ศรีธนญชัย : นิทาน
ศรีธนญชัย เป็นนิทานพื้นบ้านเรื่องหนึ่ง ที่มีการเล่าขานถ่ายทอดสืบต่อกันมาเป็นเวลาช้านานในภาคกลาง และถือได้ว่าเป็นนิทานเก่าแก่เรื่องหนึ่งของไทย ซึ่งมีชื่อตัวละครเอกเช่นเดียวกับชื่อของนิทาน ต้นกำเนิดของนิทาน สมัยที่แต่งและชื่อผู้แต่งนั้นไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัด เนื่องด้วยนิทานเรื่องนี้แพร่หลายจากการเล่าำด้วยวิธีมุขปาฐะก่อนที่จะมีการนำมาบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร
ชื่อ "ศรีธนญชัย" ทางสำนวนลายลักษณ์นั้น พบว่ามีการเขียนตัวสะกดได้หลายอย่าง กล่าวคือเขียนว่า "สีทะนนไชย" "สีทนนไชย" "ศรีทะนนไชย" "ศรีทนนไชย" และ "ศรีธนญไชย" ทั้งนี้เพราะเป็นการเขียนสะกดตามแบบโบราณ ในปัจจุบันจะนิยมสะกดว่า "ศรีธนญชัย"
นิทานแบบเรื่องศรีธนญชัยได้รับความนิยมและแพร่หลายในทุกภาคของประเทศไทย ทางภาคกลางและภาคใต้ รู้จักและเรียกชื่อเรื่องและตัวเอกว่า "ศรีธนญชัย" ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ รู้จักและเรียกชื่อเรื่องและตัวเอกว่า "เชียงเมี่ยง" (บางสำนวนสะกดว่า "เชียงเหมี้ยง") เป็นส่วนใหญ่ นอกจากนี้แถบประเทศเพื่อนบ้านของไทยก็มีนิทานเรื่องนี้เล่าสู่กันฟัง กล่าวคือ ประเทศกัมพูชาและเวียดนามเรียกชื่อเรื่องว่า "ธนัญชัย" หรือ "เธมญชย" (ThmenhChey) ประเทศลาวเรียกชื่อเรื่องว่า "เชียง-เมี่ยง"
อนึ่ง นิทานแบบเรื่องศรีธนญชัยนี้มิได้มีปรากฏแต่เฉพาะในงานประเภทวรรณกรรมเท่านั้น ในงานจิตรกรรมก็พบว่าได้มีการนำเรื่องราวของศรีธนญชัยสำนวนอีสานไปเขียนเป็นภาพจิตรกรรมฝาผนังไว้ที่พระวิหารวัดปทุมวนาราม กรุงเทพ-มหานครด้วย แต่ไม่ปรากฎหลักฐานเกี่ยวกับผู้วาดและปีที่วาดอย่างไรก็ตาม สันนิษฐานได้ว่าคงจะวาดในสมัยรัชกาลที่ ๔ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งเป็นช่วงที่สร้างวัดนี้ (พ.ศ. ๒๔๐๐-๒๔๑๐)
ศรีธนญชัยเป็นนิทานมุขตลก (Jest) ซึ่งจัดอยู่ในประเภทย่อยที่เรียกว่า "นิทานคนเจ้าปัญญาแบบฉลาดแกมโกง"(Trickster Tale) ทั้งนี้เพราะตัวเอกได้แสดงลักษณะพิเศษของความเป็นคนมีปฏิภาณไหวพริบและมีเล่ห์เหลี่ยมในการแก้ปัญหาต่างๆ ให้ผ่านพ้นไปได้อย่างไม่มีผู้ใดคาดคิด อย่างไรก็ตาม นิทานประเภทนี้มักปรากฏว่าแม้ตัวเอกจะใช้ปัญญาเอาชนะผู้อื่นได้ แต่ก็อาจถูกผู้อื่นกลั่นแกล้งหรือแก้เผ็ดได้เช่นกันซึ่งบางครั้งก็อาจทำให้พ่ายแพ้หรือเสียรู้ได้
เรื่องศรีธนญชัยของไทยนั้นมีหลายสำนวน สามารถแยกออกได้เป็น ๔ กลุ่ม ดังนี้
๑. ศรีธนญชัยสำนวนของภาคกลาง ได้แก่สำนวนฉบับสมุดไทยมีทั้งสำนวนที่แต่งเป็นกลอนและเป็นกาพย์ สำนวนที่แต่งเป็นกลอนมี ๒ สำนวนคือ สำนวนที่เป็นสมบัติเดิมของหอสมุดแห่งชาติ ๑ เล่มสมุดไทย และสำนวนที่กรมเลขาธิการคณะรัฐมนตรีมอบให้หอสมุดแห่งชาติ จำนวน ๒ เล่มสมุดไทย ส่วนสำนวนที่แต่งเป็นกาพย์มี ๕ สำนวน ได้แก่ สำนวนที่เป็นสมบัติเดิมของหอสมุดแห่งชาติสำนวนที่เจ้าจอมสมบุญในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า-เจ้าอยู่หัวมอบให้แก่หอสมุดแห่งชาติ สำนวนที่พระมหาอำนาจอิทธิญาโน วัดสามพระยา มอบให้หอสมุดแห่งชาติ สำนวนที่หอสมุดแห่งชาติซื้อไว้เมื่อ พ.ศ.๒๕๕๓ และสำนวนที่กรมเลขาธิการคณะรัฐมนตรีมอบให้หอสมุด (ดูรายละเอียดในศรีธนญชัย, กาพย์)
สำนวนที่ตีพิมพ์เผยแพร่มีหลายสำนวน เช่น เสภาศรีธนญไชยเชียงเมี่ยง ศรีธนญชัยสำนวนกลอนของ "บุษย์รจนา" ศรีธนญชัยจอมปราชญ์ ของ "วรวรรณ" ศรีทะนนไชย(สำนวนกาพย์) ศรีธนญชัยฉบับมาตรฐาน ของ ประยูร พิศนาคะศรีธนญชัยฉบับสมบูรณ์ของ พร พิทยา และ Tales of Sri Thanonchai : Thailand's Artful Trickster vaWunTau บริษัทพัทมีนี จำกัด
๒. ศรีธนญชัยสำนวนของภาคเหนือ ได้แก่ เรื่อง เชียงเมี่ยงค่ำพญา ซึ่งมักจะรวมอยู่ในนิทานมุขตลกชุด "ปู่เส็ค่ำลัวะ กะต่ำป้าค่ำดุ๊ และเชียงเมี่ยงค่ำพญา" นอกจากนี้ยังมีค่าวซอเรื่องศรีธนญชัย ของ ท.ไชยวงศ์ ซึ่งตีพิมพ์เผยแพร่แล้ว
๓. ศรีธนญชัยสำนวนของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่
สำนวนที่จารลงในใบลาน พบที่หอสมุดแห่งชาติ มีจำนวน ๓ ผูก จารด้วยอักษรธรรม หอสมุดแห่งชาติได้ใบลานเหล่านี้จากวัดธาตุ อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น
สำนวนที่ดีพิมพ์เผยแพร่มี ๒ สำนวนคือ นิทานศรีธนญชัย-เชียงเมี่ยงและนิทานเชียงเมี่ยงเล่ม ๑-๒ ของจินดา ดวงใจ
๔. ศรีธนญชัยสำนวนของภาคใต้ เท่าที่พบมีสำนวนฉบับสมุดไทยเพียง ๑ สำนวน สำนวนนี้พบที่อำเภอเมืองภูเก็ตจังหวัดภูเก็ต จำนวน ๑ เล่มสมุดไทย ลักษณะเป็นสมุดไทยขาวตัวอักษรไทยเส้นหมึก
เรื่องศรีธนญชัยสำนวนต่างๆ ดังกล่าวข้างต้นนั้นมีรายละเอียดของเนื้อเรื่องเหมือนกันและแตกต่างกันมากบ้างน้อยบ้างทั้งนี้สามารถแยกเรื่องศรีธนญชัยในประเทศไทยได้เป็น ๒ แนวตามเนื้อเรื่องคือ
แนวที่ ๑ ในวัยเด็กพ่อแม่เป็นผู้เลี้ยงดูศรีธนญชัย มีเรื่องย่อดังนี้
กล่าวถึงกำเนิดของศรีธนญชัยและชีวิตในวัยเด็กตอนที่อยู่กับพ่อแม่ ศรีธนญชัยต้องดูแลน้อง ต่อมาพ่อแม่ทำให้เห็นว่ารักน้องมากกว่าตน จึงหาทางกำจัดน้องโดยเอามีดมาผ่าท้องน้องแล้วอาบน้ำทาแป้งและนำไปนอน เมื่อพ่อแม่กลับมาพบเข้าศรีธนญชัยก็อ้างว่าทำตามคำที่แม่สั่งไว้ ต่อจากนั้นพ่อแม่ได้พาไปบวชเณรแต่ต้องสึกเพราะลวนลามหลานสาวสมภาร พ่อแม่ไม่อยากเลี้ยงไว้จึงพาไปขายให้แม่ค้าขายขนม ศรีธนญชัยช่วยขายขนม แต่ก็ทำขนมเสียหายจนแม่ค้าขาดทุน แม่ค้าจึงพาไปฝากลูกชาย (หลวงนาย) ให้ช่วยเลี้ยงไว้แทน เมื่ออยู่กับหลวงนาย ศรีธนญชัยก็ทำให้หลวงนายเสียหน้าและได้รับความเสียหาย เช่น เก็บขยะและมูลสัตว์ลงไปในล่วมหมาก ซึ่งการที่ศรีธนญชัยทำเช่นนั้นก็เพราะทำตามที่หลวงนายเคยสั่งไว้ว่าหากทำสิ่งใดตกก็ให้เก็บให้หมด เป็นต้น จนในที่สุดหลวงนายได้นำศรีธนญชัยไปถวายพระเจ้าแผ่นดิน เมื่อศรีธนญชัยเข้ารับราชการแล้วได้มีเหตุการณ์ที่ทำให้ศรีธนญชัยแสดงพฤติกรรมต่างๆ ซึ่งมีทั้งที่ทำให้พระเจ้าแผ่นดินต้องเสียหน้าและมีทั้งการใช้ไหวพริบเอาชนะผู้อื่น รวมทั้งการใช้ปัญญาช่วยชาติบ้านเมืองให้พ้นภัยด้วย ในบั้นปลายชีวิต ศรีธนญชัยได้แพ้รู้นายเวร(เณร) เรื่อง "สองเดือน" จึงทำให้ล้มป่วยด้วยความตรอมใจในที่สุดก็เสียชีวิต
แนวที่ ๒ พระเจ้าแผ่นดินขอศรีธนญชัยไปเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรมตั้งแต่ยังเล็ก มีเรื่องย่อดงนี้
กล่าวถึงศรีธนญชัย (เชียงเหมี้ยง) ว่าเป็นบุตรชาวบ้านซึ่งเกิดวันเดียวกับโอรสของเจ้าเมือง โหรทำนายว่าพระโอรสเลี้ยงยาก ต้องหาเด็กชายที่เกิดในวันเดียวกันมาเลี้ยงดูไว้คู่กันเมื่อมีการป่าวประกาศ พ่อแม่ของศรีธนญชัยจึงนำบุตรชายไปถวาย เจ้าเมืองรับเลี้ยงศรีธนญชัยในฐานะราชบุตรบุญธรรมโดยให้นางนมเป็นผู้เลี้ยงดู ต่อมานางนมคลอดบุตรหญิงคนหนึ่งนางนมให้ศรีธนญชัยช่วยดูแลน้องให้ดี แต่น้องก็เสียชีวิตด้วยการถูกศรีธนญชัยผ่าท้อง เมื่อศรีธนญชัยอายุได้ ๗ ปี พ่อเลี้ยง(สามีแม่นม) ก็นำมาถวายตัวกับเจ้าเมืองอีกครั้งหนึ่ง เมื่อเจ้าเมืองจะสิ้นพระชนม์ก็ได้รับสั่งกับพระโอรสว่า แม้ว่าศรีธนญชัยซึ่งมีฐานะเป็นน้องจะทำผิดสถานใดก็ตาม ก็ขอให้ปล่อยไปอย่าทำโทษให้ถึงตาย ต่อมาศรีธนญชัยได้บวชให้เจ้าเมืองที่สิ้นพระชนม์ ในขณะบวชนี้เอง ศรีธนญชัยเกิดสติปัญญาแก่กล้าขึ้นเพราะได้กินข้ออ้อยที่ได้ทำพิธีแล้ว ต่อจากนั้นศรีธนญชัยได้ลองปัญญาสมภาร และเนื่องจากศรีธนญชัยชนะพนันพวกไทคลังเหมี้ยงเรื่อง "ข้ามน้ำ" เมื่อพระโอรสที่ได้ขึ้นครองเมืองขอให้สึก คนทั้งหลายจึงเรียกชื่อศรีธนญชัยว่า "เชียงเหมี้ยง"กันตลอดมา ต่อจากนั้นเชียงเหมี้ยงได้แสดงพฤติกรรมให้เห็นความเจ้าปัญญาเป็นลำดับจนถึงแพ้รู้เณร เรื่องส่งให้ขึ้นผั่งที่ใดก็ได้ เนื้อเรื่องของศรีธนญชัยแนวที่ ๒ จบลงเพียงนี้
แม้ว่าเรื่องศรีธนญชัยแต่ละสำนวนจะมีรายละเอียดของเนื้อเรื่องแตกต่างกันไปดังกล่าวข้างต้น แต่ด้านโครงเรื่องตัวละคร และแนวคิดนั้นมีลักษณะที่ไม่แตกต่างกัน กล่าวคือ
โครงเรื่อง เรื่องศรีธนญชัยเป็นเรื่องราวชีวิตของชายผู้หนึ่งซึ่งเป็นคนเจ้าปัญญาฉลาดแกมโกง ตั้งแต่เกิดจนตายมีเหตุการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นอันเปิดโอกาสให้ชายผู้นั้นได้แสดงความเป็นคนเจ้าปัญญาตามวัยเป็นลำดับ เหตุการณ์แต่ละตอนนั้นมีลักษณะเป็นเรื่องสั้นๆ ซึ่งสามารถหยิบยกมาเล่าเป็นตอน ๆ ได้ ดังนั้นศรีธนญชัยสำนวนต่างๆ จึงมีการเรียงลำดับเหตุการณ์หรือตอนต่างๆ ไม่ตรงกัน
ตัวละคร เรื่องศรีธนญชัยมีตัวเอกคือศรีธนญชัยเป็นแกนของเรื่อง และมีตัวละครอื่นมาเกี่ยวข้อง ตัวละครที่มีความสำคัญรองลงมาจากศรีธนญชัยก็คือ ตัวละครที่เป็นพระเจ้าแผ่นดิน ในบางสำนวนโดยเฉพาะสำนวนของภาคตะวันออกเฉียงเหนือนั้น พระเจ้าแผ่นดินมีบทบาทคู่กับศรีธนญชัยมาตั้งแต่ต้น ส่วนตัวละครประกอบอื่นๆ นั้นมีปรากฏอยู่บางตอนดังนั้นตัวละครบางตัวเช่น "หลวงนาย" อาจไม่ปรากฏในศรีธนญชัยบางสำนวนก็ได้ ถ้าสำนวนนั้นไม่ได้รวมเหตุการณ์ตอนที่มีหลวงนายไว้
แนวคิด เป็นเรื่องคนเจ้าปัญญาแบบฉลาดแกมโกงที่ใช้ปฏิภาณไหวพริบเอาตัวรอดจากเหตุการณ์ต่างๆ ได้อย่างไม่มีใครคาดคิด ซึ่งผู้แต่งมุ่งจะให้เป็นเรื่องตลกขบขัน ก่อให้เกิดความสนุกสนาน ทั้งนี้ผู้แต่งได้ใช้วิธีการสร้างอารมณ์ขันให้เกิดแก่ผู้อ่านหลายวิธี เป็นต้นว่า วิธีการใช้ภาษาที่เป็นการนำเอาคำกำกวมและความหมายหลายนัยมาเป็นสิ่งที่ทำให้ตัวละครตีความหรือเข้าใจไปคนละทาง เช่น ศรีธนญชัยหลอกพระเจ้าแผ่นดินให้ไปทอดพระเนตรเรือนทอง เมื่อพระเจ้าแผ่นดินเสด็จไปทอดพระเนตรจริงๆ กลับพบว่าเป็นเรือนที่ทำด้วยไม้ทองหลาง มิใช่ทำด้วยทองอย่างที่พระองค์ทรงคิด เป็นต้น นอกจากนี้ยังใช้กลวิธีสร้างเหตุการณ์ให้เกิดความขบขันตามจินตนาการของผู้แต่ง ซึ่งได้แก่การสร้างเหตุการณ์ที่แปลกขึ้น แล้วคิดวิธีการให้ศรีธนญชัยเอาตัวรอดไปได้โดยอาศัยปฏิภาณในการพลิกแพลงเหตุการณ์นั้นๆ ด้วยวิธีการที่แปลกหรือพลิกความคาดหมายของผู้อ่าน เช่น ตอนที่ศรีธนญชัยถูกพระเจ้ากรุงจีนส่งไปขังในดึกเย็น ศรีธนญชัยแก้ไขเหตุการณ์โดยเข้าชกต่อยกับพวกนักโทษที่ถูกขังอยู่แล้วเมื่อได้ออกแรงเช่นนี้ทำให้ไม่ร้สึกหนาวเย็น ศรีธนญชัยจึงรอดตายมาได้ กลวิธีในการสร้างอารมณ์ขันอีกอย่างหนึ่งก็คือ สร้างเหตุการณ์ขึ้นโดยกล่าวพาดพิงถึงเรื่องสัปดนทางเพศ หรือกล่าวถึงสิ่งหยาบคายทั้งโดยตรงและโดยอ้อมชนิดที่เป็นความหมายสองแง่สองง่าม เช่น ตอนศรีธนญชัยลวนลามหลานสาวสมภารและตอนเอาก้นรับเสด็จพระเจ้าแผ่นดิน เป็นต้น
เรื่องศรีธนญชัยดังกล่าวแล้วนี้ ไม่ว่าจะเป็นสำนวนใดหรือเล่าเรื่องในแนวใดก็มีลักษณะที่น่าสนใจและมีลักษณะเด่นเช่นเดียวกัน คือเป็นนิทานมุขตลกที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงรู้จักกันอย่างแพร่หลายในแงที่ให้อารมณ์ขันอันเกิดจากการที่ตัวเอกเป็นคนเจ้าปัญญาแบบฉลาดแกมโกง มีปฏิภาณไหวพริบ หรือมีคารมคมคายเฉียบแหลมสามารถเห็นสิ่งที่ขัดแย้งกันซึ่งคนทั่วไปไม่เห็น แล้วนำมาแสดงออกเป็นคำพูดหรือการกระทำซึ่งสามารถเอาชนะผู้อื่นและเอาตัวรอดหรือแก้ไขเหตุการณ์ให้ผ่านพ้นไปได้อย่างคาดไม่ถึง ทั้งนี้เพราะตัวเอกอาศัยการอ้างเหตุผลในการเล่นแง่ทางภาษาและสามารถอ้างหลักฐานมาประกอบได้ตัวเอกของเรื่องนี้จึงมีความเป็นตัวตลกอยู่ในตัวด้วย ซึ่งคนเจ้าปัญญาหรือมีปฏิภาณไหวพริบในลักษณะดังกล่าวนี้ไม่จำเป็นจะต้องมีความดีเพียบพร้อมเสมอไป อาจมีความเลวในแง่อื่นๆได้ ฉะนั้นความเด่นของตัวเอกในเรื่องนี้ จึงได้รับการยกย่องในด้านของความเจ้าปัญญาและเจ้าคารมมากกว่าที่จะได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้มีศีลธรรมจรรยา อนึ่ง คุณค่าของวรรณกรรมเรื่องนี้มิใช่อยู่ที่ความสามารถในการสร้างความหฤหรรษ์ในแงที่เป็นนิทานมุขตลกเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังมีคุณค่าในทางสติปัญญา เพราะได้แฝงแง่คิดไว้อย่างแยบคายและให้สาระอื่นๆ อีกมาก ด้วยเหตุนี้ ศรีธนญชัยจึงเป็นเรื่องที่ได้รับความนิยมและได้รับการสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน
กัญญารัตน์ เวชชศาสตร์ เรียบเรียง
ภาพเรื่องศรีธนญชัยจิตรกรรมฝาผนังวัดปทุมวนาราม กรุงเทพมหานคร