ตักบาตรดอกไม้ : ประเพณี
การทำบุญดอกไม้ในพุทธตำนาน
การทำบุญด้วยดอกไม้ มีประวัติจากพุทธตำนานดังนี้ ในสมัยที่พระเจ้าพิมพิสารเป็นพระเจ้าแผ่นดินครองเมืองราชคฤห์นั้น ตามปกติพระเจ้าพิมพิสารจะได้รับดอกมะลิจากนาย-มาลาการเป็นประจำวันละ ๘ กำมือ และพระเจ้าพิมพิสารก็จะมอบบำเหน็จรางวัลให้แก่นายมาลาการทุกครั้ง
วันหนึ่งขณะที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ากำลังเสด็จออกบิณฑบาตพร้อมด้วยพระภิกษุ นายมาลาการมองเห็นรัศมีขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเปล่งอยู่รอบๆ พระวรกายเป็น ๖ สีด้วยกัน ที่เรียกว่า ฉัพพรรณรังสีคือ สีนิล สีปิด สีโลหิต สีโอทาต สีมันเชฐหงษ์บาท สีประภัสสร นายมาลาการจึงเกิดความเลื่อมใสศรัทธาต่อพระพุทธองค์ได้ใช้ดอกมะลิโปรยไปยังพระพุทธองค์ ๒ กำมือ เกิดอภินิหารดอกมะลิลอยวนอยู่ตรงเหนือเศียรของพระพุทธองค์ ๓ รอบแล้วรวมกันเป็นเพดานลอยเป็นแพคุ้มกันแดดแก่พระพุทธองค์เมื่อโปรยอีก ๒ กำมือ ดอกมะลิก็ลอยวน ๓ รอบอีก แล้วไปรวมเป็นแพอยู่ทางด้านปฤษฎางค์ของพระพุทธองค์ นายมาลาการได้โปรยดอกมะลิอีก ๒ กำมือสุดท้ายดอกมะลิก็ลอยวนเวียน ๓ รอบอีกเช่นเดียวกัน แล้วไปรวมเป็นแพอยู่ทางด้านซ้ายพระหัตถ์ของพระพุทธองค์
แล้วดอกมะลิทั้ง ๘ กำมือก็หันขั้วเข้าหาพระวรกายพระพุทธองค์และหันกลีบออกภายนอก เว้นเป็นช่องไว้ทางด้านหน้าสำหรับพุทธดำเนินเท่านั้น
หลังจากนั้นนายมาลาการก็ได้นำดอกมะลิหว่านโปรยบูชาพระพุทธองค์ แล้วก็ได้เดินตามพระองค์เป็นไปด้วยปีติ ๕ ประการ จึงได้เข้ายังพุทธรัศมีของพระองค์ แล้วก็ก้มลงถวายบังคมทำให้วรรณะผิวพรรณของนายมาลาบังเกิดขึ้น ๕ ประการ
ต่อมาพระเจ้าพิมพิสารทราบข่าวก็ถวายบังคมพระพุทธเจ้าเมื่อเสด็จกลับสู่พระราชวังแล้วก็รับสั่งให้นายมาลาการเข้าเฝ้าพระเจ้าพิมพิสารได้พระราชทานบำเหน็จรางวัลแก่นายมาลาการ ๘ อย่าง แต่ละอย่างจำนวน ๘ ได้แก่ ช้าง ๘ เชือก ม้า ๘ ตัว ทาสา ๘ คน ทาสี ๘ คน เครื่องประดับชุดใหญ่ ๘ ชุด กษาปณ์ ๘ พัน นารี ๘ นาง บ้านเสวย ๘ หลัง
นายมาลาการมีความร่มเย็นเป็นสุขด้วยอานิสงส์ที่ได้ถวายดอกไม้แด่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า นายมาลาการมีแต่ความสุขความเจริญ
เรื่องราวจากพุทธตำนานดังกล่าวทำให้เกิด ประเพณีตักบาตรดอกไม้" เป็นประจำทุกปีในวันเข้าพรรษาในวัดหลายแห่งในภาคกลางตลอดมาจนกระทั่งถึงปัจจุบันนี้ เช่น
ประเพณีตักบาตรดอกไม้ วัดบวรนิเวศวิหาร
ประเพณีตักบาตรดอกไม้ วัดบวรนิเวศวิหาร ตำบลบางลำพู เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร จัดขึ้นในวันเข้าพรรษาเริ่มจากในช่วงตอนเย็นเวลาประมาณ ๑๗.๐๐ นาฬิกา พุทธศาสนิกชนนำดอกไม้ได้แก่ ดอกบัวและดอกไม้ชนิดอื่นธูปเทียน ไปตักบาตร พระภิกษุจะเดินออกจากพระตำหนักเพชรมายังพระอุโบสถ และรับดอกไม้ ธูปเทียน จากบรรดาพุทธศาสนิกชนที่ยืนอยู่ตามรายทางแล้วนำดอกไม้ไปประกอบพิธีกรรมในพระอุโบสถ ถวายแด่องค์พระประธานพระพุทธชินสีห์ เมื่อเสร็จพิธีแล้วก็นำดอกไม้ไปสักการบูชาปูชนียสถานที่สำคัญ ๆ รอบพระอุโบสถ ประเพณีทำบุญตักบาตรดอกไม้ที่วัดบวรนิเวศวิหารนี้มีผู้คนไปทำบุญกันมาก ถือเป็นประเพณีทำบุญสำคัญ
ประเพณีหนึ่งประเพณีตักบาตรดอกไม้ วัดพระพุทธบาทวรมหาวิหาร จังหวัดสระบุรี
ประเพณีตักบาตรดอกไม้ วัดพระพุทธบาทวรมหาวิหารจัดขึ้นในวันเข้าพรรษาของทุกปีในงานนี้มีขบวนแห่เทียนพรรษาและการละเล่นต่างๆ และขบวนของประชาชนได้นำดอกไม้ซึ่งเรียกว่า ดอกเข้าพรรษาเข้าไปถวายแด่พระภิกษุกว่า ๒๐๐ รูป นำด้วยขบวนกลองยาวและขบวนนาฏศิลป์ร่ายรำสวยงามตระการตามาก
ในตอนเช้าของวันทำบุญเข้าพรรษา พุทธศาสนิกชนชาวอำเภอพระพุทธบาทต่างก็จะพากันไปทำบุญตักบาตรข้าวสุกและถวายอาหารแด่พระภิกษุที่ศาลาการเปรียญวัดพระพุทธบาทวรมหาวิหารอย่างพร้อมเพรียงกันด้วยพลังศรัทธาอันสูงยิ่งและก่อนที่จะถึงกำหนดเวลาทำบุญตักบาตรด้วยดอกไม้สดในช่วงตอนบ่าย ในช่วงตอนสายคือหลังจากการทำบุญที่วัดแล้วบรรดาคนเฒ่าคนแก่ และคนหนุ่มๆ สาว ๆ ก็จะพากันออกจากบ้านหรือจากวัด ในกรณีที่บ้านอยู่ห่างไกลจากวัดและทำบุญวัดเช้าเสร็จสิ้นไปแล้ว ที่ยังไม่ได้กลับบ้านก็จะชักชวนกันไปเก็บดอกไม้เพื่อนำไปทำบุญ
ดอกไม้สดที่นำไปทำบุญนั้นเป็นดอกของพืชที่มีลักษณะคล้ายต้นกระชายหรือต้นว่านขมิ้น สูงประมาณ ๑ คืบ ดอกเข้าพรรษานี้มีหลายสี ได้แก่ สีเหลือง สีขาว สีน้ำเงิน หรือสีน้ำเงินปนสีม่วง ดอกของพืชชนิดนี้ จะผลิดอกออกช่องามสะพรั่งรับเทศกาลงานบุญเฉพาะวันเข้าพรรษาเท่านั้น ในเทศกาล หรือฤดูกาลอื่นๆ ก็จะไม่ผลิดอกออกช่อเลยพุทธศาสนิกชนในอำเภอพระพุทธบาทจึงพากันเรียกว่า "ดอกเข้าพรรษา"
เนื่องจากดอกเข้าพรรษาสีเหลืองและสีขาวหาง่าย ส่วนดอกสีน้ำเงินนั้นหายากจึงกล่าวกันว่า ถ้าใครหาดอกเข้าพรรษาสีน้ำเงินไปทำบุญได้มาก ผู้นั้นจะได้บุญกุศลแรง
การออกจากบ้านไปหาเก็บดอกเข้าพรรษานั้น พวกชาวบ้านก็จะต้องหาฤกษ์ที่เป็นสิริมงคล ระหว่างเดินทางไปก็ร้องรำทำเพลงให้เกิดความสนุกสนานครื้นเครง และหยอกเย้าแหย่กันระหว่างกลุ่มหนุ่มกับกลุ่มสาว ครั้นเมื่อถึงที่หมายกลุ่มหนุ่มกลุ่มสาวจะพากันแยกไปเก็บที่แห่งหนึ่ง บรรดาคนเฒ่าคนแก่ก็จะพากันแยกไปเก็บยังที่อีกแห่งหนึ่งพุทธศาสนิกชนกำลังใส่บาตรดอกไม้ดอกเข้าพรรษาจะบานเฉพาะในช่วงเข้าพรรษาเท่านั้น สถานที่เก็บดอกไม้ได้แก่ตามภูเขาต่างๆ เช่น ที่เขาโพธิ์ลังกา เขาสุวรรณบรรพต เขาช้าง หรือเขาเซียน เทือกเขาวงเขาพุ เขาถ้ำวิมานจักรี เป็นต้น
ในพิธีตักบาตรดอกไม้เข้าพรรษาในช่วงตอนบ่ายที่วัดพุทธศาสนิกชนก็จะพากันไปรวมกันอยู่ที่ลานวัดและยืนคอยอยู่สองฟากถนน เปิดช่องว่างไว้ตรงกลางประมาณ ๒ เมตรสำหรับพระภิกษุ สามเณรคอยเดินรับบิณฑบาตดอกไม้เข้าพรรษาจนครบทั่วผู้ไปทำบุญก็เป็นอันเสร็จพิธี
ในปัจจุบันนี้ประเพณีตักบาตรดอกไม้สดในวันเข้าพรรษาของพุทธศาสนิกชน ชาวอำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี ได้มีพุทธศาสนิกชนจากจังหวัดอื่นๆ ไปร่วมทำบุญทำกุศลเป็นจำนวนมาก เช่น จังหวัดลพบุรี จังหวัดชัยนาท จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และจังหวัดนครราชสีมา
เรียบเรียงจาก มาร์ค สแตรนด์ "ดอกไม้บูชารอยพระพุทธบาท" กินรี ฉบับที่ ๗ (ก.ค. ๓๘) สมพงศ์ เกรียงไกรเพชร. ประเพณีตักบาตรดอกไม้. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ ธรรมสารจำกัด, ๒๕๓๗.
ประคอง นิมมานเหมินท์ เรียบเรียง
ประเพณีตักบาตรดอกไม้ ที่มีความเป็นมาแค่ครั้งพุทธกาล(ภาพจากนิตยสารกินรี ฉบับที่ ๗ กรกฎาคม ๒๕๓๘)
ประเพณีตักบาตรดอกไม้ วัดพระพุทธบาทวรมหาวิหารจังหวัดสระบุรี (ภาพจากตขสารกินรี ฉบับที่ ๗ กรกฎาคม ๒๕๓๘)
พุทธศาสนิกชนกำลังใส่บาตรดอกไม้
ดอกเข้าพรรษาจะบานเฉพาะในช่วงเข้าพรรยาเท่านั้น
ขบวนแห่พระพุทธรูปในพิธีตักบาตรดอกไม้ที่วัดพระพุทธบาท(ภาพจากนิตยสารกินรี ฉบับเตือนกรกฎาคม ๒๕๔๑)
ข้าวต้มลูกโยนและข้าวต้มมัดสำหรับใส่บาตรในพิธีตักบาตรเทโว