่างเพศ ด้วยจิตต์เจตต์ไผมัน
ได้หลายคืนวันน้อยมาก สิบห้าวันหากเตมตัน
ตามนิทานไขกล่าว ธัมมดาไข่หากเถิงกาละควร
ฝูงไข่ทั้งมวลห้าลูก แม่เลี้ยงหากผูกชื่อไว้ติดตามมา
เถิงวัยยาขึ้นใหญ่ อายุได้สิบปี
ด้วยปารมปางก่อน ค็บ่ผ่อนหายหน
อันว่าเขาเจ้าทั้งห้าคนค็มีใจใคร่บวช ส้างผนวชเปนรสี
ค็ขอลาแม่เลี้ยงใผมันด้วยดีด้วยชอบ เพื่อประกอบพรหมจริยกัมม์
ท้าวตนหันหนทางวิเวก ค็ลาแม่เลี้ยงถ่ายเพสเปนรสี
ตามกัมพีร์ไขบอก อันออกนิยายธัมม์
ด้วยสัจจังหมั้นแก่น หากถูกแม่นเป็นลูกกาเผือก
ทังห้าตนต่างตนค็บวช ทรงผนวชชฎา
พ่ำเพงพรหมเมตตาในป่า ด้วยปารมีแส้งส้าติดตามมา
จระเดินมัคคาเที่ยวไต่ มีวันนึ่งไส้เทพพะไฮ้บันดล
ต่างตนค็ไพพร้อมหน้า ในป่าไม้ปัพพตา
ในดอยสิงคุตตระตะโค่ง อันองค์ท่านเจ้ารสี
ก็มีปรานีต้านตอบ ว่ารสีพี่น้องอยู่บ้านเมืองใด
อันว่ารสีทั้งหลายค็ปราสรัยถ้อยถูก ค็หากเป็นลูกกาเผือกแม่เดียวกัน
ค็มีคำปราถนาใคร่หันหน้าแม่ ตั้งแต่วันนั้นมา อันว่าแม่กา
คันจุติมรณาคลาคลาด ค็ได้ไพเกิดสุทธาวาส
มีชื่อฆติกามหาพรหม ทรงพระชนม์วิโรจน์
เสวยทิพพโสดด้วยนางนาฏสนม เทพาชมชื่นเคล้า
ส่วนว่าเจ้ารสี ใคร่หันหน้าแม่เจ้าชู่วันยาม
ค็ตั้งสัจจะปฏิญญาณเสี่ยงท้า คันว่าจักได้เป็นพระพายหน้า
ขอแม่ตูข้าจุ่งเสด็จมา ด้วยทิพพจักขุตา
ในกาละนั้นนางมหาพรหมค็รู้แจ้งเหตุ จิ่งกลับกลายเพสมาสู่โลกา
หื้อสมคำปราถนาแห่งลูก อันผูกเกล้าเป็นชฎา
อันว่ามหาพรหมค็เสด็จลงมา เทสนาไขบอก
ด้านถ้อยตอบเป็นวาจา ว่าปุตตาลูกทังห้า
แต่นี้ไพหน้าซาวห้าอสงขัย จักบ่สงสัยเว้นแว่
เมื่อสมพารเจ้าแก่ จักได้เปนพระแท้เหมือนกันชู่องค์
ค็มีความจำนงรักลูก ด้านถ้อยถูกวจี
ว่าหื้อเป็นสักขีพยานพายหน้า ในสำนักพระเจ้าฟ้า
เมื่อเถิงสัพพัญญู อันเป็นครูแก่โลก
เพื่อเป็นพระโปรดสัตตา หื้อเอาปาทาแห่งแม่
ไว้ปูชาแต่ช้องหน้า ในสำนักภควา
ในยามนั้นนา มหาพรหมดนวิเสส
จิ่งเอาทิพเทพมาฝัน แล้วชักออกเปนตีนกา
ด้วยเหตุนี้ คันเถิงเดือนยี่เพงมา
ค็พากันปูชาน้ำมันงาประทีส ตามจารีตปาเวณี
แต่นั้นมาเมื่อพระโคตมะเจ้า เข้าสู่แม่น้ำนัมมทานที
ยังมีพระญานาค ค็หากได้มาปูชาพระพุทธะเจ้า
ในกาละนั้นเล่า หากเป็นเดือนยี่เพง
เหตุนั้น มูลสัทธาค็มาเลงหันว่า รดูมาไฅว่
ชู่ใหญ่น้อยชายยิ ค็ฝังกทลึกล้วยอ้อย
โคมไฟใหย่น้อย ไฟดอกไฟดาว
เจาะขึ้นกลางหาวพายบนหนอากาส มีทังลูกไฟอยวาดแลโคมลอย
โคมผัดละอ่อนคอยเปนหมู่ ฝูงเถ้าแก่นั่งอยู่ฟังธัม์
อันว่ามูลสัทธาค็มาหื้อทาน ธัมม์ชาตาปี เดือน วัน
ตามกำลังใผมันน้อยใหย่ มีใจใฝ่ชมทาน
บัดนี้ค็ได้ตกแต่งนำมา ยังปุปผาลาชาดวงดอก
เข้าตอกดอกไม้ลำเทียน โภชนาหารนานาวัตถุทาน
มาถวายแก่พระแก้วเจ้าสามประการ แล้วขอจุ่งมีธัมมเมตตา
อว่ายหน้าปฏิคหะรับเอา ยังวัตถุทานทังหลาย
ขอเปนประจัยแก่ชาตินี้ชาติ์หน้า คือเมืองคนแลเมืองฟ้า
มีเนรพานเป็นยอด แท้ดีหลี
บุญญราสีอันนี้นามีมาก จักอุทิสสะฝากไพหา
ฝูงจุดิมรณาคลาคลาด เปนต้นว่าญาติพี่น้อง
ลูกเต้าหลานเหลนพ่อแม่เถ้าแก่วงสา หลอนได้เป็นเปตาทุกข์ยาก
ด้วยเตชะฝากของทาน จุ่งไพยกออกจากทางผานเรวด่วน
หื้อพ้นทุกข์ส่วนแสนอัน ด้วยเดชะบุญทานมีมาก
ยกออกจากเปตา หื้อได้เป็นเทวดาตนวิเสส
สมบัติทิพเทพมีหลาย ในเวหาปราสาท
เทวกัญญามากในฉ้อกาม์ คันเมี้ยนปัญจขันธาลงมาเกิดเมืองคน
หื้อมีริพลแหนแห่ เปนเจ้าแก่ปัชชา
ในรัฏฐาเมืองใหย่ มีไพร่ฟ้ามากหลวงหลาย
พลนิกาเงินคำช้างม้า ทั้งเครื่องง้าอลังการ
ได้พบพานพุทธบาท อย่าได้ประหมาททางบุญ
หื้อมีกุสลแก่กล้า ไพสู่ชั้นฟ้าแลเนรพานแท้ดีหลี
บุญญราสีอันได้มาปูชาน้ำมันผางประทีปนี้ แล้วจักอุทิสสะไพหาเทวดา
อันรักษาที่นี้เป็นเค้าเป็นประธาน อันรักษากายาเนื้อตนพายนอกตน
มีต้นว่ารุกขเทวดาปัพพตเทวดา ฉอกามาวจรเทวดา
เทพินท์อินทาพรหมยมราช ครุฑนาดน้ำไอสวร
นางนาฏไธ้ธรณีสรีคุตตอมาตย์ จนจำบุญแลจำบาป
ตนจำนำอยาดหมายทาน จุ่งมาภัดตานุโมทนา
แล้วจุ่งมากฎเอาลายหมายเอาชื่อ แห่งสัทธาผู้ข้าทังหลาย
ใส่ไว้ในปัตตาหลาบคำ สนำจำจื่อไว้ใกล้ต่อหน้าทันตา
ฉายา อิว จุ่งเป็นตั่งร่มเงาไพเทียมตัวทุกชาติ์ อย่าคลาดคลาแท้ดีหลี
สุดท้ายนี้นา จักโอกาสเวนทาน ตามมคธภาษาบาลี ว่า
อิมานิ มยํ ภนุเต ภตฺตานิ ปทีปานิ ปริวารานิ
ติรตนานิ โอโณชยาม สาธุ โน ภนุเต
ติรตนานิ ภตฺตานิ ปทีปานิ สปริวารานิ ปฏิคณฺหาตุ
อมฺหากํ ทีฆรตฺตํ หิตาย สุขาย ยาว นิพฺพานาย
สํวตฺตนฺตฺ โน ฯ
ธัมมาสน์ในพิธีตั้งธัมม์หลวง ในเทศกาลเดือนยี่เพงหรือวันเพ็ญเดือนสิบสอง