ลิลิต
ลิลิต เป็นชื่อคำประพันธ์ร้อยกรองชนิดหนึ่ง คำว่า ลิลิตมาจากศัพท์ภาษาสันสกฤตว่า "ลลิต" แปลว่า "เป็นที่บันเทิงน่ารักนุ่มนวล สุภาพ ชื่อของแบบร้อยกรองชนิดต่างๆ ฯลฯ" ฉะนั้นคำว่า ลิลิต จึงน่าจะมีความหมายว่า "บทกวีนิพนธ์ที่แต่งขึ้นเพื่อความบันเทิงโดยใช้ฉันทลักษณ์หลายๆ แบบรวมกัน"
กวีนิพนธ์ประเภทลิลิตมีลักษณะเป็นคำประพันธ์ที่ผสมกันระหว่างร่ายกับโคลง ลิลิตแบ่งออกเป็น ๒ ชนิด คือ ลิลิตสุภาพ และลิลิตดั้น ลิลิดสุภาพใช้ร่ายสุภาพกับโคลง ๒ สุภาพโคลง ๓ สุภาพ และโคลง ๔ สุภาพแต่งสลับกัน สำหรับโคลงสุภาพดังกล่าวนี้ เมื่อเวลาแต่งสลับกับร่ายไม่จำเป็นต้องเรียงกันเป็นโคลง ๒, ๓, ๔ จะสลับกันอย่างไรก็ได้ เช่น อาจเป็นโคลง ๓, ๒, ๔ หรือ ๔, ๒, ๓ ฯลฯ เป็นต้น ส่วนลิลิตดั้นก็เช่นเดียวกัน ใช้ร่ายดั้น โคลง ๒ ดั้น โคลง ๓ ดั้น และโคลง ๔ดั้น (คือโคลงวิวิธมาลีหรือโคลงบาทกุญชร) แต่งสลับกัน ตามปกติร่ายใช้แต่งในการเดินเรื่อง บรรยายเนื้อหาของเรื่องตอนที่มีเนื้อความยาว หรือพรรณนารายละเอียดของข้อความอย่างพิสดาร โคลง ๔ ใช้ในการบรรยายข้อความสั้นๆ เช่น ชมธรรมชาติถ้อยคำโต้ตอบกัน และพรรณนาเนื้อความบางตอนอย่างกระชับส่วนโคลง ๒ และโคลง ๓ ใช้แต่งประกอบข้อความสั้นๆ
ตัวอย่างการแต่งร่ายสลับโคลงในลิลิตนิทราชาคริตพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวอันเป็นลิลิตสุภาพที่มีชื่อเสียงเรื่องหนึ่ง มีดังนี้
ร่าย
"กล่าววาจาเสร็จแล้ว นางคลาดแคล้วครรไล ออกไปแล้วหับทวาร รีบสู่สภาพนางพระยา ส่วนนอซาเสร็จธุระ เห็นว่าจะไปกลับ จึงได้หับทวารไว้ ดีใจได้การดี หยุดโศกียิ้มแฉ่ง ผ้าขาวแบ่งชายซับ จับเลิกผ้าคลุมผัว มือฉุดตัวขึ้นพลัน ชวนกันไปนั่งเดียง เคียงหน้าต่างคอยยล ผู้คนอันจะมา เพื่อ ตรวจตราอีกครั้ง จะได้ตั้งแก้ไข ได้ทันใดบ่ช้า แต่มุ่งมอง คอยถ้า ไม่เว้นวางใจ เลยนาฯ"
โคลง ๓
"ในกษณะนั้นพระนม เร่งชื่นชมใช่น้อย
เพราะว่าสมดั่งถ้อย ที่เจ้าดนเถียงฯ
เพียงชราคอยย่อง เดินคล่องกว่าเก่าแม้
ดุจเมื่อยังสาวแส้ บอกเค้าความดีฯ
อีกหมายมีรางวัล อยากได้ครันรีบเต้า
ครู่หนึ่งจึงย่งเข้า สู่ห้องนงคราญฯ
เกือบวายปราณหอมรวน จวนกำลังหมดสิ้น
ยืนกระแหม่ท้องถิ้น ยื่นอ้าปากหาย ใจนาฯ"
โคลง ๒
"คลายเหนื่อยทูลเล่าแจ้ง สิ้นทุกสิ่งพรายแผรัง
ละเอียดถ้วนทุก ประการฯ
ส่วนเยาวมาลย์สดับแล้ว ดีพระทัยผ่องแผ้ว
เล่ห์เพี้ยงสงคราม ชะนะแลฯ"
โคลง ๔
"ฟังความจบเรื่องแล้ว สั่งพลัน
ทูลแต่ใท้ทรงธรรม์ อีกครั้ง
พระองค์สิสำคัญ เราจริต เสียนา
จักค่อยคลายคลั่งตั้ง แต่นี้ต่อไปฯ
หนึ่งไขความบอกอ้าย ทาสดำ
ซึ่งยิ่งยวดอย่างระยำ ปลอกปลิ้น
ช่างพิศช่างทูลนำ เหตุยั่ง ยืนนา
ให้ทราบว่าทราบสิ้น สมด้องกว่ามันฯ"
วรรณคดีประเภทลิลิตของไทยที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันทั่วไปคือ ลิลิตพระลอ (ได้รับคำประกาศยกย่องจากวรรณคดีสโมสรให้เป็นยอดแห่งหนังสือประเภทลิลิตทั้งปวง) ลิลิตเพชรมงกุฎ ลิลิตพยุหยาตราเพชรพวง ลิลิตพระศรีวิชัยชาดกลิลิตตะเลงพ่าย ลิลิตกระบวนพยุหยาตราทางชลมารคและสถลมารค ลิลิตนิทราชาคริต ลิลิตพายัพ และลิลิตนารายณ์สิบปาง เป็นต้น ส่วนคำประพันธ์ประเภทลิลิตดั้นนั้น เท่าที่มีปรากฏเรียกกันมาคือ ลิลิตยวนพ่าย แต่โดยเหตุที่ยวนพ่ายแต่งเป็นโคลง ๔ ดั้นบาทกุญชรตลอดทั้งเรื่อง มีร่ายอยู่เพียง ๒ บท(หรือ ๒ ตอน) เท่านั้นเอง ร่ายบทแรกเป็นร่ายยอพระเกียรติส่วนร่ายบทที่ ๒ เป็นร่ายสั้นๆ เพียง ๔ วรรค แต่งแทรกลงไปเฉยๆ ตอนใกล้จะจบเรื่อง ส่วนโคลง ๒ ดั้นและโคลง ๓ ดั้นไม่มี เมื่อพิจารณาดูลักษณะโดยส่วนรวมแล้วจะเห็นได้ว่าไม่น่าจะเป็นลิลิต จะเป็นได้ก็แต่คำประพันธ์ชนิดโคลงเท่านั้นเอง
หนังสืออ้างอิง
Sir Monier Monier Williams. A Sanskrit-English Dictionary. p.897: Name of various metres.
ศักดิ์ศรี แย้มนัดดา เรียบเรียง