ถ้ำเขาหลวง หรือ ถ้ำหลวง เป็นถ้ำที่อยู่เกือบใจกลางเขาหลวง ซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลธงไชย อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี เป็นถ้ำขนาดใหญ่มีขนาดกว้าง ๒๐ วา ยาว ๔๐ วา มีหินงอกหินย้อยที่มีชื่อเสียงด้านความสวยงาม จนกรมพระราชวังบวรวิชัยชาญและสุนทรภู่ ได้กล่าวชมความงามของถ้ำนี้ด้วย นอกจากนี้ถ้ำเขาหลวงยังเป็นแหล่งโบราณคดีประวัติศาสตร์ และเป็นถ้ำที่สำคัญที่สุดของเมืองเพชรบุรี
สภาพถ้ำเขาหลวงที่ปากถ้ำด้านตะวันออกมีบันไดขึ้นลง มีพระพุทธบาทเก่าแก่อายุหลายร้อยปี พระพุทธรูปจารึกพระนามรัชกาลที่ ๑ ถึงรัชกาลที่ ๕ พระพุทธรูปปูนปั้น และระฆัง ที่รัชกาลที่ ๔ ทรงให้แขวนไว้ ๑ คู่ ปัจจุบันเหลือเพียงใบเดียว ถัดเข้ามาเป็นตอนที่สองเป็นส่วนที่กว้างที่สุดของถ้ำมีปล่องโล่งให้แสงสว่างลงมายังพื้นถ้ำ รอบ ๆ ถ้ำจะมีพระพุทธรูปปางมาร วิชัย หน้าตักกว้างประมาณ ๓ เมตร เป็นพระประธานของถ้ำ พระพุทธไสยาสน์ ๑ องค์ ยาวประมาณ ๑๔ เมตร พระเจดีย์ ๓ องค์ และพระพุทธรูปที่จารึกพระนามที่หินชนวนใต้ฐานของพระบรมวงศานุวงศ์ เจ้าจอมมารดา ประมาณ ๒๒ องค์ เช่น องค์ที่ ๑ สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี องค์ที่ ๗ เจ้าจอมมารดาเปี่ยม เป็นต้น พระพุทธรูปเหล่านี้ล้วนแต่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๕ แทบทั้งสิ้น ถัดไปเป็นถ้ำตอนที่สามมีกำแพงกั้นและประตู บนซุ้มประตูเป็นรูปกลองอินทเภรีปูนปั้นเหมือนจะบอกเป็นปริศนาธรรม ข้างประตูเป็นเจดีย์ใหญ่ ๑ องค์ เจดีย์เล็ก ๒ องค์ ทางขวามือของประตูมีพระพุทธรูปโบราณขนาดใหญ่ ๓ องค์พระบาท สมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้บูรณปฏิสังขรณ์และให้จารึกแผ่นหินอ่อนไว้ข้างองค์พระ มีข้อความว่า
"พระพุทธรูป ๓ องค์นี้ เป็นของท่านผู้มีศรัทธาสร้างไว้มีอยู่ในที่นี้มานานแล้ว กับด้วยพระพุทธปฏิมารูปอื่นอีกสององค์เคียงกัน ซึ่งตั้งข้างเบื้องขวาขององค์นี้นั้น ครั้น ณ วันอาทิตย์ ขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๒ ปีมะเมีย สัมฤทธิศก ศักราช ๑๒๒๐ (พ.ศ.๒๔๐๒) พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นพระเจ้าแผ่นดินกรุงสยามองค์ที่ ๔ ในพระราชวงศ์ วันนี้ได้เสด็จพระราชดำเนินมาประพาสเมืองเพชรบุรี ได้เสด็จมาถึงถ้ำนี้ ทอดพระเนตรเห็นพระพุทธรูป ๓ องค์นี้ตั้งอยู่นอกกำแพง กั้นถ้ำไว้ชอบกลอยู่ จึงมีพระราชดำรัสสั่งให้พระยาหัตถการ บัญชาการจางวางช่างสิบหมู่ จ้างช่างปั้นปฏิสังขรณ์พระพุทธรูปองค์นี้ขึ้นไว้แล้วให้ลงรักถวายทรงปิดทองเป็นส่วนหลวง แต่พระพุทธรูปสองพระองค์อยู่เคียงกัน ฝ่ายขวาพระพุทธรูปองค์นี้นั้นได้พระราชทานให้พระเจ้าลูกเธอพระองค์เจ้าใหญ่ ๒ พระองค์ คือ พระองค์เจ้านพวงศ์เป็นกรมหมื่นมเหศวรศิววิลาศ ได้ว่า กรมล้อมพระราชวังองค์หนึ่ง พระองค์เจ้าสุประดิษฐเป็นกรมหมื่นวิศณุนารถนิภาชร ได้ว่าการกรมพระคลังมหาสมบัติองค์หนึ่ง ปฏิสังขรณ์เพื่อจะให้เป็นพระเกียรติยศสืบไปในภายหน้า"


ภายในถ้ำเขาหลวง
นอกจากนี้ยังมีพระพุทธรูปเรียงรายทั้งด้านซ้ายและขวาอีกประมาณ ๒๒ องค์ ล้วนแต่มีพระนามจารึกไว้ พระพุทธรูปทั้งหมดในถ้ำเขาหลวงมีประมาณ ๑๓๒ องค์ อย่างไรก็ตามในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พ.ศ.๒๓๖๕ มีพระพุทธรูปอยู่ในถ้ำเพียง ๒๖ องค์ กับพระเจดีย์ฐาน (รอยพระพุทธบาท) เก่าแก่ชำรุดหนึ่งองค์ เจ้าฟ้ามงกุฎขณะทรงผนวชได้เสด็จไปยังถ้ำเขาหลวง ได้ทรงเห็นพระพุทธรูป และเจดีย์ฐานมีสภาพชำรุด จึงโปรดเกล้าฯ ให้ทำการบูรณปฏิสังขรณ์ให้คงสภาพเดิม ด้วยความผูกพันกับถ้ำเขาหลวงขณะทรงผนวช และเมื่อเสด็จครองราชย์แล้ว ใน พ.ศ.๒๓๙๙ ได้ทรงปรารภถึงถ้ำเขาหลวง พระพุทธรูปและพระเจดีย์ฐาน ที่พระองค์ได้ทรงปฏิสังขรณ์ขณะทรงผนวช และเมื่อทรงทราบว่า ยังอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ดีอยู่ก็ทรงอนุโมทนาและทรงดำรัสให้สร้างบันไดขึ้นลงทั้งสองทาง คือทางด้านทิศตะวันออกและทิศภายในถ้ำเขาหลวงตะวันตก ต่อมาพระองค์ได้เสด็จประพาสถ้ำเขาหลวงอีก เมื่อ วันที่ ๒๐ ธันวาคม พ.ศ.๒๔๐๑ ทรงประทับแรมที่พลับพลาค่ายเขาหลวง ๑ คืน วันรุ่งขึ้นได้เสด็จประพาสเขาสมน แล้วประทับแรมคืนที่ค่ายหลวงบางทะลุ แล้วเสด็จกลับพระนคร เมื่อวันที่ ๒๒ ธันวาคม พ.ศ.๒๔๐๑ ต่อมาในวันที่ ๒๗ ตุลาคม พ.ศ.๒๔๐๒ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวก็ได้เสด็จประพาสเพชรบุรีในเทศกาลถวายผ้าพระกฐินตามวัดต่างๆ ได้เสด็จไปทรงปิดทองพระในถ้ำเขาหลวง พร้อมด้วยพระองค์เจ้าฝ่ายในและเจ้าจอมทรงเห็นว่ามีการปิดทองพระพุทธรูปกันมาก ทรงเกรงจะเป็นเหตุทำให้คนร้ายมาลักลอบเอาทองพระพุทธรูปไป จึงมีพระราชดำรัสสั่งให้พระยาเพชรบุรี จ้างพวกลาวพวน ลาวทรงดำที่ตั้งบ้านเรือนอยู่แถบชายเขาหลวง เป็นผู้ดูแลรักษาถ้ำ โดยให้ค่าจ้างวันละเฟื้องและต่อมาทรงแต่งตั้งข้าราชการ ให้มีหน้าที่รับผิดชอบดูแลรักษาถ้ำเขาหลวงในตำแหน่งพนักงาน กำกับการรักษาเขาหลวงและพนักงานจัดแจงการเข้าหลวง ถึง ๒ ตำแหน่งคือ ขุนราชคีรีรักษาเป็นพนักงานกำกับการรักษาเขาหลวง ถือศักดินา ๖๐๐ ไร่ และหมื่นพิทักษ์บรรพต เป็นพนักงานจัดแจงการเขาหลวง ถือศักดินา ๔๐๐ ไร่ ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๐๑ เป็นต้นมา
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวยังได้พระราชทานระฆัง ๑ คู่ มาแขวนในถ้ำเขาหลวงเมื่อ พ.ศ.๒๔๐๓ ปัจจุบันคงเหลือใบเดียวดังกล่าวมาแล้ว และยังมีพระราชดำรัสสั่งให้ เจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) ทำการบูรณะพื้นภายในถ้ำเขาหลวง โดยให้ปูพื้นถ้ำด้วยอิฐหน้าวัวจากเมืองสงขลา เมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จประพาสเพชรบุรี ก็ได้เสด็จประพาสถ้ำเขาหลวงและดูการนวดข้าวหลวงที่ทุ่งเขาหลวงเป็นประจำทุกปี ยกเว้นปลายรัชกาล ทรงไม่มีเวลาว่างที่จะเสด็จ นอกจากนี้พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ เมื่อเสด็จประพาสเมืองเพชรบุรีก็ได้เสด็จประพาส ถ้ำเขาหลวงทุกครั้ง
จึงนับได้ว่าถ้ำเขาหลวงเปรียบเหมือนเป็นพระบรมราชานุสรณ์ของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และเป็นศูนย์รวมพระพุทธรูปสนองพระองค์พระเจ้าแผ่นดินแห่งราชวงศ์จักรี รัชกาลที่ ๑ ถึงรัชกาลที่ ๕ พระบรมราชเทวี เจ้าจอมมารดา พระราชโอรส พระราชธิดา และเชื้อพระวงศ์ เป็นจำนวนมาก (๑๓๗ องค์) ตามพระนามที่ปรากฏ นับเป็นมงคลแก่เมืองเพชรบุรีเป็นอย่างยิ่ง