วัวและควาย เป็นสัตว์เลี้ยงที่มีบทบาทสำคัญต่อวัฒนธรรมของสังคมเกษตรกรรม สำหรับในภาคใต้ของประเทศไทยนั้น วัฒนธรรมการใช้ประโยชน์แตกต่างกัน บ้างในแต่ละท้องถิ่น เช่น วัฒนธรรมการใช้แรงงาน ไถนา ภาคใต้ตอนบน ได้แก่ จังหวัดชุมพร ระนอง และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ได้แก่ จังหวัดพังงา ภูเก็ต นิยมใช้ควายไถนามากกว่าวัว แต่ภาคใต้ตอนล่างได้แก่ นครศรีธรรมราช ตรัง พัทลุง สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา นราธิวาส นิยมใช้วัวไถนามากกว่าใช้ควาย ส่วนจังหวัดกระบี่และสุราษฎร์ธานีนิยมใช้วัวและควายพอๆ กัน เว้นแต่บางอำเภอของจังหวัดสุราษฎร์ธานี เช่น เกาะสมุย ท่าชนะ นิยมใช้ควายมากกว่า
จากรายงานภาวะเศรษฐกิจและการเงินภาคใต้ ปี พ.ศ. ๒๕๒๖ ของธนาคารแห่งประเทศไทย สาขาภาคใต้ ปรากฏว่าจังหวัดชุมพรมีวัว ๑๗,๙๘๙ ตัว ควาย ๓๒,๑๐๘ ตัว ระนองมีวัว ๑,๖๒๘ ตัว ควาย ๗,๔๘๘ ตัว พังงามีวัว ๒,๖๘๐ ตัว ควาย ๑๒,๕๗๓ ตัว ภูเก็ต มีวัว ๙๑๔ ตัว ควาย ๒,๗๕๙ ตัว ต่างกับกลุ่มภาคใต้ตอนล่าง เช่น นครศรีธรรมราชมีวัว ๑๒๖,๓๔๒ ตัว ควาย ๒๗,๙๓๙ ตัว สงขลามีวัว ๑๑๗,๙๑๒ ตัว ควาย ๖,๔๙๖ ตัว สตูลมีวัว ๒๔,๑๒๕ ตัว ควาย ๓,๒๙๓ ตัว ปัตตานีมีวัว ๕๖,๕๔๗ ตัว ควาย ๔,๒๒๔ ตัว นราธิวาส มีวัว ๗๑,๑๖๕ ตัว ควาย ๙,๓๐๕ ตัว สำหรับจังหวัดสุราษฎร์ธานี ปี พ.ศ. ๒๕๒๕ มีวัว ๒๕,๖๑๒ ตัว ควาย ๒๕,๘๕๗ ตัว แต่ ปี พ.ศ. ๒๕๒๖ มีวัว ๒๔,๔๖๘ ตัว ควาย ๒๒,๗๘๖ ตัว จังหวัดกระบี่ ปี พ.ศ. ๒๕๒๕ มี วัว ๑๒,๙๑๘ ตัว ควาย ๑๙,๕๗๖ ตัว แต่ปี พ.ศ. ๒๕๒๖ มีวัว ๑๒,๙๓๓ ตัว ควาย ๑๗,๗๗๑ ตัว รวมทั้ง ภาคใต้ ปี พ.ศ. ๒๕๒๕ มีวัว ๖๔๕,๔๑๕ ตัว ควาย ๑๖๙,๙๕๓ ตัว แต่ปี พ.ศ. ๒๕๒๖ มีวัว ๖๐๙,๕๘๙ ตัว ควาย ๑๖๐,๔๙๔ ตัว สาเหตุสำคัญอันหนึ่งที่ชาวภาคใต้เลี้ยงวัวและควายลดจำนวนลงเพราะหันไปใช้เครื่องจักรไถนาเพิ่มขึ้น
การใช้วัวลากไถนาชาวภาคใต้นิยมใช้วัว ๑ คู่ สำหรับลากไถนาแต่ละคัน ส่วนการใช้ควายนิยมใช้ควาย ๑ ตัวต่อไถ ๑ คัน
นอกจากชาวภาคใต้จะใช้แรงงานวัวและควายไถนาแล้วยังใช้นวดข้าว (ดู นวดข้าว) ใช้ลากเกวียน (นิยมใช้ควายมากกว่าวัว) ใช้ทำงานผ่อนแรงอื่นๆ เช่น ลากคันหมุนเครื่องหีบอ้อย เป็นต้น ที่ใช้วัวและควายบรรทุกของมีบ้างแด่ไม่มากเหมือนภาคอื่น
วและควายที่ชาวภาคใต้มีไว้สำหรับใช้แรงงานนั้น ถ้าเป็นตัวผู้เมื่อหนุ่มเต็มที่หรือถูกแล้วนิยมตอนเสียก่อนเรียกการตอนว่า "ลด" โดยปกติวัวหรือควายสำหรับใช้งานที่ "ลด" แล้วราคาจะแพงกว่าที่ไม่ลด (ตอน)
ชาวภาคใต้นิยมใช้วัวถึกและควายถึกต่อสู้กันเป็นกีฬาพื้นเมือง ถ้าใช้ควายต่อสู้กันเรียกว่า "ชนควาย" นิยมกันมากในอำเภอเกาะสมุย (ดู ชนควาย) ถ้าใช้วัวต่อสู้กันเรียกว่า "ชนวัว" (ดู ชนวัว)
ชาวไทยพุทธในภาคใต้ส่วนมากไม่นิยมรับประทานเนื้อควาย ดังจะเห็นได้จากสถิติจำนวนสัตว์ที่ถูกฆ่า ณ โรงฆ่าสัตว์เทศบาลเมืองในภาคใต้ ปี พ.ศ. ๒๕๒๕ ปรากฏว่ารวมทั้งหมดเป็นวัว ๒๔,๐๒๖ ตัว ควาย ๑,๖๔๘ ตัว ปี พ.ศ. ๒๕๒๖ รวมทั้งหมดเป็นวัว ๒๑,๕๔๐ ตัว ควาย ๑,๗๒๘ ตัว เฉพาะที่โรงฆ่าสัตว์เทศบาลเมืองหาดใหญ่ ปี พ.ศ. ๒๕๒๕ ฆ่าวัว ๓,๖๗๗ ตัว ฆ่าควาย เพียง ๑ ตัว ปี พ.ศ. ๒๕๒๖ ฆ่าวัว ๒,๙๓๐ ตัว ฆ่าควายเพียง ๑ ตัว ปี พ.ศ. ๒๕๒๕ โรงฆ่าสัตว์ เทศบาลเมืองยะลา ปัตตานี นราธิวาส ฆ่าวัว ๔,๗๒๔ ตัว ๑,๑๙๖ ตัว ๑,๘๘๓ ตัวตามลำดับ แต่ละแห่งไม่มีการฆ่าควายเลย ปี พ.ศ. ๒๕๒๖ ฆ่าวัว ๕,๐๒๐ ตัว ๑,๐๑๔ ตัว และ ๑,๕๘๘ ตัวตามลำดับ ไม่มีการฆ่าควายเลยเช่นกัน
สำหรับชาวไทยมุสลิมจะรับประทานเนื้อวัวหรือควายเฉพาะคนมุสลิมเชือดเองเท่านั้น นอกจากนี้ชาวไทยมุสลิมในภาคใต้ยังมีพิธีเชือดสัตว์ตามหลักศาสนาซึ่ง เรียกว่า "อะกีกะฮ์" เพื่อให้เป็นพาหนะสงเคราะห์ของตนในโลกหน้า เช่น พิธีเชือดสัตว์ในวันโกนผมไฟและการตั้งชื่อทางศาสนา เพื่อเป็นมงคลสำหรับเด็กในพิธีนี้ จะเชือดวัวและควายขนาดอายุ ๒ ขวบ ๑ ตัว (หรือแพะ หรือแกะขนาดอายุ ๑ ขวบ ๒ ตัว) เมื่อเชื่อดูแล้วก็แจกเนื้อให้เป็นทานแก่ผู้ยากจนเข็ญใจหรือวงศาคณาญาติที่ยากไร้
เมื่อชาวภาคใต้ถีงานประเพณีส่วนบุคคล ซึ่งต้องรับรองเลี้ยงดูญาติมิตรที่มาร่วมงานมากๆ ก็นิยมฆ่าวัว หรือควายเลี้ยงดูแขก งานใดต้อง "ล้มวัว ล้มควาย" ก็นับว่าเป็นงานใหญ่พอสมควร
หนังวัวและหนังควายชาวภาคใต้นำไปใช้ประโยชน์หลายลักษณะ ที่ใช้หนังทั้งผืนตากแดดให้แห้งสนิทแล้ว ใช้ปูแทนเสื่อสำหรับตากข้าวและผลหมากรากไม้ เป็นต้น หรือตัดเย็บเป็นถุงใส่ข้าวของ ใช้ทำรองเท้าชนิดทำเองง่ายๆ พอใช้สวมทำไร่ทำนาได้ โดยเฉพาะหนังวัวนิยมนำไปฟอกแบบพื้นเมืองแล้วนำไปตัดฉลุเป็นรูปหนังตะลุง เป็นศิลปหัตถกรรมที่สำคัญอย่างหนึ่งของภาคใต้ ใช้หุ้มเครื่องตี เช่น กลองตะโพน รำมะนา เป็นต้น หรือตัดเป็นชิ้นๆ แล้วนำมาเขียนรูปเขียนยันต์ทำเป็นโจ เรียกว่า "โจหนัง" (ดู โจ) ใช้ฝังรูปฝังรอยตามคติความเชื่อ บางท้องถิ่นใช้หนังวัวหนังควายมาฟันทำเป็นเชือกหนัง
กระดูกหัวและเขาของวัวและควายตัวที่มีลักษณะเป็นมงคลตามตำราดูลักษณะสัตว์ หรือตัวที่ เจ้าของเคยใช้งานมานานจนแก่ตาย เจ้าของมักถือเป็นวัตถุมงคลจะทำความสะอาดอย่างประณีต แล้วนำไปแขวนหรือเก็บไว้ที่ลอมข้าว (ดู ลอมข้าว) ในเรือนเก็บข้าวโดยเชื่อว่า เป็นสิริมงคลแก่ครอบครัวช่วยให้การทำนาได้ผลดียิ่งขึ้น ช่วยกันอัคคีภัยและบางทีก็นำไปเป็นเครื่องประกอบพิธีกรรมบางอย่างเช่น พิธีทำขวัญข้าว พิธีปัดรังควาน เป็นต้น
เขาวัวและเขาควายมีวัฒนธรรมการใช้ประโยชน์นานาประการ เช่น เขาควายนิยมนำไปตัดส่วนปลายที่ตันออกจนมีรู ใช้เป็นเครื่องเป่าส่งสัญญาณเรียกว่า "ตูด" หรือ "อูด" (ดู ตูด) เขาวัวและควายส่วนปลายที่ตันนิยมนำไปเหลาหรือกลึง ประดิษฐ์รูปทรงให้สวยงาม ทำเป็น "ไฟตบ" (ตะบันไฟ) นอกจากนี้ยังใช้ทำด้ามมืด เช่น มีดแด้ง มีดตอก ใช้ทำหัวตรนสำหรับทอผ้า (ใช้ประโยชน์อย่างกระสวย) ทำหวี ทำกระดุม ทำหางหงส์ โนรา ฯลฯ เขาวัวหรือเขาควายที่มีมงคลลักษณะตามคติความเชื่อใช้ทำเครื่องรางของขลังหรือใช้เป็นส่วนประกอบของยากลางบ้านบางขนาน
การขโมยวัวหรือควายในภาคใต้สมัยก่อนถือเป็นเครื่องพิสูจน์ความกล้าและความเป็นนักเลงอย่างหนึ่งของลูกผู้ชายเพราะการขโมยวัวหรือควายจะกระทำเพื่อรักษาศักดิ์ศรีหรือลบเหลี่ยมกันมากกว่าเพื่อการอื่น แต่ถ้าใครขโมยของอย่างอื่น เช่น เครื่องมือ เครื่องใช้ เป็ด ไก่ จัดเป็นพวกลักเล็กขโมยน้อย หรือ "ขี้ลัก" ไม่เป็นที่พึงปรารถนาของสังคม เหตุนี้ในบางท้องถิ่น เช่น ที่จังหวัดตรังสมัยก่อนเมื่อชายจะไปสู่ขอบุตรสาวของใครแต่งงานด้วย บิดามารดาของเจ้าสาวจะถาม ๒ ข้อคือ รำโนราเป็นหรือไม่ และลักควายเป็นหรือไม่ ถ้าไม่เป็นทั้ง ๒ อย่าง ก็จะไม่ยอมยกลูกสาวให้ ด้วยแลไม่เห็นว่าจะเลี้ยงลูกเขาได้อย่างไร (ดู จดหมายเหตุเสด็จประพาส หัวเมืองปักษ์ใต้ ร.ศ. ๑๒๘)