ปรับขนาดตัวอักษร

| |
  

ลำเต้ย : เพลง

ภาค : อีสาน

ลำเต้ย : เพลง

       ลำเต้ย เป็นทำนองลำของเพลงหมอลำประเภทหนึ่ง มีทำนองสนุกสนาน นิยมลำในตอนดึกเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศโดยทั่วไปลำเต้ยมีทำนอง ๔ ทำนอง คือ

๑) ลำเต้ย

๒) ลำเต้ยโขง

๓) ลำเต้ยพม่า (ทำนองคล้ายเพลงพม่ารำขวาน)

๔) ลำเต้ยสี่พันดอน (หัวโนนตาล)

๑. ลำเต้ย

       ลำเต้ย เป็นชื่อทำนองลำทำนองหนึ่ง นิยมใช้ลำเป็นเพลงเกร็ด (ลำได้อย่างอิสระ) หรือเพลงหางเครื่อง (ลำต่อท้ายทำนองลำอื่น ๆ) หรืออาจใช้บรรเลงเดี่ยวด้วยแคน หรือเครื่องดนตรีอื่นๆ ก็ได้

       ทำนองลำเต้ยเป็นทำนองออกสำเนียงไมเนอร์ มีกระสวนจังหวะเคาะแบบตกคงที่ และมีอัตราความเร็วจังหวะแบบเร็วมาก เทียบได้กับเพลงชั้นเดียวของดนตรีไทย แนวทำนองเดินอยู่ในช่วงเสียง ๑ ช่วงทบจาก "ลาต่ำ" ถึง "ลาสูง" ในมาตราเสียงเพนตะโทนิค ดังโน้ตทำนองลำเต้ยธรรมดาที่ใช้บรรเลงด้วยเครื่องดนตรีต่อไปนี้

ที่มา : ฉวีวรรณ ดำเนิน ลำ, สำเร็จ คำโมง บันทึกโน้ต

๑. โมตีฟหลักของลำเต้ยธรรมดาคือ 

๒. วลีหลัก ๆ ของลายลำเต้ยธรรมดามีดังนี้

    

       กลอนลำเต้ยมีฉันทลักษณ์แบบบทเพลงท่อนเดียวประกอบด้วย ๘-๔ วลีๆ ละ ๒ ห้องจบวลีหนึ่ง ๆ หรือวรรคหนึ่งๆ ของกลอนลำประกอบด้วยคำจำนวน ๖-๘ ค่ำ และแต่ละวรรคส่งสัมผัสกันแบบกลอนร่าย (ดูเรื่องฉันทลักษณ์ของกลอนลำ) ดังโน้ดและกลอนลำต่อไปนี้

ที่มา : สำเร็จ คำโมง ประพันธ์กลอนลำใส่ทำนองลำ ซึ่งเรียนมาจากครูฉวีวรรณ ดำเนิน ๒๕๒๓

       ชื่อ "ลำเต้ย" ช่วยบ่งชี้ว่าเป็นทำนองตั้งเดิมที่รู้จักกันแพร่หลายแล้ว เพราะชาวไทยลาวมักเรียกสิ่งที่ตนคุ้นเคยว่าเป็นสิ่งธรรมดาเสมอ

๒. ลำเต้ยโขง

       ลำเต้ยโขง เป็นชื่อทำนองลำทำนองหนึ่ง นิยมใช้สำเป็นเพลงเกร็ดหรือเพลงหางเครื่องต่อท้ายลำทางยาว หรือใช้บรรเลงเดี่ยวด้วยเครื่องดนตรี

       ทำนองลำเต้ยโขงเป็นทำนองออกสำเนียงไมเนอร์ มีกระสวนจังหวะเคาะแบบตกคงที่ มีอัตราความเร็วแบบปานกลางเทียบได้กับเพลงสองชั้นของดนตรีไทย แต่อาจใช้อัตราเร็วมากเท่าเพลงชั้นเดียวก็ได้ แนวทำนองของลำเต้ยโขงเดินขึ้นลงจากเสียง "โซต่ำ" ขึ้นไปหาเสียง "โดสูง" ในมาตราเสียงเพนตะโทนิค คือไม่ใช้เสียง "ฟา" และ "ที" ในทำนอง ดังตัวโน้ตลำเด้ยโขงต่อไปนี้

ที่มา : ฉวีวรรณ ดำเนิน ลำ, สำเร็จ คำโมง บันทึกโน้ต

๑. โมตีฟหลักของลำเต้ยโขง

๒. วลีหลัก ๆ ของลายลำเต้ยโขงมีดังนี้


       คีตลักษณ์ของลำเต้ยโขงตรงกับคีตลักษณ์ของเพลงไทยสากล คือมีความยาว ๑๖ ห้อง หลังเครื่องหมายมิเตอร์ ๒๔ ประกอบด้วยวลีแบบ ๔ ห้องจบ ๔ วลี (ดังโน้ต) และฉันทลักษณ์ของกลอนลำเต้ยโขงเป็นแบบเพลงท่อนเดียว มี ๔ วลี วลีหนึ่งๆ มี ๑๐-๑๔ ค่ำ และแต่ละวลีหรือวรรคส่งสัมผัสกันแบบกลอนร่าย (ดูเรื่องฉันทลักษณ์ของกลอนลำ) ดังโน้ตและกลอนลำเต้ยโขงต่อไปนี้

ที่มา : สำเร็จ คำโมง ประพันธ์กลอนลำใส่ทานองลำ ซึ่งเรียนมาจากหมอลำทองหลาง วงศ์วีระขันธ์

       ลำเด้ยโขงเริ่มเป็นที่นิยมใช้ลำต่อท้ายลำทางยาว เมื่อประมาณปี พ.ศ.๒๕๐๐ ที่มีชื่อเรียกว่า ลำเต้ยโขง อาจเป็นเพราะนิยมใช้ลำต่อท้ายทำนองล่องโขง (หมายถึงทำนองลำทางยาว) หรืออาจเรียกตามถิ่นกำเนิดของทำนองลำคือลุ่มน้ำโขงก็ได้ (พรชัย ศรีสารคาม, ๒๕๒๔)

๓. ลำเต้ยพม่า

       ลำเต้ยพม่า เป็นชื่อทำนองลำทำนองหนึ่ง นิยมใช้ลำเป็นเพลงเกร็ดหรือเพลงหางเครื่อง

       ทำนองลำเต้ยพม่าเป็นทำนองออกสำเนียงไมเนอร์ มีกระสวนจังหวะเคาะแบบตกคงที่ และมีอัตราความเร็วมากแบบเพลงชั้นเดียวของดนตรีไทย ฟังโดยส่วนรวมจะเห็นว่าทำนองลำเต้ยพม่าคล้ายคลึงกันกับทำนองของ "ค่าว" หรือ "จ้อย" ของชาวไทยภาคเหนือทำนองหนึ่ง และคล้ายเพลง "พม่ารำขวาน" ของชาวไทยภาคกลาง จากชื่อเรียกว่า "ลำเต้ยพม่า" เชื่อได้ว่าหมอลำได้ทำนองลำชนิดนี้มาจากชาวไทยภาคเหนือ ซึ่งมีพรมแดนติดกับพม่า ในคราวที่หมอลำคนใดคนหนึ่งถูกเกณฑ์ไปรบในสมรภูมิเชียงตุง เชียงรุ่ง ดอนสงครามเอเชียบูรพา ระหว่างปี พ.ศ.๒๔๘๒-๒๔๘๘ แต่ได้นำทำนองดังกล่าวนี้มาใส่คำร้องเป็นภาษาไทยลาวหรือภาษาหมอลำ (พรชัย ศรีสารคาม, ๒๕๒๔)

       แนวทำนองของลำเต้ยพม่าเดินขึ้นลงอยู่ในช่วงเสียง "โซต่ำ" ถึง "ทีกลาง" รวมเป็น ๑๐ ระดับเสียง สำเนียงของลำเด้ยพม่าแปลกออกไปจากของลำเด้ยทำนองอื่นๆ เพราะใช้เสียง "ที" ซึ่งถือว่าเป็น "เสียงส้ม" ของมาตราเสียงเพนตะโทนิคแทรกอยู่ในแนวทำนองด้วย ดังโน้ต

ที่มา : ฉวีวรรณ ดำเนิน ลำ, สำเร็จ คำโมง บันทึกโน้ต

๑. โมตีฟหลักของลำเต้ยพม่าคือ


๒. วลีหลัก ๆ ของลายลำเต้ยพม่ามีดังนี้


       กลอนลำเต้ยพม่ามีฉันทลักษณ์แบบบทเพลงท่อนเดียวมี ๔ วลีหลัก แต่ซ้ำวลีที่ ๑ และวลีที่ ๔ วลีหนึ่งๆ ยาว ๔ ห้อง และประกอบด้วยคำ ๑๐-๑๔ คำ และส่งสัมผัสแบบกลอนร่าย (ดูเรื่องฉันทลักษณ์ของกลอนลำ) ดังโน้ตทำนองและกลอนลำเต้ยพม่าต่อไปนี้


       ที่มา : สำเร็จ คำโมง ประพันธ์กลอนลำใส่ทำนองลำ ซึ่งเรียนมาจากครูทองคำ ไทยกล้า ๒๕๒๓

๔. ลำเต้ยสี่พันดอน

       ลำเต้ยสี่พันดอน เป็นชื่อทำนองลำทำนองหนึ่ง มีชื่อเรียกอื่นๆ คือ ลำเต้ยสีทันดอน ลำเต้ยหัวดอนตาล และลำเด้ยศรีภูมิเดิม นิยมใช้ลำเป็นเพลงเกร็ด หรือเพลงหางเครื่องต่อท้ายลำทางยาวหรือบรรเลงเดี่ยวด้วยเครื่องดนตรี

       ทำนองลำเด้ยสี่พันดอนเป็นทำนองออกสำเนียงเมเจอร์คล้ายลายสร้อย (ดูเรื่องลายสร้อย) มีกระสวนจังหวะเคาะแบบตกคงที่ ในอัตราความเร็วปานกลางคล้ายเพลงสองชั้นของดนตรีไทย แนวทำนองเดินขึ้นลงอยู่ในช่วงเสียงจากเสียง "ลาต่ำ" ขึ้นไปหาเสียง "โดสูง" ในมาตราเสียงเพนตะโทนิคแต่ใช้เสียง "ฟา" ซึ่งเรียกว่าเป็น "เสียงส้ม" ของมาตราเสียงอยู่ในแนวทำนองด้วย และจบทำนองด้วยเสียง "เร" คล้ายลายส้อย ดังโน้ต

ที่มา : ทองคำ ไทยกล้า เป่า, สำเร็จ คำโมง บันทึกโน้ต

๑. โมตีฟหลักของลำเต้ยสีทันดอนคือ


๒. วลีหลัก ๆ ของลายลำเต้ยสีทันดอนมีดังนี้


ทำนองลำเต้ยหัวโนนตาล

       ลำเต้ย หัวโนนตาล มีชื่อเรียกหลายชื่อ เช่น เด้ยหัวดอนตาล เต้ยงิ้วต้อนแต้น และเต้ยศรีภูมิเดิม เป็นต้นสันนิษฐานว่า คงตั้งชื่อตามถิ่นกำเนิดทำนองลำ แต่ไม่อาจยืนยันให้เป็นที่แน่ชัดว่าเกิดที่หมู่บ้านใด ตำบลใด อำเภอ และจังหวัดใด เพราะชื่อหัวโนนตาลหรือชื่ออื่น ๆ ดังกล่าวแล้วมีอยู่มากมายหลายแห่ง (พรชัย ศรีสารคาม ๒๕๒๔ : ๖.๖) อย่างไรก็ดีทำนองและจังหวะของลำเต้ยแบบนี้ที่มีชื่อแตกต่างกันก็มีความแตกต่างกันอยู่บ้าง เช่น มีความสั้นยาวต่างกัน มีจังหวะช้าเร็วต่างกัน เดินทำนองด่างกัน แต่ทว่าทุกทำนองด่างก็ลงดอนจบหรือลงเปอร์เฟคท์เคเดนซ์ที่เสียง "เร" เหมือนกันทั้งหมด

       วลีของทำนองลำเต้ยหัวโนนตาลสร้างขึ้นจากโมดีฟ  เรียบเรียงต่อกันในลักษณะไหลไปลงจุดพักเพลงที่ห้องที่ ๔ หลังเครื่องหมายมิเตอร์ ๒/๔ แต่ในบางห้องอาจแตกโมตีฟเป็น  ซึ่งจะให้ความรู้สึกว่ามี "จุดชะงัก" (Delay) อยู่ในแนวทำนองด้วย ตัวอย่างเช่น วลีหนึ่งๆ ของทำนองลำเต้ยหัวโนนดาล สังวาดหรือสไตล์อุบลราชธานีจะมีจุดชะงักอยู่ ๒ แห่ง ดังนี้

            

        แต่สังวาดหรือสไตล์ร้อยเอ็ดจะไหลต่อกันไปโดยไม่มีจุด ชะงัก

            

        ให้ดูโน้ตทำนองของทั้งสองสังวาดดังต่อไปนี้

ลำเต้ยหัวโนนตาลสังวาดอุบลราชธานี

ที่มา : สำเร็จ คำโมง บันทึกจากการลำของหมอลำ สมาน หงสา ๒๕๒๑

ลำเต้ยหัวโนนตาลวัดสังวาดร้อยเอ็ด


ที่มา : สำเร็จ คำโมง ประพันธ์กลอนลำใส่ทำนอง ซึ่งเรียนมาจากครูทองคำ ไทยกล้า ๒๕๒๐