ปรับขนาดตัวอักษร

| |
  

เซียมซี

ภาค : กลาง

เซียมซี

เซียมซี เป็นการทำนายโชคชะตาแบบหนึ่ง พบตามศาลเจ้า วัดและสถานศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ แทบทุกจังหวัดในภาคกลาง คำว่าเซียมซี มีผู้อธิบายว่ามาจากภาษาจีน ๒ คำ คือคำว่า "เซียม" ซึ่งหมายถึงไม้ติ้วเสี่ยงทาย และคำว่า "ซี" หมายถึงคำประพันธ์หรือบทร้อยกรอง

ในการเสี่ยงเซียมซีโดยทั่วไปต้องมีอุปกรณ์คือ กระบอกติ้ว ติ้ว และใบเซียมซี ๓ อย่าง 

กระบอกติ้ว เป็นกระบอกซึ่งส่วนมากทำจากไม้ไผ่ยาวประมาณ ๘-๑๒ นิ้ว ส่วนตั้วเป็นแผ่นไม้ทำจากไม้ไผ่เหลาบางๆ กว้างประมาณ ๑ เซนติเมตร ยาวประมาณ ๒๐ เซนติเมตร เขียนเลขกำกับไว้ตรงปลายด้านบน บางแห่งทาสีแดงด้วย ในภาคกลางติ้วกระบอกหนึ่งมีจำนวนประมาณ ๒๑-๓๖ อัน

ใบเซียมซี ได้แก่ใบทำนายโชคชะตา โดยมากพิมพ์เป็นคำประพันธ์ประเภทกลอน มีความยาวประมาณ ๔-๖ บท ใบเซียมซีจะมีจำนวนเท่ากับติ้ว ปรกติใบเซียมซีจะติดไว้บนแผงเรียงตามลำดับตั้งแต่ใบที่ ๑ จนถึงใบสุดท้าย มีบางแห่งทำที่เก็บใบเซียมซีเป็นช่องๆ ช่องละ ๑ หมายเลข

วิธีการเสี่ยงเซียมซี

การเสี่ยงเซียมซีจะเริ่มด้วยการกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์อาจมีดอกไม้ธูปเทียนหรือไม่มีก็ได้ เสร็จแล้วผู้ต้องการเสี่ยงเซียมซีก็จะใช้สองมือยกกระบอกเซียมซีขึ้นพลางอธิษฐานขอให้มีความแม่นยำและขอให้ชะตาชีวิตของตนเป็นไปในทางดีแล้วก็เขย่ากระบอกติ้ว ต้องเขย่าจนกระทั่งดิ้วร่วงลงมา ๑ อัน ผู้เสี่ยงเซียมซีจะหยิบดิ้วขึ้นมาดูหมายเลข และใส่ดิ้วไว้ในกระบอกตามเดิมแล้วจึงหาใบเซียมซีที่มีหมายเลขตรงกับติ้วเชื่อกันว่าคำทำนายในใบเซียมซีดังกล่าวจะเป็นการทำนายโชคชะตาของคนที่เสี่ยงเซียมซี หากติ้วร่วงลงมามากกว่า ๑ อันจะต้องเก็บติ้วใส่กระบอกแล้วเขย่าใหม่ ผู้ที่เขย่าไม่เป็นหรือต้องการความรวดเร็วมักใช้วิธีอธิษฐานแล้วหลับตาหยิบติ้วจากกระบอกขึ้นมา ๑ อันแทน

ในศาลเจ้าบางแห่งจะมีอุปกรณ์ในการเสี่ยงเซียมซี อีกอย่างหนึ่งคือ ไม้ปวย ถือกันว่าไม้ปวยเป็นเครื่องเสี่ยงทายที่จะช่วยยืนยันว่าติ้วที่เสี่ยงได้เป็นของผู้เสี่ยงทายถูกต้องหรือไม่

ไม้ปวยประกอบด้วยไม้รูปโค้งเสี้ยวพระจันทร์ ขนาดเท่ากัน ๒ อัน ประกบกัน บางทีก็เรียกว่า "ไม้คว่ำไม้หงาย" วิธีการเสี่ยงไม้ปวยทำดังนี้ หยิบไม้ปวยทั้งสองอันขึ้นมาแล้วตั้งจิตอธิษฐานเพื่อเสี่ยงทาย จากนั้นโยนไม้ปวยไปข้างหน้าให้เฉียงมาทางขวามือ ถ้าไม้ปวยตกลงไปคว่ำทั้ง ๒ อัน หรือหงายทั้ง ๒ อัน แสดงว่าดิ้วเซียมซีที่ได้มาไม่ใช่ของผู้เสี่ยงทายต้องเขย่าให้ดิ้วตกหรือหยิบดิ้วขึ้นมาใหม่ เมื่อได้ดิ้วแล้วผู้เสี่ยงทายก็จะโยนไม้ปวยเสี่ยงทายอีก จนกระทั่งไม้ปวยตกลงไปในลักษณะคว่ำอันหนึ่ง หงายอันหนึ่ง จึงจะถือว่าติ้วที่เสี่ยงได้เป็นของผู้เสี่ยงทาย

ความเป็นมาของเซียมซีในสังคมไทย

การเสี่ยงทายโดยใช้เซียมซีนี้มีในสังคมไทยเป็นเวลานานมาแล้ว โดยเริ่มจากศาลเจ้าของจีนก่อน ในศาลเจ้าสมัยก่อนเขียนคำทำนายเป็นตัวอักษรจีนไว้บนแผ่นไม้เนื้อแข็งหรือฝาผนังศาลเจ้า ต่อมาภายหลังจึงมีผู้คิดทำคำทำนายเป็นบทร้อยกรองภาษาไทยขึ้น ใช้ในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในกรุงเทพมหานครก่อน แล้วจึงเป็นที่นิยมแพร่หลายในจังหวัดต่างๆ ทั้งในภาคกลางและภาคอื่นๆ จนกระทั่งถึงประเทศใกล้เคียงเช่นลาว เป็นต้น 

ปรกติคำทำนายซึ่งเป็นบทร้อยกรองในใบเซียมซีจะไม่ปรากฏชื่อผู้แต่ง บางแห่งจะบอกชื่อโรงพิมพ์ที่พิมพ์ ชาคริตอนันทราวัน ซึ่งทำวิจัยเรื่องวรรณกรรมเซียมซีในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในภาคอีสานได้รายงานว่า แหล่งพิมพ์ใบเซียมซีเพื่อจัดจำหน่ายในกรุงเทพมหานครที่สำคัญมีอยู่ ๔ แห่ง ได้แก่ 

๑. สำนักพิมพ์ลูก ส.ธรรมภักดี ถนนข้าวสาร ตลาดยอด 

๒. สำนักพิมพ์รุ่งเรืองสาส์น ถนนบำรุงเมือง เจ้าของเดียวกับโรงพิมพ์เลี่ยงเซียงจงเจริญ 

๓. สำนักพิมพ์อำนวยสาส์น (เดิมชื่อสำนักพิมพ์ธรรมบรรณาคาร) ถนนมหาไชย 

๔. โรงพิมพ์ประยูร ถนนอัษฎางค์ หลังกระทรวงกลาโหม

นอกจากนี้อาจมีพิมพ์ที่โรงพิมพ์อื่น โดยคณะกรรมการวัดหรือกรรมการบริหารสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เป็นผู้ดำเนินการให้มีการจัดพิมพ์ การพิมพ์ใบเซียมซีอาจพิมพ์ที่โรงพิมพ์ในกรุงเทพมหานครและโรงพิมพ์ในท้องถิ่น

เนื้อหาในใบเซียมซี

เซียมซีแต่ละใบจะเริ่มด้วยข้อความบอกให้ทราบว่าเป็นใบที่เท่าไร ต่อจากนี้จะเป็นคำทำนายโชคชะตาในด้านต่างๆ ได้แก่ สุขภาพและความเจ็บไข้ได้ป่วย กิจการงาน เนื้อคู่หรือชีวิตสมรส เพศของบุตร คดีความ หนี้สิน มิตร ศัตรู ลาภ เกียรติยศชื่อเสียง ของหายและอุบัติเหตุ ใบเซียมซีบางใบอาจทำนายโชคชะตาหลายด้าน แต่บางใบก็กล่าวถึงโชคชะตาเพียงบางด้าน เซียมซีของแต่ละสำนักพิมพ์อาจมีเนื้อหาการทำนายไม่ตรงกัน เช่น เซียมซีหมายเลขเดียวกันบางแห่งทำนายไปในทางร้าย แต่บางแห่งทำนายไปในทางดี เป็นที่น่าสังเกตว่าเซียมซีใบที่ ๑ ของทุกสำนักพิมพ์จะทำนายในทางดีทุกด้าน ดังตัวอย่างต่อไปนี้ ใบเซียมซีของวัดแค ตำบลรั้วใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี

"ใบที่หนึ่งเลิศดีเป็นที่หนึ่ง

ทุกสิ่งซึ่งประสงค์จำนงหมาย

ย่อมสำเร็จสมหวังอย่างง่ายดาย

แม้ป่วยอยู่ก็จะหายกลายเป็นดี

จะได้ผู้ชูชุบอุปถัมภ์

เคยตกต่ำจะกลับเด่นเป็นศักดิ์ศรี

เหล่าศัตรูกลับใจเป็นไมตรี

ถ้าทวงหนี้ก็จะได้ในเร็ววัน

ถามหาคู่ชื่นชมจะสมจิต

ได้ชื่นชิดอยู่เย็นเป็นสุขสันต์

ถามถึงลาภจะกองนองอนันต์

ล้วนสิ่งสรรพ์แสนดีใบนี้เอย"

ใบเซียมซีของวัดป่าประดู่ จังหวัดระยอง วัดป่าโมกวรวิหาร อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง และที่อนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช จังหวัดตาก มีใจความเหมือนกัน ดังนี้

"ใบที่หนึ่งสมมาดปรารถนา

ทายไว้ว่ามีคนชุบอุปถัมภ์

หมายสิ่งใดในจิตที่คิดทำ

ว่าคงสำเร็จการประมาณมี

แต่ช้าช้าจึงจะสมอารมณ์ปอง

ทั้งพวกพ้องปรีดิ์เปรมเกษมศรี

ว่าอยู่เย็นเป็นสุขทุกเดือนปี

แม้นใบนี้ถามโรคที่โศกกาย

ว่าคงจะเบาบางเหมือนอย่างว่า

หรือถามหาลูกหนี้พี่น้องหาย

ว่าคงจะพบพักตร์เหมือนอย่างทาย

หรือถามหมายหาลาภยศจงจดจำ

ว่าช้าช้าจะสมอารมณ์มาด

ลาภไม่ขาดยศเลื่อนทุกฉนำ

ถามหาคู่ดีนักเหมือนชักนำ

ขอจบคำทำนายที่ดีนักเอย"

ใบเซียมซีของวัดพระมงคลบพิตร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

"ในปฐมสมจิตอธิษฐาน

จะมีผู้อุปถัมภ์แสนสำราญ

สำเร็จการสมหวังเหมือนดังใจ

แต่ช้าหน่อยจักสมอารมณ์คิด

ด้วยเดชะสุจริตประสิทธิ์ให้

ทั้งพวกพ้องวงศ์ญาติปราศทุกข์ภัย

มีโชคชัยสุขสดชื่นทุกคืนวัน

ถามถึงโรคภัยในกายตัว

อีกสักหน่อยค่อยยังชั่วสิ้นโศกศัลย์

ถามลูกหนี้พวกพ้องต้องพบกัน

ไม่ช้าวันพบพักตร์มาทักทาย

ถามพิเศษพึงทราบเรื่องลาภยศ

จักปรากฏมีบ้างไม่ห่างหาย

ถามหาคู่พักพิงทั้งหญิงชาย

จักสมหมายดังพาทีเท่านี้เอย"

ใบเซียมซีของวัดใหญ่สุวรรณาราม จังหวัดเพชรบุรี

"ใบที่หนึ่งพยากรณ์สุนทรเฉลย

ด้วยกุศลบุญสร้างปางก่อนเคย

จะน้อมนำให้เสบยและเบิกบาน

ท่านมีถิ่นฐานบ้านพำนัก

และยศศักดิ์สิ่งห้อมพร้อมสมาน

ทั้งข้าทาสทรัพย์สินศฤงคาร

ทุกทิวารสุขนี้ไม่มีคลาย

เปรียบเป็นเช่นพญาราชสีห์

ซึ่งล้วนมีบริวารนั่นมากหลาย

คอยพิทักษ์รักษ์ล้อมอยู่รอบกาย

จะมิวายสุขซาบอาบทรวงเอย"

เซียมซีบางใบที่ทำนายไปในทางร้ายอาจมีข้อแนะนำสำหรับปฏิบัติเพื่อให้โชคชะตาดีขึ้น โดยมักจะแนะนำให้สร้างกุศล สำรวมกาย วาจาและใจ เช่น ใบเซียมซีวัดป่าโมกวรวิหารอำเภอป่าโมกจังหวัดอ่างทอง

"ใบที่ยี่สิบแปดเคราะห์ร้ายมาป้ายจิต

เหมือนเมฆปิดเดือนอับโพยมหน

เป็นคราวเคราะห์มาเกาะกุมเอาตน

เมื่อได้จอมพลพิมพิสารผ่านนคร

สิ้นพระชนม์เพราะถูกเขาคุมขัง

ด้วยกรรมหลังซัดองค์นิสร

ถามสิ่งใดยังไม่ได้ผลแน่นอน

จงพักผ่อนว่าได้ไหวปัญญา

ประคองงานเดิมอย่างทิ้งขว้าง

กุศลสร้างสืบดต่อวาสนา

สำรวมจิตคิดระวังกายวาจา

เคราะห์จะมาชักไปให้อับจน

ตกปลายปีจะมีโชคดีต่อ

จะคิดก่อการอะไรก็ได้ผล

คราวเคราะห์ร้ายหนึีร้ายไปไม่พ้น

คราวเคราะห์ดีกุศลดลให้เอย"

หรือแนะนำให้สะเดาะเคราะห์และรักษาศีล แล้วเทพจะเห็นใจให้ลาภ เช่น

"ใบที่ยี่สิบหกตกร้ายท่านทายทัก

เหมือนศรปักทรวงแสบแทบอาสัญ

ใบนี้ใครเสี่ยงได้เคราะห์ร้ายครัน

ได้เมื่อสุวรรณสามกดตัญญู

เลี้ยงบิดามารดาผู้ตาบอด

กบิลยักษ์ลอบยิงนอนกลิ้งผลู

อย่าเผลอพลั้งระวังเหล่าศัตรู

มันจะจู่มาทำร้ายร่างกายเรา

มิตรสหายเคยรักจะหักหาญ

ถามคู่รักยังอีกนานจะได้เขา

ถ้ามีแล้วรักจะพรากไปจากเรา

ถามคนไข้นั้นเล่าจะกลับฟื้น

ถามของหายทายว่าไม่ได้กลับ

ถ้าจ่ายทรัพย์จะหนักใจให้เร่งฝืน

ถามถึงลาภยังขัดยังหยัดยืน

เป็นความกับผู้อื่นมักจะแพ้

สะเดาะเคราะห์เสียบ้างจะยังชั่ว

รักษาศีลคุ้มตัวอย่าห่างเห

ประกอบการงานมั่นอย่าผันแปร

เทพจะแลเห็นใจให้ลาภเอย"

แนะให้สวดมนต์ภาวนาเพื่อช่วยให้เคราะห์หนักกลายเป็นเบา ดังนี้

"อย่าอุกอาจกอปรกิจผิดธรรมหนา

สะเดาะเคราะห์สวดมนต์ภาวนา

จะสร่างซาลงบ้างหนักเป็นเบา"

แนะให้ถวายข้าวสารเป็นการสร้างบุญกุศล ดังนี้

"ล้วนขัดข้องสารพัดจะขัดขวาง

ถวายข้าวสารบรรเทาเคราะห์เบาบาง

เคราะห์ร้ายจางเพราะบุญหนุนนำเอย"

นอกจากนี้ยังแนะให้ตามประทีปและเติมน้ำมันตะเกียงบูชาพระ ดังนี้

"จงแก้ไขเร่งทำตามพิธี

ตามประทีปจุดอยู่ที่บูชา

น้ำมันหาเติมใส่ให้เรื่องศรี

จะสะเดาะเคราะห์ร้ายหายเป็นดี"

ในด้านกลวิธีการเสนอ ส่วนใหญ่ใช้ถ้อยคำภาษาที่อ่านเข้าใจง่าย ทำนายอย่างตรงไปตรงมา บางครั้งมีการเปรียบเทียบเพื่อให้เกิดความกระจ่างชัดเจน โดยเปรียบเทียบกับธรรมชาติบ้าง เปรียบเทียบกับเรื่องราวบางตอนในพุทธประวัติ เรื่องราวของพระโพธิสัตว์ พระสาวก และบุคคลอื่นในสมัยพุทธกาล เช่น พระเจ้าพิมพิสาร อนาถบิณฑิกเศรษฐีและโฆษกเศรษฐี ตลอดจนตัวละครในนิทานพื้นบ้าน 

ตัวอย่างการเปรียบชะตาชีวิตกับธรรมชาติ เช่น เปรียบเทียบชีวิตที่ประสบเคราะห์กรรมแล้วชะตาดีขึ้นเหมือนกับต้นไม้ที่จะตายอยู่แล้วกลับผลิดอกออกใบเพราะต้องน้ำค้างสายลม ดังนี้

"ใบที่สองต้องกันเหมือนจันทร์ฉาย

เปรียบกับต้นพฤกษาคราที่ตาย

แล้วกลับกลายได้เป็นเหมือนเช่นเดิม

ได้ผลิดอกออกใบไสวสว่าง

ต้องน้ำค้างลมเชยรำเพยเสริม"

เปรียบเทียบชีวิตที่ผ่องใสเหมือนท้องฟ้าที่พระจันทร์ส่องสว่างโชติช่วง ดังนี้

"ที่สิบเอ็ดเสร็จตัวไม่มัวหมอง

เหมือนจันทร์ส่องผ่องใสในเวหา

ขี้เมฆลอยถอยพรากจากนภา

ดูท้องฟ้าโชติช่วงเพราะดวงจันทร์"

เปรียบการฟันฝ่าอุปสรรคและความยากลำบากกับการพายเรือสวนพายุ ดังนี้

"เหมือนพายเรือแล่นสวนทวนพายุ

กว่าจะลุยากตัวแสนมัวหมอง

ต้องอดฝืนกลืนกล้ำในทำนอง

จะประคองกิจการให้นานไป"

เปรียบเทียบการประสบเคราะห์กรรมเหมือนเมื่อพระโมคคัลลานถูกโจรทำร้ายจนเสียชีวิต ดังนี้

"ใบที่สิบหยิบคัมภีร์ขึ้นมาส่อง

ก็เห็นตามครองวาสนา

แต่ปีนี้เคราะห์กรรมตามตำรา

ได้เมื่อพระโมคคัลลาน์ละโลกนี้

ด้วยพวกโจรใจดำอำมหิต

รับอามิสของพวกเดียรถีย์

รุมกันจับสับทั่วอินทรีย์

ท่านไม่หนียอมตายหมายล้างเวร"

เปรียบเทียบกับจันทโครพ ซึ่งเสียชีวิตเพราะนางโมรายื่นดาบให้โจรป่าฆ่า

"ใบที่ยี่สิบตำราว่าไว้จบ

เมื่อจันทโครพพบโจรป่า

เสียทีโจรโผนฟาดมรณา

ด้วยโมรายื่นดาบให้มันฟัน"

ปรกติในใบเซียมซีไม่ปรากฏชื่อผู้แต่ง ใบเซียมซีที่แจ้งชื่อผู้แต่งบทกลอนคำทำนาย ได้แก่ เชียมซีฤาษีดัดตน วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ซึ่งชุมนุมภาษาไทย คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดทำขึ้น โดยให้สมาชิกชุมนุมภาษาไทยช่วยกันแต่งและรวบรวมพิมพ์เป็นเล่ม แจกกันเป็นของขวัญปีใหม่ เพื่อความสนุกสนาน รวมใบเซียมซีทั้งสิ้นมีจำนวน ๑๒๐ ใบ ตอนต้นมีกาพย์ฉบังบอกวิธีการเสี่ยงทายว่าเพียงแต่ใช้ไม้สอดเข้าไปในเล่มก็จะได้คำทำนายตามต้องการดังนี้ เซียมซีระบบอิเล็กทรอนิกส์ช่องเก็บใบเซียมซี

"เซียมซีฤๅษีดัดตน นี้จักอวยผล

ให้ท่านรู้โชคชะตา 

เพียงใช้ไม้สอดเปิดหน้า จักพบสารา

ทำนายเคราะห์ร้ายฤๅดี

เชื่อฤๅไม่เชื่อตามที หากอ่านวจี

อาจยั่วยิ้มได้ใจสราญ

คลายเครียดครึกครื้นชื่นบาน จำนงส่งสาร

สุขศรีปีใหม่โสตถิเทอญ"

ปัจจุบันนี้ เซียมซียังมีอยู่ตามศาลเจ้า วัดและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์หลายแห่ง ผู้ที่เสี่งเซียมซีบางคนก็เชื่อถืออย่างจริงจังแต่บางคนก็เสี่ยงทายเล่นสนุกๆ อาจเชื่อถือบ้าง ไม่เชื่อถือบ้าง

ที่น่าสังเกตก็คือ บางแห่งนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้กับเซียมซี เรียกกันว่า "เซียมซีระบบอิเล็กทรอนิกส์" ซึ่งควบคุมด้วยไฟฟ้า แทนการสั่นติ้ว

ผู้เสี่ยงเชียมชีจะหยอดเงินเหรียญลงที่ตู้ตามวันเกิดของตน เมื่อระบบไฟฟ้าทำงานไฟจะวิ่งไป เมื่อไฟหยุดที่หมายเลขใด ผู้หยิบเซียมซีก็หยิบเอาใบเซียมซีตามหมายเลขนั้น

เรียบเรียงจาก ชาคริต อนันทราวัน. วรรณกรรมใบเซียมซี. กรุงเทพฯ : โอเดียนสโตร์, ๒๕๓๙ และใบเซียมซีจากแหล่งต่างๆ ในภาคกลาง เช่น วัดเขากะโดนและวัดประดู่ จังหวัดระยอง วัดพระบรมธาตุ จังหวัดตาก วัดพระมงคลบพิตร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา วัดเขาช่องกระจก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ วัดใหญ่สุวรรณาราม จังหวัดเพชรบุรี วัดแค จังหวัดสุพรรณบุรี วัดป่าโมกวรวิหาร จังหวัดอ่างทอง อนุสาวรีย์พระเจ้าตากสินมหาราช จังหวัดตาก และชุมนุมภาษาไทย คณะอักษรศาสตร์. เซียมซีฤๅษีดัดตน. กองทุนเพื่อภาษาไทยจัดพิมพ์เผยแพร่, ๒๕๓๔.

ประคอง นิมมานเหมินท์ เรียบเรียง


กระบอกติ้วสำหรับเสี่ยงเซียมซี

 



กระบอกติ้วและไม้ปวย

 



เซียมซีวัดเเค

 



ไหว้พระก่อนเสี่ยงเซียมซี

 



ตัวอย่างใบเซียมซีจากที่ต่างๆ 

 



ตัวอย่างใบเซียมซีจากที่ต่างๆ

 



เซียมซีของสำนักพิมพ์เลี่ยงเซียงพบในวัดหลายแห่งในภาคกลาง

 



เขย่ากระบอกติ้ว 

 



อธิษฐานก่อนโยนไม้ปวย

 



ไม้ปวย

 



แผงใส่ใบเซียมซี

 



แผงใส่ใบเซียมซี

 



ใบเซียมซี

 



ใบเซียมซี

 



เซียมซีระบอิเล็กทรอนิกส์

 



ช่องเก็บใบเซียมซี