ประวัติความเป็นมา
เมื่อ พ.ศ. ๒๓๕๗ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย โปรดเกล้าฯ ให้แยกเมืองปัตตานีออกเป็น ๗ หัวเมือง ได้แก่ เมืองปัตตานี เมืองยะหริ่ง เมืองสายบุรี เมืองยะลา เมืองรามัน เมืองหนองจิก และเมืองระแงะนั้น ท้องที่อำเภอบันนังสตาในปัจจุบัน อยู่ในสังกัดของเมืองรามัน
ครั้นถึงวันที่ ๑๔ มีนาคม ร.ศ. ๑๑๕ (พ.ศ. ๒๔๓๙) ได้มีตราสารที่ ๑๗๑ ให้หัวเมืองทั้ง ๗ นี้อยู่ในมณฑลนครศรีธรรมราช
ครั้นเมื่อวันที่ ๒๗ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๔๙ (ร.ศ. ๑๒๕) พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งมณฑลปัตตานีขึ้น ได้ยุบหัวเมืองทั้ง ๗ ลงเหลือเพียง ๔ เมือง คือ ปัตตานี ยะลา สายบุรี และระแงะ (นราธิวาส) เมืองรามันไปรวมกับยะลาเป็นจังหวัดยะลา บันนังสตาเป็นอำเภอหนึ่งของเมืองยะลา ซึ่งขณะนั้นเมืองยะลามี ๕ อำเภอ คือ อำเภอเมือง (สะเตง) อำเภอยะหา อำเภอโกตาบารู (รามัน) อำเภอเบตง และอำเภอบันนังสตา การจัดตั้งมณฑลปัตตานี การแบ่งเป็นจังหวัดและอำเภอดังกล่าวนี้เสร็จสมบูรณ์เมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๘
สำหรับอำเภอบันนังสตานี้ตั้งขึ้นราวปี พ.ศ. ๒๔๕๐ ซึ่งชั้นแรกตั้งอยู่ที่บริเวณบ้านบาเจาะ หมู่ที่ ๒ ตำบลบาเจาะ อำเภอบันนังสตา (ในขณะนี้) เดิมจึงเรียกว่า "อำเภอบาเจาะ" (คนละอำเภอกับอำเภอบาเจาะในจังหวัดนราธิวาส) เนื่องจากที่ตั้งที่ตำบลบาเจาะแห่งนี้เดิมเป็นที่ลุ่มน้ำท่วมบ่อย จึงได้ย้ายที่ว่าการอำเภอมาอยู่ที่ตำบลบันนังสดาซึ่งอยู่ทางฝั่งซ้ายของแม่น้ำปัตตานี ครั้นถึง พ.ศ. ๒๔๖๐ จึงได้ชื่อใหม่เป็น "อำเภอบันนังสตา" เพื่อให้สอดคล้องกับที่ตั้ง
คำว่า บันนังสตา เป็นภาษามลายูท้องถิ่น แปลว่า "นามะปราง"
สภาพทั่วไป
อำเภอบันนังสตา ขึ้นกับจังหวัดยะลา มีพื้นที่ประมาณ ๖๒๙.๐๑๓ ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ ๓๙๓,๑๓๓ ไร่ ที่ว่าการอำเภอตั้งอยู่ ณ ถนนสุขยางค์ ในเส้นทางสายยะลา-เบตง หมู่ที่ ๒ ตำบลบันนังสตา
อาณาเขต
ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอกรงปินัง และอำเภอรามัน จังหวัดยะลา
ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอธารโต จังหวัดยะลา
ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอรือเสาะ และอำเภอศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส
ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอยะหา จังหวัดยะลา และรัฐเคดาห์ (ไทรบุรี) ประเทศมาเลเซีย
อำเภอบันนังสตาแบ่งเขตการปกครองออกเป็น ๖ ตำบล ๕๐ หมู่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประกอบไปด้วยเทศบาล ๑ แห่ง องค์การบริหารส่วนตำบล ๕ แห่ง ตำบลต่างๆ ในอำเภอบันนังสตา ได้แก่ ตำบลตลิ่งชัน ตำบลบันนังสตา ตำบลดาเนาะปูเต๊ะ ตำบลถ้ำทะลุ ตำบลเขื่อนบางลาง และตำบลบาเจาะ
จำนวนประชากร ณ วันที่ ๓๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๙ อำเภอบันนังสตามีประชากรทั้งสิ้น ๕๐,๔๙๗ คน เป็นชาย ๒๖,๑๘๗ คน เป็นหญิง ๒๔,๓๑๐ คน ความหนาแน่นของประชากร ๘๐ คนต่อตารางกิโลเมตร ประชากรนับถือศาสนาอิสลามร้อยละ ๘๕ นับถือศาสนาพุทธร้อยละ ๑๕
ลักษณะภูมิประเทศและภูมิอากาศ สภาพทั่วไปมีลักษณะเป็นภูเขา เนินเขา และหุบเขาปกคลุมด้วยป่าไม้ มีพื้นที่ราบบางส่วนใช้ทำนาและที่อยู่อาศัย มีพื้นที่ป่าไม้ประมาณ ๖๓,๗๘๑ ไร่ หรือประมาณร้อยละ ๓๐ ของพื้นที่ทั้งหมด มีพันธุ์ไม้สำคัญ เช่น สยา กาลอ ไข่เขียว หลุมพอ ตะเคียน
สภาพภูมิอากาศอยู่ในเขตร้อน มี ๒ ฤดู คือ ฤดูฝนและฤดูร้อน ฝนตกชุกในช่วงเดือนตุลาคม-ธันวาคม
ทรัพยากรธรรมชาติ ทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญคือ ป่าไม้ มีพื้นที่ป่าราว ๖๓,๗๘๑ ไร่ หรือร้อยละ ๓๐ ของพื้นที่ทั้งหมด พันธุ์ไม้ที่สำคัญ คือ สยา กาลอ ไข่เขียว หลุมพอ ตะเคียน และอื่นๆ มีป่าสงวนแห่งชาติ คือ ป่ากาโสด เนื้อที่ ๖,๒๐๑ ไร่ และป่าลาบู-ถ้ำทะลุ เนื้อที่ ๔๕,๐๐๐ ไร่ นอกจากนี้มีป่านิคมพัฒนาภาคใต้ เนื้อที่ ๑๒,๕๐๐ ไร่
แร่ธาตุที่สำคัญ คือ หินอ่อน มีเหมืองหินอ่อน ๑ แห่ง ผลิตทั้งหินอ่อนก้อนและหินอ่อนแผ่นแปรรูป
อำเภอบันนังสตา เป็นที่ตั้งของเขื่อนบางลาง อยู่ที่ตำบลเขื่อนบางลาง เป็นโครงการไฟฟ้าพลังน้ำอเนกประสงค์แห่งแรกในภาคใต้ สร้างปิดกั้นแม่น้ำปัตตานี เป็นเขื่อนแบบหินทิ้งแกนดินเหนียว สูง ๘๕ เมตร สันเขื่อนยาว ๔๒๒ เมตร กว้าง ๑๐ เมตร สามารถกักเก็บน้ำได้ ๑,๔๒๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ผลิตกระแสไฟฟ้าได้ถึงปีละ ๗๒,๐๐๐ กิโลวัตต์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราชดำเนิน ทรงประกอบพิธีเปิดเขื่อนบางลาง เมื่อวันที่ ๒๗ กันยายน พ.ศ. ๒๕๒๔
เศรษฐกิจและอาชีพ ประชากรอำเภอบันนังสตาส่วนใหญ่มีอาชีพทางเกษตรกรรม ได้แก่ ทำสวนยางพารา ทำสวนผลไม้ เช่น ทุเรียน เงาะ ลองกอง กล้วย มีการทำประมง (จับปลาน้ำจืดในเขื่อนบางลาง)
ผลิตภัณฑ์ส่งเสริมในอำเภอที่สำคัญ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ผ้าคลุมผม ผลิตภัณฑ์น้ำดอกดาหลา ผลิตภัณฑ์หมวกกะปิเยาะห์ ผลิตภัณฑ์กล้วยหินฉาบ
วัฒนธรรมชุมชน เป็นวัฒนธรรมชุมชนเกษตรกรรมที่สืบเนื่องด้วยศาสนา
สถานที่สำคัญ อำเภอบันนังสตาเป็นอำเภอที่มีทรัพยากรด้านการท่องเที่ยวอยู่มากมาย โดยแยกได้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวประเภทธรรมชาติ โบราณวัตถุ สถานและศาสนสถาน
ถ้ำกระแชง เป็นถ้ำที่มีรูปคล้ายประทุนเรือ มีลำธารน้ำไหลลอดใต้ภายในถ้ำ ชาวบ้านบางกลุ่มเรียก ถ้ำนี้ว่า "ถ้ำน้ำลอด" ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยที่สวยงาม ถ้ำกระแชงตั้งอยู่ที่บ้านกาโสด หมู่ที่ ๕ ตำบลบันนังสตา ระยะทางห่างจากที่ว่าการอำเภอ ๑๑ กิโลเมตร
น้ำตกสุขทาลัย หรือเรียกอีกชื่อว่า น้ำตกกือลอง อยู่ที่บ้านตลาดนิคม หมู่ที่ ๖ ตำบลตลิ่งชัน น้ำตกนี้ถูกค้นพบเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๗ มีความสูง ๕ ชั้น ทัศนียภาพสวยงาม สามารถลงไปเล่นน้ำในแอ่งน้ำได้ "น้ำตกสุขทาลัย" เป็นชื่อที่ได้รับพระราชทานนามจากสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
ถ้ำแรด เป็นถ้ำที่สวยงามมาก ภายในถ้ำจะมีหินย้อยหินงอก มีเกร็ดหินเป็นประกายแวววาวประดุจเพชร และมีซากหอยล้านปี ถ้ำแรดตั้งอยู่ที่บ้านบันนังสตา หมู่ที่ ๒ ตำบลบันนังสตา
น้ำตกคีรีราช เป็นน้ำที่สวยงาม ตั้งอยู่ที่บ้านกาสัง ในหมู่ที่ ๖ ตำบลตลิ่งชัน
เขื่อนบางลาง ตั้งอยู่ที่บ้านเื่อนบางลาง หมู่ที่ ๑ ตำบลเขื่อนบางลาง เป็นสถานที่ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิต บริเวณเหนือเขื่อนมีทิวทัศน์ที่สวยงามมาก และมีอาคารที่พักสำหรับรองรับนักท่องเที่ยว
ศาลเจ้าแม่ฮวดเฮา ตั้งอยู่ในตำบลถ้ำทะลุ บริเวณศาลเจ้ามีพระพุทธรูปทั้งแบบไทยและแบบจีนที่เก่าแก่และสวยงาม มีงานประเพณีฉลองเจ้าแม่ฮวดเฮาเป็นประจำทุกปี โดยเฉพาะในช่วงเดือนยี่ทางจันทรคติของจีน ซึ่งจัดให้มีเทศกาลกินเจขึ้นที่บริเวณศาลแห่งนี้ จะมีนักท่องเที่ยวและผู้นับถือศรัทธาองค์เจ้าแม่ เดินทางมาร่วมสักการะและกินเจมากกว่าในช่วงอื่นๆ ของปี