ท่ามะกา, อำเภอ
อำเภอท่ามะกา เป็นอำเภอตอนล่างสุดของจังหวัดกาญจนบุรี พื้นที่บริเวณนี้มีความสำคัญในฐานะที่เป็นแหล่งเพาะปลูกอ้อยและอุตสาหกรรมน้ำตาลทรายของประเทศไทยนอกจากนี้ยังมีพระแท่นดงรังเป็นศาสนสถานที่สำคัญด้วยอำเภอท่ามะกาตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของจังหวัดกาญจนบุรี มีรูปร่างคล้ายรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส อำเภอท่ามะกามีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ ๓๔๐.๘๐๙ ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ ๒๑๓,๐๖๔ ไร่ และนับเป็นอำเภอที่มีพื้นที่น้อยที่สุดในบรรดาอำเภอต่าง ๆ ของจังหวัดกาญจนบุรี มีที่ทำการที่ว่าการอำเภอตั้งอยู่ริมถนนแสงชูโตฝั่งตะวันออกของแม่น้ำแม่กลองตอนกลาง
อาณาเขต
ทิศเหนือ ติดต่ออำเภอพนมทวน และอำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี
ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี
ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม และอำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี
ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอท่าม่วง
สภาพของพื้นที่อำเภอนี้แม้ว่าจะมีพื้นที่น้อยกว่าอำเภออื่นๆ แต่พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเขตที่ราบลุ่มแม่น้ำแม่กลองที่อุดมสมบูรณ์ และพื้นที่บางส่วนได้รับน้ำจากโครงการชลประทานประกอบกับมีการคมนาคมติดต่อกับกรุงเทพมหานครโดยสะดวกจึงมีส่วนสำคัญที่ทำให้อำเภอท่ามะกาเป็นเขตที่มีประชากรอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น และยังเป็นเขตที่มีความสำคัญทางด้านเศรษฐกิจของจังหวัดกาญจนบุรี
อำเภอท่ามะกาแบ่งการปกครองส่วนภูมิภาคเป็น ๑๗ ตำบล มี ๑๓๙ หมู่บ้าน ได้แก่ ตำบลท่ามะกา ตำบลตะคร้ำเอนตำบลท่าไม้ ตำบลยางม่วง ตำบลดอนขมิ้น ตำบลพระแท่นตำบลสนามแย้ ตำบลอุโลกสี่หมื่น ตำบลแสนตอ ตำบลดอนชะเอม ตำบลหวายเหนียว ตำบลเขาสามสิบหาบ ตำบลท่าเสา ตำบลพงตึก ตำบลโคกตะบอง ตำบลหนองลาน ตำบลท่าเรือ (เขตเทศบาล) ส่วนการปกครองท้องถิ่นประกอบด้วย ๑ เทศบาลตำบล คือเทศบาลตำบลท่าเรือพระแท่น ตั้งเป็นเทศบาลเมื่อวันที่ ๒๑ กันยายน พ.ศ.๒๕๒๘ เดิมมี ๕ สุขาภิบาล คือ สุขาภิบาลท่ามะกา ตั้งเป็นสุขาภิบาลเมื่อวันที่ ๒๔ กันยายน พ.ศ.๒๔๙๙ สุขาภิบาลดอนขมิ้น ตั้งเป็น
สุขาภิบาล เมื่อ พ.ศ.๒๔๙๘ สุขาภิบาลหวายเหนียว ตั้งเป็นสุขาภิบาลเมื่อวันที่ ๓ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๐๕ สุขาภิบาลท่าไม้ตั้งเป็นสุขาภิบาล เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๓๓ และสุขาภิบาลพระแท่น ตั้งเป็นสุขาภิบาลเมื่อวันที่ ๒๕ กันยายนพ.ศ.๒๕๓๐ ปัจจุบันสุขาภิบาลเหล่านี้ได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นเทศบาลตำบล
ลักษณะทางกายภาพ
พื้นที่ส่วนใหญ่ของอำเภอท่ามะกาเป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำแม่กลอง พื้นที่บางส่วนทางด้านตะวันตกของอำเภอ และบริเวณพระแท่นดงรัง มีลักษณะเป็นเขตภูเขาเตี้ยๆ ภูเขาที่สำคัญประกอบด้วยเขาสะพายแร้ง ตำบลสนามแย้ เขาขี้คลาดเขาสามสิบหาบ เขาช่อง เขาแดง เขาพระ เขากระอาง ตำบลเขาสามสิบหาบ และเขาใหญ่ เขาน้อย เขาตะพั้น เขาแหวนตำบลโคกตะบอง
ด้านลักษณะภูมิอากาศ อำเภอท่ามะกามีสภาพภูมิอากาศทั่วไปแบบมรสุมและมีฤดูกาล ๓ ฤดูกาลดังนี้ ฤดูฝนเริ่มตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายนฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนกุมภาพันธ์ และฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงเดือนเมษายน
ด้านทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญ พื้นที่ส่วนใหญ่ของอำเภอท่ามะกาเป็นเขตที่ราบลุ่มแม่น้ำแม่กลอง มีพื้นที่ภกูเขาเดี้ย ๆ เพียงส่วนน้อยทางตะวันตกของพื้นที่อำเภอ ในอดีตบริเวณอำเภอท่ามะกาเป็นเขตที่มีป่าไม้และสัตว์ป่ามาก ต่อมาได้มีการบุกเบิกพื้นที่เพื่อการเพาะปลูก รวมทั้งการทำอุตสาหกรรมป่าไม้ จึงมีผลให้ป่าไม้และสัตว์ป่าในบริเวณนี้ลดจำนวนลงอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันเขตป่าไม้สำคัญของอำเภอท่ามะกามี ๑ แห่งคือ ป่าพระแท่นดงรัง มีพื้นที่ ๑,๓๔๔ ไร่ ธรรมชาติที่สำคัญอีกประเภทหนึ่งคือแหล่งน้ำธรรมชาติ โดยเฉพาะแม่น้ำแม่กลองมีความสำคัญทั้งการบริโภคและอุปโภค แม่น้ำแม่กลองเกิดจากแควใหญ่และแควน้อยไหลมาบรรจบกันที่ตำบลปากแพรกในเขตอำเภอเมืองกาญจนบุรี ไหลผ่านอำเภอท่าม่วง ผ่านตำบลตะคร้ำเอน ท่าเรือ แสนตอ ท่ามะกา หวายเหนียว พงตึกท่าไม้ ดอนขมิ้น และท่าเสา อำเภอท่ามะกา จากนั้นไหลสู่พื้นที่จังหวัดราชบุรี และไหลสู่อ่าวไทยบริเวณพื้นที่จังหวัดแม่น้ำแม่กลองในอดีตมีความสำคัญสมุทรสงครามต่อประชากรในอำเภอท่ามะกามากทั้งทางด้านการคมนาคมการเพาะปลูก การบริโภค และอุปโภค แม้ว่าปัจจุบันนี้ความสำคัญบางอย่างได้ลดระดับลงแต่ยังคงมีลักษณะเป็นเส้นทางน้ำที่เอื้ออำนวยต่อประชากรทั้งสองฝั่งได้ใช้ประโยชน์ด้านต่างๆ
ด้านการคมนาคม อำเภอท่ามะกามีเส้นทางคมนาคม ๓ ประเภทคือ ทางน้ำ ทางรถไฟ และทางรถยนต์ การคมนาคมทางน้ำเคยมีความสำคัญมากในอดีต โดยเฉพาะแม่น้ำแม่กลองเป็นเส้นทางติดต่อกับกรุงเทพมหานครและท้องถิ่นใกล้เคียงปัจจุบันการคมนาคมทางน้ำมีความสำคัญลดลงเนื่องมาจากการพัฒนาเส้นทางรถไฟและทางรถยนต์ ประกอบกับการสร้างเขื่อนทางตอนบน ทำให้ปริมาณน้ำลดลงเป็นอุปสรรคต่อการเดินทางทางเรือ แต่ยังคงมีประโยชน์ต่อประชากรที่ตั้งถิ่นฐานริมน้ำในด้านการติดต่อภายในท้องถิ่นและด้านการบริโภคและอุปโภค การคมนาคมทางรถไฟได้รับการพัฒนาในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ ๒ หลังจากนั้นได้กลายเป็นเส้นทางคมนาคมที่สำคัญอีกเส้นทางหนึ่ง ปัจจุบันเส้นทางรถไฟสายกรุงเทพ-มหานคร-สถานีน้ำตก ผ่านพื้นที่อำเภอท่ามะกา และเดินรถเป็นประจำทุกวัน แต่ความนิยมของประชาชนลดลงเนื่องจากมีการเดินรถไฟเพียงวันละ ๔ เที่ยว และใช้เวลาในการเดินทางนานกว่าการคมนาคมทางรถยนต์
สำหรับการคมนาคมทางรถยนต์เป็นเส้นทางติดต่อที่สะดวกที่สุดในปัจจุบัน และยังมีความสำคัญเพิ่มขึ้นตามลำดับทั้งในด้านการติดต่อของประชาชนและการขนส่งสินค้า ทางรถยนต์สายสำคัญสำหรับการคมนาคมในอำเภอท่ามะกาประกอบด้วย
๑. ถนนแสงชูโต เป็นเส้นทางติดต่อกับกรุงเทพ-มหานคร และพื้นที่ใกล้เคียง มีลักษณะเป็นเส้นทางคู่ติดต่อกับอำเภอท่าม่วง อำเภอเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรีและอำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี
๒. ถนนสายพนมทวน-กำแพงแสน เป็นเส้นทางที่แยกมาจากเส้นทางสายกาญจนบุรี-สุพรรณบุรี ที่อำเภอพนม-ทวน ผ่านท้องที่ตำบลอุโลกสี่หมื่น พระแท่น และหนองลานอำเภอท่ามะกา ไปบรรจบกับถนนมาลัยแมนที่อำเภอกำแพงแสนจังหวัดนครปฐม
๓. ถนนจันทรุเบกษา เป็นถนนที่แยกจากเส้นทางสายพนมทวน-กำแพงแสน ในท้องที่ตำบลหนองลาน อำเภอท่ามะกา ไปบรรจบกับถนนมาลัยแมนในเขตตำบลทุ่งคอกจังหวัดสุพรรณบุรี
๔. ถนนสายท่ามะกา-หนองตากยา-จอมบึง เป็นเส้นทางที่แยกจากถนนแสงชูโต ที่บริเวณอำเภอท่ามะกา ผ่านตำบลหวายเหนียว ตำบลแสนตอ อำเภอท่ามะกา ผ่านเข้าในเขตอำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี และอำเภอจอมบึงจังหวัดราชบุรี นอกจากเส้นทางรถยนต์ที่กล่าวแล้ว ยังมีเส้นทางรถยนต์อีกหลายสายสำหรับการติดต่อภายในท้องถิ่นและการขนส่งผลผลิต เส้นทางที่กล่าวมาทั้งหมดเอื้ออำนวยต่อการติดต่อและขนส่งผลผลิต โดยเฉพาะการขนส่งอ้อยสู่โรงงานน้ำตาลทราย
สภาพทางสังคม
ประชากรในอำเภอท่ามะกาประมาณร้อยละ ๙๐ อยู่ในสังคมแบบเกษตรกรรมที่มีการเพาะปลูกพืชผลที่สำคัญคืออ้อยและข้าว เหตุผลสำคัญคือพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่มที่เหมาะสมต่อการเพาะปลูกและพื้นที่บางส่วนอยู่ในเขตโครงการชลประทาน และใกล้กับตลาดรับซื้อผลผลิตโดยเฉพาะโรงงานน้ำตาลทราย ประชากรจึงตั้งถิ่นฐานอยู่อย่างหนาแน่นเมื่อเปรียบเทียบกับพื้นที่อำเภออื่นๆ ใน พ.ศ.๒๕๓๗ อำเภอท่ามะกามีประชากรรวม ๑๑๗,๐๕๓ คน จำนวนประชากรมีมากรองจากอำเภอเมืองกาญจนบุรีเท่านั้น สำนักงานอำเภอท่ามะการายงานว่า ใน พ.ศ.๒๕๓๗ อำเภอท่ามะกามีพื้นที่ปกครองน้อยที่สุดในบรรดาอำเภอต่างๆ ของจังหวัดกาญจนบุรีแต่มีประชากรตั้งถิ่นฐานอยู่หนาแน่นกว่าอำเภออื่นๆ บริเวณที่มีประชากรตั้งถิ่นฐานอยู่หนาแน่นมากคือที่เขตราบลุ่มแม่น้ำแม่กลองในท้องที่ตำบลตะคร้ำเอน ท่าเรือ แสนตอ ท่ามะกาหวายเหนียว พงตึก ท่าไม้ ดอกขมิ้น และท่าเสา ในปี พ.ศ.๒๕๔๒ อำเภอท่ามะกามีประชากรทั้งสิ้น ๑๒๐,๕๕๕ คน
สภาพทางเศรษฐกิจ
อำเภอท่ามะกามีความสำคัญทางเศรษฐกิจต่อท้องถิ่นและส่วนกลางอย่างน้อย ๒ กรณี คือแหล่งเพาะปลูกอ้อยและแหล่งผลิตน้ำตาลทราย ประชากรหรือประมาณร้อยละ ๙๐ ส่วนใหญ่ของอำเภอท่ามะกาเป็นเกษตรกร ส่วนที่เหลือมีการประกอบกิจกรรมทางเศรษฐกิจอีกหลายประเภท ท้องที่อำเภอท่ามะกามีพื้นที่ประมาณ ๒๑๓,๐๖๕ ไร่ แยกเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ๑,๓๔๔ ไร่ พื้นที่ส่งน้ำชลประทาน ๑๒๕,๐๐๐ ไร่ พื้นที่ทำการเกษตร ๑๕๒,๗๑๔ ไร่ สามารถจำแนกการเกษตรกรรมใน พ.ศ.๒๕๓๗ ได้ดังนี้ ปลูกอ้อย ๔๘,๓๒๘ ไร่ ปลูกข้าวนาปี ๔๓,๙๗๖ ไร่ ปลูกข้าวนาปรัง ๔๑,000 ไร่ ปลูกไม้ผล ๕,๔๒๐ ไร่ และปลูกพืชผัก ๔,๙๙๐ ไร่ พืชเศรษฐกิจที่มีความสำคัญมากที่สุด คืออ้อย เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่มีความเหมาะสมต่อการปลูกอ้อย และพื้นที่เพาะปลูกอยู่ใกล้โรงงานน้ำตาลทรายทำให้สะดวกต่อการขนส่งนอกจากนี้รายได้จากการปลูกอ้อยค่อนข้างดีเมื่อเทียบกับพืชอื่นๆ เช่น ข้าว เกษตรกรของอำเภอท่ามะกาส่วนหนึ่งยังมีการเลี้ยงสัตว์ควบคู่กับการเพาะปลูกด้วย เช่น การเลี้ยงควายวัว หมู และไก่ เป็นต้น
ด้านอุตสาหกรรม อำเภอท่ามะกาเป็นเขตโรงงานน้ำตาลทรายที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เนื่องจากพื้นที่อยู่ไม่ห่างจากกรุงเทพมหานคร มีเส้นทางคมนาคมสะดวก อยู่ใกล้แหล่งเพาะปลูกอ้อย จึงมีโรงงานน้ำตาลทรายขนาดใหญ่ตั้งอยู่ถึง ๘ แห่ง แต่ละแห่งมีกำลังผลิตไม่ต่ำกว่า ๑๐,๐๐๐ ตัน ได้แก่โรงงานน้ำตาลไทยกาญจนบุรี โรงงานน้ำตาลท่ามะกา โรงงานน้ำตาลมิตรเกษตรอุตสาหกรรม โรงงานไทยอุตสาหกรรมน้ำตาลโรงงานน้ำตาลไทยรุ่งเรืองอุตสาหกรรม โรงงานน้ำตาลประจวบอุตสาหกรรมโรงงานน้ำตาลนิวกรุงไทย และโรงงานอุตสาหกรรมน้ำตาลกาญจนบุรี นอกจากโรงงานน้ำตาลทรายแล้วอำเภอท่ามะกายังมีโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่อีก ๓ แห่ง คือโรงงานไวตาฟูดส์ ผลิตอาหารกระป๋อง โรงงานเมโทรไฟเบอร์ผลิตไม้อัด และโรงงานเอสเอ็มซี ผลิตผลิตภัณฑ์พลาสติกและตุ๊กตาพลาสติก นอกจากนี้ยังมีโรงงานอุตสาหกรรมขนาดรองลงมาอีกหลายแห่ง เช่น โรงงานผลิตวั้นเส้น สาคู ทำปุ๋ยผลิตอาหารสัตว์ โรงสีข้าว โรงกลึง เป็นต้น ดังนั้นอาจกล่าวได้ว่าอำเภอท่ามะกาเป็นอุตสาหกรรมที่สำคัญที่สุดของจังหวัดกาญจนบุรี และมีประชากรส่วนหนึ่งประกอบอาชีพเป็นแรงงานในโรงงานอุตสาหกรรมเหล่านี้ สำนักงานอำเภอท่ามะการายงานว่าใน พ.ศ.๒๕๓๗ มีประชาชนประกอบอาชีพเป็นลูกจ้างในโรงงานอุตสาหกรรมและสถานประกอบการต่างๆ ๑๑,๔๖๙ คนเศรษฐกิจที่สำคัญอีกประเภทหนึ่งคือการพาณิชยกรรมและการบริการซึ่งสอดคล้องกับย่านโรงงานอุตสาหกรรม โดยเฉพาะธุรกิจธนาคารมีสาขาของธนาคารตั้งสำนักงานอยู่ถึง ๑๕ แห่งซึ่งมีจำนวนที่มากกว่าสาขาของธนาคารในเขตอำเภอเมืองกาญจนบุรีซึ่งเป็นศูนย์กลางการปกครองของจังหวัด
สถานที่สำคัญ
๑. พงตึก ตั้งอยู่ใกล้เคียงกับวัดดงสักทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำแม่กลองตรงข้ามกับหมู่บ้านท่าหว้า ในเขตหมู่ที่ ๔ ตำบลพงดึก ห่างจากที่ว่าการอำเภอท่ามะกาประมาณ 5 กิโลเมตรโบราณสถานแห่งนี้ห่างจากกรุงเทพมหานครประมาณ ๙๐ กิโลเมตร ห่างจากตัวจังหวัดกาญจนบุรีประมาณ ๓๘ กิโลเมตรเป็นโบราณสถานสมัยทวารวดีพุทธศตวรรษที่ ๑๓-๑๖ ประกอบด้วยซากอาคารหลายแห่ง เช่น ซากอาคารขนาดใหญ่อยู่ใกล้ศาลเจ้า ซากอาคารขนาดเล็กในบริเวณบ้านนายมา ซากอาคารสี่เหลี่ยมจัตุรัสบริเวณสวนกล้วย นอกจากนี้ยังมีการพบโบราณวัตถุสำคัญอีกจำนวนมากที่แสดงให้เห็นว่าพงดีกเป็นชุมชนโบราณที่เคยมีความสำคัญในอดีต เช่น ตะเกียงโรมันสำริดด้ามทำเป็นรูปลายปาล์มอยู่ระหว่างปลาโลมาสองตัวหันหน้าเข้าหากัน ตรงกลางตะเกียงมีฝาน้ำมันหล่อเป็นรูปเทพเจ้าซีเลนัสในศิลปะกรีก-โรมัน ซึ่งมีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 5การเดินทางไปโบราณสถานพงศึกที่สะดวกที่สุด ใช้เส้นทางจากกรุงเทพมหานครตามถนนเพชรเกษมและถนนแสงชูโตแยกเข้าพงตึกตรงสะพานวัดดงสักอีก ๑ กิโลเมตร
๒. พระแท่นดงรัง อยู่ในเขตหมู่ที่ ๗ ตำบลพระแท่นห่างจากที่ว่าการอำเภอท่ามะกาประมาณ ๑๖ กิโลเมตร ห่างจากจังหวัดกาญจนบุรีประมาณ ๓๘ กิโลเมตร และอยู่ห่างจากกรุงเทพมหานครประมาณ ๑๐๐ กิโลเมตรเศษ พระแท่นดงรังเป็นปูชนียสถานที่สำคัญของจังหวัดกาญจนบุรีมานาน สามเณรกลั่นกล่าวถึงพระแท่นดงรังไว้ในนิราศพระแท่นดงรัง เมื่อพ.ศ.๒๓๗๖ ว่า
"ถึงพระแท่นแสนสงัดเห็นวัดมี
ทั้งโบสถ์ที่ครอบพระแท่นแผ่นศิลา
กับต้นรังทั้งคู่ยัอยู่ห้อม
ดูยอดน้อมมาข้างแท่นที่แผ่นผา
ต่างชื่นชมโสมนัสยิ่งศรัทธา
ตามบิดาทักษิณด้วยยินดี
เข้าประตูดูแผ่นพระแท่นตั้ง
เหมือนบัลลังก์แลจำรัสรัศมี"
บริเวณพระแท่นดงรังเป็นเนินเขาเตี้ยๆ และป่าไม้มีเนื้อที่ประมาณ ๒,๓๙๐ ไร่ โดยเป็นเขตของวัดพระแท่นดงรังวรวิหารประมาณ ๑๐๐ ไร่เศษ นอกนั้นเป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติพระแท่นดงรัง วัดพระแท่นดงรังวรวิหารเป็นวัดโบราณสร้างขึ้นในระยะใกล้เคียงกับการค้นพบพระแท่นดงรังในสมัยกรุงศรีอยุธยาหรือรัตนโกสินทร์ตอนต้น ต่อมาในวันที่ ๒๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๕ จึงได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ยกวัดพระแท่นดงรังเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหารเพื่อเฉลิมพระเกียรติในพระราชพิธีสถาปนาสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฏราชกุมาร สถานที่สำคัญในบริเวณวัดพระแท่นดงรังวรวิหารคือวิหารพระแท่นดงรัง ตั้งอยู่เชิงเขาเดี้ยๆ ที่เรียกว่า "เขาถวายพระเพลิง" ตัววิหารสร้างคลุมองค์พระแท่นดงรังที่สมมติว่าเป็นพระแท่นบรรทมของพระพุทธเจ้าและพระพุทธเจ้าได้เสด็จดับขันธ์ปรินิพพานบนพระแท่นนี้
นอกจากวิหารพระแท่นดงรังแล้วยังมีสถานที่สำคัญอื่นๆ เช่น วิหารพระอานนท์ เป็นวิหารเล็กๆ ทางมุมตะวันออกเฉียงเหนือของวิหารพระแท่น วิหารพระทรมานกาย เป็นวิหาร ขนาดเล็ก ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของวิหารพระแท่น โดยเป็นที่สำหรับเก็บพระพุทธรูปปางทุกรกิริยา บ่อบัวนพระโอษฐ์มีลักษณะคล้ายบ่อน้ำตื้นๆ กว้าง ๑๗ เซนติเมตร ลึก ๗๕ เซนติเมตร อยู่หลังวิหารพระแท่น เป็นที่สมมติว่าพระพุทธเจ้าทรงอาเจียนลงพระโลหิตก่อนเสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน เขาถวายพระเพลิง เป็นภูเขาเล็กๆ สูง ๕๕ เมตรจากระดับน้ำทะเล อยู่ทางทิศตะวันตกของวิหารพระแท่น มีมณฑปรูป ๑๒ เหลี่ยมคลุมพระพุทธบาทจำลองไว้ สมมติว่าเป็นที่สร้างครอบเชิงตะกอนถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระเมื่อเสด็จดับขันธ์ปรินิพพานแล้ว การเดินทางไปพระแท่นดงรังจากกรุงเทพมหานครใช้เส้นทางรถยนต์สายเพชรเกษมและถนนแสงชูโต แยกเข้าถนนท่าเรือ-พระแท่นอีกประมาณ ๑๖ กิโลเมตร อีกเส้นทางหนึ่งใช้ถนนเพชรเกษมและมาลัยแมนแยกเข้าถนนกำแพงแสน-พนมทวน ประมาณ ๒๒ กิโลเมตร
๓. รอยพระพุทธบาทจำลองและฆ้องมโหระทึกวัดเขาสะพายแร้ง วัดเขาสะพายแร้งอยู่ในเขตหมู่ที่ ๒ ตำบลสนามแย้ ห่างจากที่ว่าการอำเภอท่ามะกาประมาณ ๑๓ กิโลเมตร วัตถุโบราณที่พบที่วัดนี้มีอายุตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์จนถึงสมัยประวัติศาสตร์ โบราณวัตถุสำคัญคือรอยพระพุทธบาทจำลองฆ้องมโหระทึก เครื่องมือเครื่องใช้ทำด้วยหิน และเครื่องปั้นดินเผา
ประวัติความเป็นมา
พื้นที่บริเวณอำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี มีความสำคัญต่อการตั้งชุมชนโบราณตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ดังที่พบหลักฐานทางโบราณคดี เช่น เครื่องมือเครื่องใช้สมัยหินใหม่ และกลองมโหระทึกสำริดที่วัดเขาสะพายแร้ง ตำบลสนามแย้ เป็นต้น ต่อมาในสมัยพุทธศตวรรษที่ ๑๑-๑๖ พื้นที่อำเภอท่ามะกามีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ชัดเจนขึ้นอีกครั้ง โดยเฉพาะหลักฐานทางประวัติศาสตร์ซึ่งพบที่บริเวณพงดึกเป็นสิ่งที่ยืนยันได้ชัดเจนว่าบริเวณนี้เป็นชุมชนโบราณที่เก่าแก่และมีความสำคัญร่วมสมัยกับชุมชนโบราณที่จังหวัดนครปฐม
อำเภอท่ามะกามีประวัติความเป็นมาชัดเจนอีกครั้งหนึ่งในสมัยรัตนโกสินทร์เมื่อมีชุมชนมากขึ้นตามลำดับ โดยในพ.ศ.๒๔๔๕ มีฐานะเป็นอำเภอลาดบัวขาว เมืองราชบุรี มีที่ว่าการอำเภอที่ตำบลลาดบัวขาว อำเภอบ้านโป่งปัจจุบันนี้ต่อมาได้ย้ายที่ว่าการอำเภอมาที่ตำบลพงตึกและเปลี่ยนชื่อเป็นอำเภอพระแท่น เนื่องจากเขตการปกครองของอำเภอนี้มีพระแท่นดงรังเป็นปูชนียสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนาต่อมาเมื่อ พ.ศ.๒๔๕๓ ขุนศรีสรนาสน์นิคม นายอำเภอขณะนั้นได้ย้ายที่ว่าการอำเภอมาตั้งที่หมู่ที่ ๔ ตำบลท่ามะการิมแม่น้ำแม่กลองฝั่งตะวันออก ใน พ.ศ.๒๔๖๐ ได้เปลี่ยนชื่อจากอำเภอพระแท่นเป็นอำเภอท่ามะกาโดยยังคงขึ้นกับเมืองราชบุรี จนถึง พ.ศ.๒๔๘๐ จึงโอนมาขึ้นกับจังหวัดกาญจนบุรีต่อมาเมื่อมีการตัดเส้นทางรถยนต์สายบ้านโป่ง-กาญจนบุรีหรือถนนแสงชูโต ทำให้เส้นทางคมนาคมทางรถยนต์สะดวกยิ่งขึ้นจึงย้ายที่ว่าการอำเภอมาที่ริมถนนแสงชูโตหมู่ที่ ๒ ตำบลท่ามะกา ใน พ.ศ.๒๕๑๖
เอกสารอ้างอิง
กาญจนบุรี, กรุงเทพฯ : บริษัท วีไอพี. แอดเวอร์ไทซิ่ง จำกัด, ๒๕๓๖.
บรรยายสรุปอำเภอท่ามะกา, กาญจนบุรี : สำนักงานอำเภอท่ามะกา, ๒๕๓c๗.
แผนกำหนดสถานศึกษาที่เปิดสอนมัธยมศึกษาตอนต้น ปีการศึกษา ๒๕๓๕-๒๕๓๙ จังหวัดกาญจนบุรี, กาญจนบุรี : คณะกรรมการการศึกษา การศาสนา และการวัฒนธรรม, ๒๕๓๗.
สมพงษ์ สุทินศักดิ์, วัดพระแท่นคงรังวรวิหาร, กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ประมวล ศิลป์, มปป.
มณฑล คงแถวทอง เรียบเรียง