ปรับขนาดตัวอักษร

| |
  

กู่ช้าง-กู่ม้า

ภาค : เหนือ

กู่ช้าง-กู่ม้า

    กู่ช้าง-กู่ม้า เป็นโบราณสถานที่เก่าแก่ประจำจังหวัดลำพูนอีกแห่งหนึ่ง อยู่บริเวณไม่ไกลจากวัดไก่แก้วไปทางทิศตะวันออกมากนัก ซึ่งอยู่ทางทิศเหนือของเมืองลำพูน ห่างจากตัวเมืองลำพูนประมาณ ๑ กิโลเมตร กู่ช้าง-กู่ม้า เป็นสถูปสององค์ตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกัน

กู่ช้าง-กู่ม้าตั้งอยู่ใบริเวณเดียวกัน

    กู่ช้าง เป็นสถูปที่มีรูปทรงที่แปลกต่างไปจากสถูปเจดีย์ที่พบในภาคเหนือ คือกู่ช้างเป็นสถูปทรงกลมตั้งอยู่บนฐาน ๓ ชั้น ส่วนองค์ของสถูปนั้นมีลักษณะเป็นทรงกระบอกปลายมนคล้ายงาช้าง เหนือองค์สถูปมีแท่นคล้ายบัลลังก์ของเจดีย์ทั่ว ๆ ไปตามประวัติของกู่ช้างกล่าวว่าเป็นสถูปที่บรรจุซากของพญาช้างคู่บารมีของพระญามหันตยศและพระญาอนันตยศพระราชโอรสของพระนางเจ้าจามเทวี ช้างเชือกนี้มีชื่อว่า พู้ก่ำงาเขียว คือช้างพลายดำมึงาสีเขียวซึ่งเป็นช้างที่มีฤทธิ์เดชมาก กล่าวกันว่าเมื่อช้างเชือกนี้หันไปทางศัตรูจะทำให้ศัตรูอ่อนกำลังลงทันทีเมื่อช้างเชือกนี้ล้มจึงมีการสร้างสถูปขึ้นเพื่อบรรจุซากของช้างโดยให้ซากของช้างหันหน้าขึ้นไปบนอากาศ ส่วนงาทั้งคู่ได้ถูกนำไปบรรจุไว้ในสถูปที่เป็นที่ประดิษฐานพระบรมอัฐิของพระนางเจ้าจามเทวีที่วัดจามเทวี คือเจดีย์สุวรรณจังโกฏนั่นเอง

กู่ช้าง

    กู่ช้าง เป็นปูชนียสถานที่ประชาชนชาวจังหวัดลำพูนให้ความเคารพสักการะและเชื่อถือในความศักดิ์สิทธิ์เป็นอันมากถึงกับมีการสร้างศาลเจ้าพ่อกู่ช้างขึ้นใกล้กับองค์สถูป ต่อมาทางกรมศิลปากรได้มาบูรณะให้มีสภาพที่สมบูรณ์ และได้ย้ายศาลเจ้าพ่อกู่ช้างออกไปห่างจากสถูปพอสมควร

    กู่ม้า เป็นสถูปอีกองค์หนึ่ง ตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกับกู่ช้าง มีลักษณะเป็นสถูปแบบล้านนาทั่วไปแต่องค์สถูปซึ่งเป็นรูประฆังนั้นมีสัณฐานค่อนข้างป้าน เหนือองค์สถูปเหลือเพียงบัลลังก์เท่านั้น เชื่อกันว่าเป็นสถูปที่บรรจุซากของม้าคู่บารมีของพระเจ้ามหันตยศ และในบริเวณที่ไม่ไกลกันนักก็มีซากของสถูปขนาดเล็กที่ชาวบ้านเรียกว่า กู่แมว อีกด้วย แต่อยู่ในเขตที่ดินของราษฎรและเสื่อมโทรมมาก จึงทำให้ไม่เป็นที่สนใจของคนเท่าที่ควร บริเวณโดยรอบของกู่ช้างและกู่ม้าได้รับการบำรุงรักษาจัดสภาพให้ดูงามตาและเป็นระเบียบเรียบร้อย โดยอยู่ในความรับผิดชอบดูแลของเทศบาลเมืองลำพูน นอกจากนี้ทางกรมศิลปากรยังได้ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแล้วตั้งแต่ วันที่ ๒๔ มกราคม พ.ศ.๒๕๒๓

กู่ม้า