ปรับขนาดตัวอักษร

| |
  

ศรีธนญชัย, กาพย์

ภาค : กลาง

ศรีธนญชัย, กาพย์

          กาพย์เรื่องศรีธนญชัย เป็นวรรณกรรมประเภทนิทานคำกาพย์ ชื่อเรื่องซึ่งเป็นชื่อตัวละครเอกนั้นมีการสะกดแตกต่างกันไป (ดู ศรีธนญชัย : นิทาน) วรรณกรรมเรื่องนี้แต่งด้วยคำประพันธ์ประเภทกาพย์ยานี กาพย์ฉบัง และกาพย์สุรางคนางค์เท่าที่พบข้อมูลมีหลายสำนวนคือมีทั้งสำนวนฉบับสมุดไทยและสำนวนที่ดีพิมพ์เผยแพร่

          สำนวนฉบับสมุดไทย พบที่หอสมุดแห่งชาติซึ่งจัดไว้ในประเภทหรือหมู่ (กาพย์) กลอนสวดจำนวน ๕ สำนวนแต่ละสำนวนมีเนื้อเรื่องไม่สมบูรณ์ ซึ่งได้แก่

          ๑. สำนวนที่เป็นสมบัติเดิมของหอสมุดแห่งชาติ จำนวน ๑ เล่มสมุดไทย ลักษณะเป็นสมุดไทยขาว สภาพดี ตัวอักษรไทยเส้นหมึก หลักฐานเกี่ยวกับผู้แต่งและระยะเวลาที่แต่งไม่ปรากฏ ศรีธนญชัยสำนวนนี้เริ่มเรื่องตั้งแต่พระเจ้าเจษฎาและนางจันทีครองกรุงอยุธยา ทางทิศอุดรของเมืองนี้มีสองสามีภรรยาไม่มีบุตร จึงทำพิธีบวงสรวงพระอินทร์เพื่อขอบุตรต่อมานางเหราซึ่งเป็นภรรยานอนหลับฝันไปจึงไปหาสมภารวัดเพื่อให้ทำนายฝัน แต่สมภารไม่อยู่ สามเณรทำนายฝันแทนว่านางจะมีบุตรเป็นตลกหลวง ต่อมาเมื่อคลอดบุตรเป็นชายได้ตั้งชื่อว่า "ศรีทะนนไชย" ต่อจากนั้นได้มีเหตุการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นหลายเหตุการณ์จนถึงพระเจ้าเจษฎาส่งศรีธนญชัยไปเมืองจีนศรีธนญชัยถูกจับใส่ไว้ในดึกเย็นแต่ไม่ตาย ต่อมาได้หลอกพระเจ้ากรุงจีนว่าเพราะมียาอายุวัฒนะตนจึงไม่ตาย พระเจ้ากรุงจีนหลงเชื่อ สั่งให้ข้าราชบริพารไปหายาอายุวัฒนะตามลายแทงที่ศรีธนญชัยบอก

          ๒. สำนวนที่เจ้าจอมสมบุญในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมอบให้แก่หอสมุดแห่งชาติ เมื่อทพ.ศ.๒๔๗๒ จำนวน ๑ เล่มสมุดไทย ลักษณะเป็นสมุดไทยดำสภาพดี ตัวอักษรไทยเส้นชุบรง หลักฐานเกี่ยวกับผู้แต่งและระยะเวลาที่แต่งไม่ปรากฏ ศรีธนญชัยสำนวนนี้เริ่มเรื่อตั้งแต่พระเจ้าเจษฎาและนางจันที่ครองกรุงอยุธยา ต่อจากนั้นมีเนื้อหาและการดำเนินเรื่องเช่นเดียวกับสำนวนที่เป็นสมบัติเดิมของหอสมุดแห่งชาติ จนถึงตอนศรีธนญชัยทูลเชิญพระเจ้าเจษฎาให้เสด็จไปทอดพระเนตรเรือนทอง (หลาง) ของตน

          ๓. สำนวนที่พระมหาอำนาจอิทธิญาโนวัดสามพระยามอบให้แก่หอสมุดแห่งชาติ เมื่อวันที่ ๑๘ มกราคม พ.ศ.๒๕๐๐ จำนวน ๒ เล่มสมุดไทย ลักษณะเป็นสมุดไทยขาวสภาพชำรุด ตัวอักษรไทยเส้นหมึก หลักฐานเกี่ยวกับผู้แต่งและระยะเวลาที่แต่งไม่ปรากฏ ศรีธนญชัยสำนวนนี้เล่ม ๑ เริ่มเรื่องตั้งแต่พระเจ้าเจษฎาและนางจันทีครองกรุงอยุธยาจนถึงภรรยาหลวงนายใช้ให้ศรีธนญชัยไปเรียกหลวงนายมารับประทานข้าวเปียกที่บ้าน เล่ม ๒ เริ่มเรื่องตั้งแต่หลวงนายกลับมาบ้านและต่อว่าภรรยาที่ใช้ให้ศรีธนญชัยไปตะโกนเรียกตนด้วยเสียงดังเพื่อให้มารับประทานข้าวเปียก ต่อจากนั้นมีเนื้อหาและการดำเนินเรื่องเช่นเดียวกับสำนวนที่เป็นสมบัติเดิมของหอสมุดแห่งชาติ จนถึงพระเจ้าเจษฎารับสั่งให้เพชฌฆาตจองจำศรีธนญชัยแล้วให้นำตัวไปประหารชีวิต ศรีธนญชัยทำอุบายหนีโดยเลี้ยงอาหารและมอมเหล้าเพชฌฆาต

          ๔. สำนวนที่หอสมุดแห่งชาติซื้อไว้เมื่อ พ.ศ.๒๔๕๓ จำนวน ๑ เล่มสมุดไทย ลักษณะเป็นสมุดไทยดำ สภาพชำรุดตัวอักษรไทยเส้นดินสอ หลักฐานเกี่ยวกับผู้แต่งและระยะเวลาที่แต่งไม่ปรากฏ ศรีธนญชัยสำนวนนี้เริ่มเรื่องตั้งแต่ศรีธนญชัยลวงให้พระเจ้าเจษฎาลงสู่สระน้ำได้ จนถึงศรีธนญชัยชนะพนันพวกแขกต่างประเทศและพวกแขกฝึกนกแขกเต้าให้พูดได้ทุกภาษามาท้าพนันกับศรีธนญชัยใหม่

          ๕. สำนวนที่กรมเลขาธิการคณะรัฐมนตรีมอบให้หอสมุดแห่งชาติ จำนวน ๒ เล่มสมุดไทย ลักษณะเป็นสมุดไทยดำ สภาพดี ตัวอักษรไทยเส้นดินสอ หลักฐานเกี่ยวกับผู้แต่งและระยะเวลาที่แต่งไม่ปรากฏ ศรีธนญชัยสำนวนนี้เล่ม ๑ เริ่มด้วยบทไหว้ครู แล้วจึงกล่าวถึงพระเจ้าเจษฎาและพระนาง "สุดทะมาลี" ครองกรุงอยุธยา จนถึงพ่อแม่น้ำศรีธนญชัยมาขายให้แม่ค้า แม่ค้าให้ไปขายขนม ศรีธนญชัยแกล้งกินเสียบ้าง ทิ้งเสียบ้าง ให้สุนัขบ้าง ทำให้แม่ค้าไม่ได้ทั้งต้นทุนและกำไร แม่ค้ายากจนลงทำให้เกิดความโกรธจึงโบยตีศรีธนญชัยและคิดจะนำศรีธนญชัยไปยกให้ลูกชายซึ่งเป็นขุนนาง เล่ม ๒ เริ่มเรื่องตั้งแต่พระเจ้าเจษฎาเสด็จไปทอดพระเนตรเรือนทอง (หลาง) ของศรีธนญชัยแล้วกริ้วจึงรับสั่งให้พวกนางสนมไปอุจจาระรดเรือนทอง (หลาง)ศรีธนญชัยจึงทำร้ายโดยการไล่ดีและถีบถองพวกนางสนมจนพวกนางสนมหนีกันอลหม่าน จนถึงพระเจ้าเจษฎากริ้วศรีธนญชัยจึงรับสั่งให้เพชฌฆาดจองจำแล้วนำลงนาวาไปประหารชีวิตศรีธนญชัยเลี้ยงอาหาร มอมเหล้าเพชฌฆาตแล้วทำอุบายจึงหนีรอดชีวิตมาได้

          สำนวนที่ตีพิมพ์เผยแพร่ ได้แก่ เรื่อง "ศรีทะนนไชย (สำนวนกาพย์)" ศรีธนญชัยสำนวนนี้พระปฏิเวทวิศิษฐ์ (สายเลขยานนท์) เป็นผู้มอบให้หอสมุดแห่งชาติและได้แจ้งว่าเป็นสำนวนเก่าสมัยโรงพิมพ์หมอสมิธ (อยู่ในช่วงระหว่าง พ.ศ. ๒๔๑๑-๒๔๕๓) ศรีทะนนไชย (สำนวนกาพย์) ดังกล่าวนี้ได้ตีพิมพ์เผยแพร่ในงานฌาปนกิจศพ นายชิต ศุภสิทธิ์ ณ เมรุวัดมกุฏกษัตริยาราม วันที่ ๒๔ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๑๑

          เนื้อเรื่องของ "ศรีทะนนไชย (สำนวนกาพย์)" นั้นเป็นเรื่องราวที่กล่าวถึงชีวิตศรีธนญชัยตั้งแต่ในวัยเยาว์จนถึงชีวิตในบั้นปลาย ซึ่งมีเนื้อเรื่องเดียวกับนิทานเรื่องศรีธนญชัยแนวที่พ่อแม่เป็นผู้เลี้ยงดูศรีธนญชัยในวัยเด็ก (ดูเรื่องย่อในศรีธนญชัย : นิทาน)

          ผู้แต่งกาพย์ศรีทะนนไชยสำนวนนี้ ได้แสดงให้เห็นว่าพฤติกรรมของศรีธนญชัยที่ใช้ปฏิภาณเอาตัวรอดจากเหตุการณ์ต่างๆ นั้น ผู้แต่งแต่งขึ้นเพื่อให้เกิดความสนุกสนานและตลกขบขันเท่านั้นมิได้ให้ผู้ฟังนำไปเป็นตัวอย่าง ดังนั้นในตอนจบของเรื่องจึงเขียนไว้อย่างชัดเจนว่า เมื่อศรีธนญชัยตายไปก็ต้องตกนรก ดังคำประพันธ์ใน "ศรีทะนนไชย (สำนวนกาพย์)" ฉบับตีพิมพ์เผยแพร่ว่า

               "อยู่สองสามวัน    ทะนนไชยอาสัญ

          บ่ายหน้าไปสู่            นรกหมกไหม้

          ทนกายตนอยู่           บาปตีพระครู

          ท่านผู้อาจารย์"

          ลักษณะเด่นหรือความสำคัญของกาพย์เรื่องศรีธนญชัยที่เห็นได้ชัดก็คือ เป็นเรื่องศรีธนญชัยที่แต่งได้น่าอ่าน น่าฟังและน่าสนใจกว่าที่เล่าเป็นภาษาร้อยแก้วธรรมดา และอาจกล่าวได้ว่ากาพย์เรื่อง "ศรีทะนนไชย" ฉบับดีพิมพ์เผยแพร่นั้นมีคุณค่าที่น่าสนใจในแง่ที่ถือได้ว่าเป็นเรื่องศรีธนญชัยสำนวนเก่าของภาคกลางสำนวนหนึ่ง เพราะเป็นฉบับที่พิมพ์มาแต่ครั้งโรงพิมพ์หมอสมิธ นอกจากนี้ยังเป็นสำนวนที่มีเนื้อหาสมบูรณ์เนื่องจากมีเรื่องราวชีวิตและพฤติกรรมของศรีธนญชัยตั้งแต่ตอนแรกกำเนิดจนถึงตาย ซึ่งผู้แต่งได้สอดแทรกแนวคิดและสาระต่างๆ ไว้ให้ผสมผสานกับความตลกขบขันได้อย่างแยบคาย อันทำให้วรรณกรรมเรื่องนี้มิได้มีคุณค่าในด้านที่ให้ความสนุกสนานเพลิดเพลินเท่านั้น แต่ยังมีคุณค่าในด้านที่ประเทืองสติปัญญาแก่ผู้อ่านได้เป็นอย่างดี และยังอาจกล่าวได้ว่ากาพย์เรื่อง "ศรีทะนนไชย" นั้น มักเป็นที่มาของเรื่องศรีธนญชัยสำนวนร้อยแก้วของภาคกลางที่แต่งขึ้นภายหลังด้วย

                                                                                                                                     เอกสารอ้างอิง

กัญญรัดน์ เวชชศาสตร์, การเปรียบเทียบเรื่องศรีธนญชัยฉบับต่างๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, วิทยานิพนธ์ปริญญาอักษรศาสตร-มหาบัณฑิต แผนกวิชาภาษาไทย บัณฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ๒๕๒๑.

ศรีธนญชัย : พระเอกเจ้าปัญญา. รายงานผลการวิจัยในโครงการพระเอกในวรรณคดีคลาสสิกของไทย เสนอ UNESCO ผ่านสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติกรุงเทพมหานคร, ๒๕๓๕.  (อัดสำเนา)

ศิลปากร, กรม, ศรีทะนนไชย (สำนวนกาพย์) และลิลิตตำรานพรัตน์ พระนคร : โรงพิมพ์ศรีเมืองการพิมพ์, ๒๕๕๑ (พิมพ์ในงานฌาปนกิจศพ นายชิต ศุภสิทธิ์ ณ เมรุวัดมกุฏกษัตริยาราม วันที่ ๒๔ เมษายน ๒๕๕๑.)

กัญญารัตน์ เวชชศาสตร์ เรียบเรียง