นายพร้อม บุญฤทธิ์ หรือ "หนังพร้อมน้อย ตะลุงสากล" เกิดเมื่อวันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๗๘ ที่อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง เป็นบุตรของนายพลัด บุญฤทธิ์ (หนังกรายชายแดน) และนางแปรง บุญฤทธิ์ สมรสกับนางกิ้มแน่น บุญฤทธิ์ มีบุตร ๑ คน
นายพร้อม บุญฤทธิ์ จบการศึกษาระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ จากโรงเรียนบ้านแหลมตะโหนด อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง ในปี พ.ศ. ๒๔๙๑
นายพร้อม บุญฤทธิ์ เป็นเด็กชนบทภาคใต้ผู้หนึ่งที่มีความรักความศรัทธาและใฝ่ฝันจะเป็นนายหนังตะลุง ส่วนหนึ่งเพราะตนเองมีบรรพบุรุษเป็นศิลปินหนังตะลุงและโนรา โดยเฉพาะผู้เป็นบิดา ซึ่งเป็นนายหนังตะลุงที่มีชื่อเสียงของจังหวัดพัทลุง เป็นที่รู้จักกันในนาม "หนังกรายชายแดน" หรือ "หนังพลัดโห" นายพร้อม บุญฤทธิ์ จึงได้มีโอกาสติดตามบิดาที่ไปแสดงหนังในสถานที่ต่างๆ เริ่มฝึกหัดหนังตะลุงตั้งแต่อายุ ๑๑ ปี โดยได้รับการ "ครอบมือ" หรือ "ยื่นรูป" จากนายหนังตะลุงที่ชื่อ "สีหมอก" และได้มีโอกาสฝึกหัดการเชิดรูปฤๅษี รูปพระอิศวร ก่อนที่บิดาจะทำการแสดง หลังจากนั้นได้ย้ายไปอยู่กับนายอินทร์ ชูเดช (พ่อบุญธรรม) ที่บ้านหนองกะ ตำบลนาปะขอ อำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง จึงได้มีโอกาสสร้างรูปหนัง เครื่องดนตรี แล้วออกแสดงหนังตะลุงอย่างจริงจังจนมีชื่อเสียง ในช่วงประมาณปี พ.ศ. ๒๕๑๐-๒๕๑๓ นายพร้อม บุญฤทธิ์ กลายเป็นนายหนังตะลุงที่มีผู้ชมในการแสดงแต่ละครั้งไม่น้อยกว่า ๑,๐๐๐ คน นายพร้อม บุญฤทธิ์ จึงเปลี่ยนรูปหนังจากรูปขนาดเล็กเป็นรูปขนาดใหญ่ ขยายโรงแสดงให้กว้างขึ้นเพื่อให้ผู้ชมมองเห็นรูปและการแสดงได้ในระยะไกลพร้อมกับนำเครื่องดนตรีสากล เช่น กีตาร์ ออร์แกน กลองชุด เข้ามาผสมวงในการบรรเลงดนตรีจนเป็นที่ยอมรับของประชาชน และส่งผลต่อหนังตะลุงคณะอื่นๆ ให้ต้องปรับเปลี่ยนตามไปด้วย นายพร้อม บุญฤทธิ์ จึงได้รับการเรียกขานหรือได้รับฉายานามว่า "หนังพร้อมน้อย ตะลุงสากล" มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วภาคใต้และ นระดับประเทศ ด้วยวรรณกรรมหนังตะลุงเรื่อง "น้ำใจแม่" ที่นายพร้อม บุญฤทธิ์ นำมาแสดงหนังตะลุง ได้รับการสร้างเป็นบทละครโทรทัศน์นำออกเผยแพร่ภาพทางสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง ๗ มาแล้ว พร้อมๆ กับมีผู้มาสมัครเป็นศิษย์ฝึกหัดการแสดงหนังตะลุงจนปัจจุบันไม่น้อยกว่า ๓๐๐ คณะ ศิษย์บางคนกลายเป็นนายหนังตะลุงที่มีชื่อเสียงของภาคใต้ในปัจจุบัน เช่น หนังทวี พรเทพ หนังสุรินทร์น้อย ตะลุงสากล หนังเลิศฟ้า ตะลุงสากล หนังคลิ้งน้อย ตะลุงสากล เป็นต้น
นายพร้อม บุญฤทธิ์ มีคุณสมบัติพิเศษในความเป็นหนังตะลุงหรืออาจจะเรียกว่าอัจฉริยลักษณะของหนังตะลุงหลายประการ ซึ่งส่งผลให้เป็นนายหนังตะลุงที่ประสบความสำเร็จมีชื่อเสียงโด่งดังมาจนปัจจุบัน คือ
๑. เป็นผู้เอาใจใส่ศึกษาหาความรู้อยู่ตลอดเวลา แม้จะจบการศึกษาในระดับประถมศึกษาปีที่ ๔ แต่กลับเป็นผู้แสวงหาความรู้ทั้งทางโลกและทางธรรม ประกอบกับเป็นผู้ที่อยู่ใกล้ชิดกับประชาชนทุกระดับชั้น จึงทำให้เข้าใจชีวิตความเป็นอยู่ ความทุกข์ยาก การถูกเอารัดเอาเปรียบหรือการกดขี่ข่มเหง รวมทั้งสิทธิเสรีภาพที่ประชาชนพึงมีพึงได้ แล้วนำมาปรับใช้ในการแสดงหนังตะลุง จนกลายเป็นตัวแทนหรือปากเสียงของชาวบ้านในการเรียกร้องความเป็นธรรม
๒. การมีเสียงดังฟังชัด ขับร้องบทกลอนได้ไพเราะ เจรจาหรือพากย์บทสนทนาของตัวละครทุกตัวได้อย่างสมจริง ต่อเนื่อง และเปลี่ยนเสียงตัวละครได้ ย่างฉับพลัน
๓. ความเป็นคนทันสมัยหรือเท่าทันเหตุการณ์ และการเปลี่ยนแปลงของสังคม จึงสามารถนำเอาเหตุการณ์เหล่านั้นมาปรับใช้ในการแสดงหนังตะลุงได้อย่างสมสมัย อันเป็นอัจฉริยลักษณะพิเศษของนายพร้อม บุญฤทธิ์ ที่ยากจะหานายหนังตะลุงคณะอื่นๆ เทียบเคียงได้มาถึงปัจจุบัน
๔. ความสามารถในการสร้างวรรณกรรมและการปรับใช้ในการแสดง แม้วรรณกรรมหนังตะลุงหลายเรื่องที่นำมาแสดงจะมีผู้แต่งเอาไว้ก่อน แต่นายพร้อม บุญฤทธิ์ ก็สามารถปรับเปลี่ยนโครงเรื่องหรือรายละเอียดเพื่อการแสดงในเรื่องเดียวกันติดต่อกันหลายครั้ง แต่ผู้ชมผู้ฟังจะไม่รู้สึกว่าเป็นเรื่องเดียวกัน ประกอบกับเป็นคนมีความจำเป็นเลิศ จึงมักจะนำเอาบทกลอนที่ไพเราะจากวรรณคดีเรื่องต่างๆ มาสอดแทรกในเรื่องที่แสดงได้อย่างเหมาะสม วรรณกรรมหนังตะลุงของนายพร้อม บุญฤทธิ์ ที่เป็นที่รู้จักกันแพร่หลาย เช่น เรื่องน้ำใจแม่ ขุนพลยอดรัก เณรเริง เป็นต้น
๕. ความสามารถในการสร้างองค์ประกอบและการผสมวงดนตรีประกอบการแสดง อันเป็นส่วนสำคัญที่สร้างความนิยมให้กับผู้ชม และส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงการแสดงหนังตะลุงในภาคใต้ในช่วงสามทศวรรษที่ผ่านมา กล่าวได้ว่า "หนังพร้อมน้อย ตะลุงสากล" เป็นนายหนังตะลุงคณะแรกที่นำเครื่องดนตรีสากลมาใช้ผสมวงกับดนตรีหนังตะลุงเดิมที่เรียกว่า "เครื่องห้า" ประกอบการแสดง
๖. ความสามารถในการสร้างอารมณ์ขันหรือสร้างบทตลกผ่านรูปตัวตลกต่างๆ เพราะตัวตลกและบทตลกของหนังตะลุงมีส่วนอย่างมากในการสร้างแรงจูงใจในการดูหนังตะลุง และความนิยมจากผู้ชม นาย พร้อม บุญฤทธิ์ มีปฏิภาณไหวพริบในการสร้างบทตลก โดยนำเอาวิถีชีวิตจริงของชาวบ้านมาสร้างมุขตลกโดยใช้กลวิธีในการผูกเรื่อง รวมทั้งเป็นผู้มีความสามารถ พิเศษในการนำเอาคติชนวิทยามาผูกโยงกับสภาพสังคมปัจจุบัน ที่ทำให้ผู้ชมรู้สึกสนุกสนานตลอดช่วงเวลาที่ทำการแสดง โดยเฉพาะตัวตลกเอกประจำคณะที่รู้จักกันในนาม "นายหลำ" หรือ "ตาหลำ" ที่เปรียบเสมือนตัวแทนของนายพร้อม บุญฤทธิ์ หรือ "หนังพร้อมน้อย ตะลุงสากล"
นายพร้อม บุญฤทธิ์ นำเรื่องเดิมหรือเทพนิยาย หรือจินตนิยาย หรือที่เรียกกันว่าเรื่องจักรๆ วงศ์ๆ มาแสดง ต่อมาจึงเปลี่ยนมาแสดงเรื่องที่สมจริงหรือนวนิยาย โดยมีทั้งเรื่องที่แต่งขึ้นเอง มีผู้แต่งให้และการปรับเปลี่ยนเนื้อเรื่องโดยการประยุกต์ให้เข้ากับเหตุการณ์ เรื่องที่นิยมแสดง เช่น สงครามและความรัก คนหนอคน ฟ้าโลมดิน น้ำใจแม่ ผู้กองยอดรัก เดือนดวงเดียว น้ำตาคนจน วันทองสองตัว กรรมสนองกรรม บุญนำกรรมพา บุษบาริมทาง สละชีพบูชาแม่ อาวุธธรรม เด็กเสเพล รอยบุญรอยบาป น้องแก้ว แก้วพิสดาร เป็นต้น
รางวัลและเกียรติคุณที่ได้รับ
พ.ศ. ๒๕๐๙ ได้รับรางวัลต้นศรีทองคำ จากการแข่งขันประชันโรงหนังตะลุง ณ สนามโรงเรียนกลึงวิทยาคาร อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง
พ.ศ. ๒๕๑๑ ได้รับรางวัลมงกุฎทองคำฝังเพชร จากการแข่งขันประชันโรงหนังตะลุง ณ สนามหน้าเมือง อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช
พ.ศ. ๒๕๑๕ ได้รับรางวัลฤาษีทองคำ จากการแข่งขันประชันโรงหนังตะลุง ณ สนามโรงเรียนเอ็งเสียงสามัคคี อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
พ.ศ. ๒๕๒๖ ได้รับรางวัลจักรยานยนต์ยามาฮ่าขนาด ๘๐ ซีซี จากการแข่งขันประชันโรงหนังตะลุง ณ สนามหน้าศาลากลาง จังหวัดสุราษฎร์ธานี
พ.ศ. ๒๕๑๑-๒๕๔๑ ได้รับรางวัลขันน้ำพานรองถ้วยเกียรติยศ จอหนังตะลุง และรางวัลอื่นๆ ในการแข่งขันประชันโรงหนังตะลุงในจังหวัดต่างๆในภาคใต้ ไม่น้อยกว่า ๒๐๐ รางวัล
พ.ศ. ๒๕๓๗ ได้รับพระราชทานโล่เกียรติคุณ ในฐานะผู้อนุรักษ์มรดกไทยดีเด่นจาก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย
พ.ศ. ๒๕๔๐ ได้รับโล่เกียรติยศในฐานะศิลปินดีเด่น จากคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
พ.ศ. ๒๕๔๖ ได้รับพระราชทานรางวัลพระสิทธิธาดาทองคำ ของมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ในฐานะผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรมด้านศิลปะการแสดงพื้นบ้าน จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
นอกจากจะได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงจากชาวจังหวัดพัทลุง และจังหวัดอื่นๆ ในภาคใต้ ในฐานะศิลปินหนังตะลุงยอดเยี่ยมแล้ว นายพร้อม บุญฤทธิ์ ยังได้อุทิศตนทำประโยชน์ต่อสังคมในด้านต่างๆ เป็นจำนวนมาก เช่น แสดงหนังตะลุงเพื่อหาเงินสมทบทุนสร้างสนามกีฬา อาคารเรียน รั้ว โรงอาหาร ให้กับโรงเรียนต่างๆ ในจังหวัดพัทลุง แสดงหนังตะลุงเพื่อ หาเงินเป็นทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนที่ยากจน รวมทั้งได้รับเชิญเป็นกรรมการจัดหาเงินให้กับโครงการต่างๆ ในจังหวัดพัทลุง นครศรีธรรมราช ตรัง สตูล เป็นต้น ด้วยผลงานการทำคุณประโยชน์ต่อสังคม และความมีชื่อเสียงในการแสดงหนังตะลุง นายพร้อม บุญฤทธิ์ จึงได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของจังหวัดพัทลุง สังกัดพรรค ประชาธิปัตย์ รวม ๓ สมัย คือ ในปี พ.ศ. ๒๕๒๒ พ.ศ. ๒๕๒๖ และ พ.ศ. ๒๕๓๐ ตามลำดับ
จากประวัติชีวิตและผลงานที่ดีเด่นดังกล่าว คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติจึงประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติให้นายพร้อม บุญฤทธิ์ เป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (หนังตะลุง) เมื่อวันที่ ๒๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๖ ดังคำประกาศเกียรติคุณของสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติตอนหนึ่งว่า "หนังพร้อมน้อย ตะลุงสากล นอกจากจะมีความโดดเด่นในด้านบทขับร้องกลอน บทเจรจา บทตลก โดยเฉพาะตัวตลกที่มี "นายหลำ" หรือ "ตาหลำ" เป็นตัวเอกแล้ว ยังเป็นหนังตะลุงที่นำเสนอการวิพากษ์วิจารณ์สังคมอย่างคมคายทันยุคสมัย นายพร้อม บุญฤทธิ์ ได้รับรางวัลชนะเลิศทางการแสดงหนังตะลุงหลายครั้ง เช่น มงกุฎทองคำฝังเพชร ต้นศรีตรังทองคำ ฤๅษีทองคำ ฯลฯ ได้รับพระราชทานรางวัลพระสิทธิธาดาทองคำ ในฐานะผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรม ด้านศิลปะการแสดงพื้นบ้าน นายพร้อม บุญฤทธิ์ เป็นผู้มีคุณธรรม ศีลธรรม เป็นแบบอย่างที่ดีของสังคม เป็นผู้บำรุงรักษา และสืบทอดศิลปะการแสดงหนังตะลุง ซึ่งเป็นศิลปะการแสดงพื้นบ้านอันเก่าแก่และยาวนานของภาคใต้ ใช้สติปัญญาและปฏิภาณ ความรู้ความสามารถประยุกต์เหตุการณ์ต่างๆ มาร้องด้นและเป็นกลอนสด แทรกมุขตลกขบขันทันยุคทันสมัย ทำให้คนดูทุกเพศทุกวัยติดอกติดใจได้ความบันเทิง พร้อมด้วยความรู้ความ เข้าใจ ถือได้ว่านายพร้อม บุญฤทธิ์ เป็นผู้มีคุณูปการ ตั้งใจสืบสานและถ่ายทอดแก่ลูกศิษย์ เพื่อให้หนังตะลุงเป็นการแสดงที่แพร่หลายและดำรงไว้เป็นศิลปะประจำชาติตลอดไป"
ปัจจุบันนายพร้อม บุญฤทธิ์ อาศัยอยู่ที่บ้านเลขที่ ๓๒/๔ หมู่ที่ ๗ ตำบลท่าแค อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง และยังรับงานแสดงหนังตะลุงอย่างสม่ำเสมอ
พร้อม บุญฤทธิ์