ปรับขนาดตัวอักษร

| |
  

ศรีอินทราทิตย์, พ่อขุน

ภาค : กลาง

ศรีอินทราทิตย์, พ่อขุน

          พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ เป็นกษัตริย์พระองค์แรกของราชวงศ์พระร่วงได้ทรงก่อตั้งอาณาจักรสุโขทัยเมื่อปลายพุทธ-ศตวรรษที่ ๑๘ (ประมาณ พ.ศ.๑๗๒๖-๑๗๘๐) เดิมชื่อพ่อขุนบางกลางหาว นักประวัติศาสตร์เชื่อกันว่าพระองค์มีเชื้อสายมาจากไทยใหญ่ โดยศึกษาจากจารึกหลัก ๘ข หรือหลักที่ ๔๕ ได้กล่าวถึงเชื้อสายของพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ว่าเริ่มจาก ปู่จิดขุนจอด ปู่พระยาศรีอินทราทิตย์ ปู่จิดเป็นปู่ของพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ ส่วนขุดจอดเป็นบิดาของพ่อขุนศรี-อินทราทิตย์

          คำว่า "ขุน" สมัยก่อนหมายถึงเจ้าเมือง ศาสตราจารย์ขจร สุขพานิช ตีความว่า จิด จอด เป็นชื่อของเมืองเล็ก ๆในแคว้นไทยใหญ่ ปัจจุบันคือเมือง Kyit, Kyawt คงจะได้ทำการอพยพลงมาอาศัยอยู่ในดินแดนไทยแถบทางเหนือ หรือมิฉะนั้นก็คงจะเป็นแม่ทัพนายกองของเจ้าสามหลวงฟ้าด้วยคราวมาตีแถบลุ่มน้ำเจ้าพระยา และคงได้เข้ามาทำการปกครองดินแดนไทยแถบเหนือรุ่นราวคราวเดียวกับพ่อขุนนำถม แต่จะเป็นเมืองใดไม่ปรากฏ

          จากจารึกหลัก ๒ วัดศรีชุมซึ่งเป็นจารึกที่พระมหาศรีสัทธารามจุฬามณีศรีรัตนลังกาทวีปมหาสามี พระสังฆราชของสุโขทัยผู้เป็นหลานของพ่อขุนผาเมือง เจ้าเมืองราด เป็นผู้จารึก ได้กล่าวถึงการร่วมมือกันระหว่างพ่อขุนศรีอินทราทิตย์กับพ่อขุนผาเมืองในการขับไล่ขอมสมาดโขลญลำโพงออกจากสุโขทัย พ่อขุนศรีอินทราทิตย์เป็นพระสหายกับพ่อขุนผาเมืองโดยพ่อขุนผาเมืองเป็นเจ้าเมืองราด ส่วนพ่อขุนศรีอินทราทิตย์เป็นเจ้าเมืองใดนั้นไม่ทราบแน่ชัด แต่เดิมนั้นเราเชื่อกันว่าเป็นเจ้าเมืองบางยาง ในปัจจุบันได้มีการตรวจสอบจารึกที่อ่านปรากฏว่าบรรทัดที่เคยอ่านได้ความว่าเป็นเจ้าเมืองบางยางนั้นอ่านผิดที่ถูกต้องคือ "ลง แสนช้างหมากรอบบ้านเมืองงอ (อ) กหลวงหลายแก่กม เมื่อก่อนพ่อขุนบางกลางหาว...ไปเมืองบางยางให้เอาพลพ่อขุนผาเมืองเจ้าเมืองราด พาพ่อขุนผาเมืองผดาจ..." ฉะนั้นพ่อขุนศรีอินทราทิตย์จึงมิได้เป็นเจ้าเมืองบางยาง พระองค์จะเป็นเจ้าเมืองใดนั้น ขณะนี้นักประวัติศาสตร์กำลังสืบค้นอยู่ ในการขับไล่ขอมสมาดโขลญลำพงนั้น พ่อขุนศรีอินทราทิตย์และพ่อขุนผาเมืองได้วางแผนการร่วมกันในการยึดสุโขทัย โดยพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ยกกำลังมาตั้งที่เมืองศรีสัชนาลัย ส่วนพ่อขุนผาเมืองยกกำลังมาตั้งที่เมืองบางขลงพร้อมทั้งได้กวาดต้อนผู้คนที่เมืองบางขลงมาไว้ที่เมืองราดและเมืองสาคาก่อนจะกลับเมืองราด พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ให้พ่อขุนผาเมืองยกกองทัพมายังเมืองศรีสัชนาลัยก่อนแล้วทรงตรวจกำลังกองทัพพร้อมกัน โดยพ่อขุนทั้งสองทรงช้างเชือกเดียวกันเพื่อให้ขอมสมาดโขลญลำพงเข้าใจว่า ทัพจากเมืองราดมาอยู่ที่ศรีสัชนาลัยทำให้ขอมสมาคโขลญลำพองไม่ระแวงทัพของพ่อขุนผาเมืองที่จะยกกำลังมาตีตนอีกด้านหนึ่งหรือดีเมืองสุโขทัย จึงได้ทุ่มกำลังกองทัพทั้งหมดจากเมืองสุโขทัยมาดี เมืองศรีสัชนาลัย พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ให้พ่อขุนผาเมืองถอนทัพกลับเมืองราดอย่างรวดเร็ว คงเหลือแต่ทัพของพระองค์ที่ศรีสัชนาลัย เมื่อขอมสมาดโขลญลำพงยกกองทัพมาตีเมืองศรีสัชนาลัย พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ก็ส่งข่าวให้พ่อขุนผาเมืองยกกองทัพจากเมืองราดเข้าเมืองสุโขทัยทันที ขอมสมาดโขลญลำพงรีบแบ่งกองทัพออกเป็น ๒ ส่วน โดยส่วนหนึ่งยกกลับเมืองสุโขทัยแด่ปรากฏว่ากองทัพของพ่อขุนผาเมืองยึดเมืองอยแล้ว ส่วนพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ได้ยกทัพดีดินแดนต่างๆ รอบเมืองสุโขทัย ทำให้ดินแดนต่างๆ รอบเมืองสุโขทัยตกอยู่ในอำนาจของพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ พ่อขุนผาเมืองได้ตัวเมืองสุโขทัยเท่านั้น ในเวลาไม่นานนักกองทัพของพ่อขุน-ผาเมืองก็ยกออกจากเมืองสุโขทัยให้กองทัพพ่อขุนศรีอินทราทิตย์เข้ารักษาเมือง แล้วได้ร่วมกันออกกวาดล้างกำลังของขอมสมาดโขลญลำพงที่ยังเหลืออยู่ พ่อขุนผาเมืองได้ยกเมืองสุโขทัยพร้อมทั้งยกพระนามที่เจ้าเมืองศรีโสธรปุระได้พระราชทานให้กับพระองค์ให้กับพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ คือ ศรีอินทรบดินทราทิตย์และมอบนางเสืองพระขนิษฐาให้เป็นมเหสีของพ่อขุนศรีอินทราทิตย์

          พ่อขุนศรีอินทราทิตย์มีโอรส ๒ องค์ คือ พ่อขุนบานเมืองกับพ่อขุนรามคำแหง เมื่อทรงครองราชสมบัติแล้วได้ทรงรวบรวมดินแดนต่างๆ บริเวณริมลำน้ำโขง น้ำยม น้ำน่าน เมืองตาก เมืองแพร่ และเมืองพระบางที่ปากน้ำโพ ในรัชสมัยนี้ปรากฏว่าได้เกิดสงครามกับเมืองฉอด ราวปี พ.ศ.๑๘๐๐-๑๘๐๒ ขุนสามชนเจ้าเมืองฉอดได้ยกทัพมารุกรานสุโขทัย พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ได้ยกกองทัพไปกับพระราชโอรสองค์เล็ก การรบครั้งนี้นับได้ว่าเป็นการรบครั้งสำคัญ เป็นการชนช้างระหว่างแม่ทัพ ทั้งสองฝ่าย คือ พ่อขุนศรีอินทราทิตย์กับขุนสามชนพ่อขุนศรีอินทราทิตย์เสียที่ขุนสามชน พระราชโอรสได้เข้าช่วยทำให้ได้รับชัยชนะ ทำให้สุโขทัยมีกำลังเป็นปึกแผ่นมั่นคงขึ้นอาณาเขตของอาณาจักรสุโขทัยได้แผ่ขยายกว้างขวางออกไปจนจดพรมแดน เมืองใหญ่ที่ตั้งตนเป็นอิสระอยู่โดยรอบ พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ได้ทรงสร้างสัมพันธไมตรีกับเมืองใหญ่ ๆ ในปีพ.ศ.๑๗๙๙ ได้เสด็จไปเมืองนครศรีธรรมราช เนื่องจากที่เมืองนครศรีธรรมราช มีศาสนาพุทธลัทธิลังกาวงศ์เป็นศาสนาประจำเมืองจึงมีความเลื่อมใส เมื่อไปถึงนครศรีธรรมราชแล้วทรงทราบข่าวจากเจ้าเมือง ว่าที่ประเทศลังกามีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ควรแก่การสักการะอยู่องค์หนึ่ง เป็นพระพุทธรูปที่มีพุทธลักษณะงดงามพ่อขุนศรีอินทราทิตย์จึงทรงส่งทูดไปยังลังกาพร้อมกับราชทูตของเมืองนครศรีธรรมราช เพื่อเจริญทางพระราชไมตรีกับพระเจ้าลังกาและทูลขอพระพุทธรูปทรงพระนามว่า "พระสีหลปฏิมา" หรือที่ได้เรียกกันต่อมาว่า "พระพุทธสิหิงค์" มาไว้สักการบูชาในอาณาจักรสุโขทัย และกษัตริย์ลังกาก็ได้ประทานให้ตามที่พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ทูลขอไป

          ครั้นเมื่อได้อัญเชิญพระสีหลปฏิมามาประดิษฐานยังเมืองนครศรีธรรมราชแล้ว พ่อขุนศรีอินทราทิตย์จึงได้เสด็จไปรับด้วยพระองค์เองแล้วอัญเชิญมาประดิษฐานไว้ ณ เมืองศรีสัชนาลัยและโปรดฯ ให้สร้างปรางค์ขึ้นองค์หนึ่งด้วยศิลา(แลง) และอิฐโบกปูนขาวหุ้มแผ่นทองแดงแน่นหนา และโปรดฯ ให้สร้างมหาวิหารเพื่อประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์แล้วโปรดฯ ให้ฉลองเป็นการใหญ่ มีประชาชนจากเมืองศรีสัชนาลัยกำแพงเพชร สุโขทัย และสองแควมาสักการะมากมาย พ่อขุนศรีอินทราทิตย์สวรรคตปีพ.ศ.ใดไม่ปรากฏหลักฐาน พ่อขุน-บานเมืองพระราชโอรสได้ขึ้นครองราชสมบัติแทน

ยุรารัตน์ พันธุ์ยุรา เรียบเรียง