ปรับขนาดตัวอักษร

| |
  

ตากใบ, อำเภอ

ภาค : ใต้

ประวัติความเป็นมา

คำว่า "ตากใบ" มีการสันนิษฐานกันว่ามาจากชื่อชาวไทยมุสลิมคนหนึ่งชื่อว่า "ตาบา" ซึ่งเป็นคนแรกที่เข้าไปตั้งถิ่นฐานในตากใบ ต่อมามีประชาชนจากที่ต่างๆ ได้อพยพเข้าไปอาศัยอยู่กับตาบาเพิ่มขึ้น รวมทั้งคนไทยพุทธจากภาคกลางด้วย จนกลายเป็นชุมชนใหญ่ขึ้น จึงเรียกหมู่บ้านดังกล่าวว่า "บ้านตาบา" แต่เดิมบ้านตาบาเป็นแขวงขึ้นกับเมืองกลันดัน อยู่ในเขตตำบลเจ๊ะเห ชาวกลันตันและชาวมลายูโดยทั่วไปจึงยังนิยมเรียกอำเภอตากใบว่า "อำเภอเจ๊ะเห"

เมื่อวันที่ ๑๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๕๒ รัฐบาลไทยและรัฐบาลอังกฤษได้ลงนามร่วมกันในสนธิสัญญาฉบับหนึ่ง มีใจความว่ารัฐบาลไทยยินยอมยกดินแดนมลายู ซึ่งประกอบด้วยไทรบุรี กลันตัน ตรังกานู เปอร์ลิส รามันเขตใต้ และเกาะลังกาวี ให้แก่รัฐบาลอังกฤษ เพื่อแลกเปลี่ยนกับการที่อังกฤษยินยอมให้คนในบังคับอังกฤษในประเทศไทย ทั้งที่เป็นชาวยุโรป และเอเชีย ขึ้นตรงต่อศาลไทยในกรณีที่กระทำความผิด นอกจากนั้นรัฐบาลอังกฤษได้ออกเงินกู้จำนวนหนึ่งให้รัฐบาลไทยสร้างทางรถไฟสายใต้จากจังหวัดเพชรบุรีลงไปจนสุดเขตแดนไทยทางปลายแหลมมลายู ในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ ๔ ต่อปี ในการแบ่งเขตกันครั้งนั้นได้ถือเอาสันเขาและร่องน้ำเป็นหลัก เป็นผลทำให้ไทยเราต้องยกดินแดนรามันและระแงะเขตใต้เป็นเนื้อที่จำนวนประมาณ ๓,๘๖๔ ตารางกิโลเมตรให้แก่อังกฤษ และอังกฤษยอมยกตำบลเจ๊ะเหซึ่งเป็นดินแดนทางตะวันออกเฉียงเหนือของรัฐกลันตันซึ่งมีเนื้อที่ ๒๕๖ ตาราง กิโลเมตรให้แก่ไทย

ในการเจรจาเพื่อแบ่งเขตแดนระหว่างไทยกับอังกฤษในปี พ.ศ. ๒๔๕๒ ครื่น มณีโชติ เจ้าหน้าที่ของสถาบันทักษิณคดีศึกษาสงขลา ซึ่งเป็นชาวเจ๊ะเห โดยกำเนิด ได้ให้เกร็ดความรู้ในเรื่องดังกล่าวไว้ว่า ในการปกปักรักษาดินแดนเจ๊ะเหให้รอดพ้นจากเงื้อมมืออังกฤษครั้งนั้น ทางฝ่ายรัฐบาลไทยได้ใช้พระไตรรัตนานุภาพ คือ อานุภาพของพระรัตนตรัยเข้าช่วยปกป้อง คุ้มครอง กล่าวคือในบริเวณตำบลเจ๊ะเหมีวัดที่สำคัญและเก่าแก่อยู่คือ "วัดชลธาราสิงเห" ทางฝ่ายไทยได้อาศัยวัดนี้เป็นสิ่งต่อรองในการเจรจา เพื่อรักษาดินแดนเจ๊ะเหให้คงอยู่ในราชอาณาจักรไทยสืบมาจนกระทั่งถึงปัจจุบัน วัดดังกล่าวจึงมีชื่อเรียกว่า "วัดพิทักษ์แผ่นดินไทย" หรือ "วัดพิทักษ์เจ๊ะเห"

หลังจากตากใบตกเป็นดินแดนไทยอย่างแน่นอนแล้ว ในวันที่ ๒๒ สิงหาคม ร.ศ. ๑๒๘ (พ.ศ. ๒๔๕๒) รัฐบาลไทยได้ประกาศตั้งตำบลเจ๊ะเหขึ้นเป็นอำเภอตากใบ ตามชื่อหมู่บ้านตาบา เป็นอำเภอหนึ่งของเมืองบางนราหรือจังหวัดนราธิวาสในปัจจุบัน โดยมีขุนสมาน ธาตุวิสุทธิ์ (เปลี่ยน กาญนรันย์) เป็นนายอำเภอคนแรก (๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๕๒ ถึง ๗ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๕๕)

ในปี พ.ศ. ๒๔๕๘ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้โปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนชื่อเมืองบางนราเป็นเมืองนราธิวาส และอีก ๓ ปีต่อมาให้เปลี่ยนเป็นจังหวัด ส่วนอำเภอนั้นโปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนชื่อตรงกับตำบลที่ตั้งที่ว่าการอำเภอ ทำให้ในระหว่างปี พ.ศ. ๒๔๕๘-๒๔๘๑ อำเภอตากใบมีชื่อใหม่ว่า "อำเภอเจ๊ะเห" ตามชื่อตำบลบ้านที่ตั้งตัวที่ว่าการอำเภอ หลังจากนั้นกลับมาเรียกว่า อำเภอตากใบตามเดิมจนถึงปัจจุบัน


สภาพทั่วไป

อำเภอตากใบขึ้นกับจังหวัดนราธิวาส มีพื้นที่ประมาณ ๒๕๓.๔๕๓ ตารางกิโลเมตร ที่ว่าการอำเภอตั้งอยู่ห่างจากตัวจังหวัดไปทางทิศใต้เป็นระยะทางประมาณ ๓๓ กิโลเมตร อยู่ที่หมู่ที่ ๒ ตำบลเจ๊ะเห


อาณาเขต

ทิศเหนือ ติดต่อกับอ่าวไทย ติดต่อกับอำเภอสุไหงปาดี และอำเภอสุไหงโกลก 

ทิศใต้ จังหวัดนราธิวาส 

ทิศตะวันออก ติดต่อกับประเทศมาเลเซีย 

ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอระแงะ และอำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส

อำเภอตากใบ แบ่งเขตการปกครองเป็น ๘ ตำบล ๕๕ หมู่บ้าน การบริหารราชการส่วนท้องถิ่นมีเทศบาล ๑ แห่ง องค์การบริหารส่วนตำบล ๗ แห่ง ตำบลต่างๆ ในอำเภอตากใบ ได้แก่ ตำบลเจ๊ะเห ตำบลศาลาใหม่ ตำบลไพรวัน ตำบลบางขุนทอง ตำบลพร่อน ตำบลโฆษิต ตำบลเกาะสะท้อน และตำบลนานาค

จำนวนประชากร ณ วันที่ ๓๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๙ อำเภอตากใบมีประชากรทั้งสิ้น ๖๖,๔๓๐ คน เป็นชาย ๓๒,๗๑๖ คน เป็นหญิง ๓๓,๗๑๔ คน ความหนาแน่นของประชากร ๒๖๒ คนต่อตารางกิโลเมตร ประชากรนับถือศาสนาอิสลามประมาณร้อยละ ๖๐ นับถือศาสนาพุทธประมาณร้อยละ ๔๐

สภาพภูมิประเทศของอำเภอตากใบส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่ม มีป่าละเมาะปกคลุมอยู่ทั่วไป แหล่งน้ำ ส่วนใหญ่เป็นน้ำกร่อยและน้ำเค็ม ไม่ค่อยมีประโยชน์ต่อเกษตรกรรม ราษฎรใช้เพื่อการประมง และเป็นเส้นทางคมนาคม แหล่งน้ำที่สำคัญคือ แม่น้ำตากใบ มีความยาวประมาณ ๖๐ กิโลเมตร อยู่ในเขตอำเภอตากใบประมาณ ๙ กิโลเมตร แม่น้ำสุไหงโก-ลก มีความยาวประมาณ ๔๐ กิโลเมตร ต้นน้ำเกิดจากเทือกเขาสันกาลาคีรี ในเขตอำเภอแว้ง ไหลผ่านอำเภอสุไหงโก-ลก และอำเภอตากใบ และเป็นสายน้ำที่กั้นเขตแดนระหว่างไทยกับมาเลเซีย ที่อยู่ในเขตอำเภอตากใบยาวประมาณ ๑๘ กิโลเมตร แม่น้ำบางนรา ต้นน้ำเกิดจากอำเภอสุไหงปาดี แล้วมาแยกเป็น ๒ สาย คือ ไหลไปทางทิศตะวันออกลงสู่อ่าวไทย ที่ปากน้ำบางนรา อำเภอเมืองนราธิวาส และอีกสายหนึ่งไหลไปทางทิศตะวันตกบรรจบกับแม่น้ำโก-ลก ลงสู่อ่าวไทยที่ปากน้ำตาบา อำเภอตากใบ สายน้ำที่อยู่ในเขตอำเภอตากใบยาวประมาณ ๒๒ กิโลเมตร

นอกจากนี้ยังมีพรุโต๊ะแดง เป็นพรุขนาดใหญ่ ส่วนที่อยู่ในเขตอำเภอตากใบ มีเนื้อที่ประมาณ ๗๘ ตารางกิโลเมตร เป็นแหล่งน้ำธรรมชาติที่มีน้ำขังตลอดปี และมีคลองชลประทาน โครงการชลประทานมูโนะ ซึ่งขุดตามโครงการพระราชดำริ ยาวประมาณ ๒.๕ กิโลเมตร อยู่ในท้องที่ตำบลไพรวัน

อำเภอตากใบมีป่าสงวนแห่งชาติ ๓ แปลง คือ ป่าสงวนแห่งชาติป่าโคกจะโก อยู่ในท้องที่ตำบลนานาค เนื้อที่ประมาณ ๖,๔๑๕ ไร่ ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าโคกไม้เรือ อยู่ในท้องที่ตำบลไพรวัน เนื้อที่ประมาณ ๑๖,๔๘๑ ไร่ และป่าสงวนแห่งชาติป่าลุ่มน้ำบางนราแปลง ๒ ซึ่งพื้นที่ติดเขต ๔ อำเภอ คือ อำเภอเมืองนราธิวาส อำเภอสุไหงปาดี อำเภอสุไหงโก-ลก แลอำเภอตากใบ เฉพาะท้องที่อำเภอตากใบ อยู่ในท้องที่ตำบลไพรวัน ตำบลบางขุนทอง และตำบลพร่อน เนื้อที่ประมาณ ๔๕,๐๐๐ ไร่

ลักษณะภูมิอากาศของอำเภอตากใบ มีลักษณะคล้ายกับอำเภออื่นๆ ในจังหวัดนราธิวาส เนื่องจากอยู่ติดฝั่งทะเล อากาศจึงอบอุ่นสบาย มี ๒ ฤดู คือ ฤดูฝนและฤดูร้อน ฝนตกชุกระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนมีนาคม

อาชีพสำคัญของราษฎรชาวตากใบ มีการเกษตร การค้า และอุตสาหกรรม การเกษตรที่สำคัญได้แก่ การเพาะปลูก โดยเฉพาะการทำนา ปลูกมะพร้าว พืชไร่ และการประมง ซึ่งมีทั้งการจับปลาทะเลและการเพาะเลี้ยงปลาน้ำจืด ส่วนอุตสาหกรรมที่สำคัญได้แก่ การทำน้ำมันมะพร้าว ทำกะปิ และน้ำบูดู อุตสาหกรรมในครัวเรือนที่มีชื่อเสียงคือ การทำปลาร้าด้วยปลากุเลามีรสชาติอร่อยมาก มีผู้ทำเพียงน้อยราย แต่ผลิตไม่พอกับความต้องการของผู้ซื้อ หัตถกรรมที่สำคัญคือ การทำไม้ไผ่จักสาน สำหรับกั้นฝาและทำเพดานห้อง มีความประณีตหลากหลายลวดลาย และมีคุณภาพทนนาน เพราะมีการคัดเลือกไม้ไผ่อย่างดี แต่ผู้ซื้อต้องสั่งล่วงหน้า 

ในปี พ.ศ. ๒๕๔๙ อำเภอตากใบมีพื้นที่ทำการเกษตรประเภทต่างๆ คือ ปลูกข้าวประมาณ ๓๙,๘๕๐ ไร่ ทำสวนมะพร้าวประมาณ ๑๖,๘๐๐ ไร่ ทำสวนยางพาราประมาณ ๔,๐๕๐ ไร่ ทำสวนผลไม้ประมาณ ๒,๒๓๐ ไร่ ปลูกพืชผักสวนครัวประมาณ ๘๗๐ ไร่ และอื่นๆ ประมาณ ๓,๘๗๐ ไร่ มีผู้ประกอบอาชีพ ประมง ๑,๒๐๐ ครัวเรือน จำนวน ๔,๕๐๐ คน มีการทำโรงงานอุตสาหกรรมเกี่ยวกับสัตว์น้ำ ได้แก่ โรงงานทำกะปิ โรงงานทำน้ำบูดู และปลาเค็ม

ในท้องที่อำเภอตากใบ ประชากรส่วนใหญ่อยู่กันด้วยความสงบเรียบร้อย แต่หลังจากปี พ.ศ. ๒๕๔๖ เป็นต้นมา ได้เกิดกรณีปัญหาจากความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ขึ้นในอำเภอตากใบ เหตุการณ์สำคัญคือ "กรณีตากใบ" ซึ่งเกิดขึ้นในวันที่ ๒๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ เป็นเหตุการณ์สลายกลุ่มผู้ร่วมชุมนุมประท้วงหน้าสถานีตำรวจภูธรอำเภอตากใบ เหตุการณ์นี้จบลงด้วยความเศร้าสลด มีผู้เสียชีวิตถึง ๗๘ คน ขณะเคลื่อนย้ายผู้ร่วมชุมนุมไปดำเนินการสอบสวนยังค่ายอิงคยุทธบริหาร จังหวัดปัตตานี และมีการส่งฟ้องผู้ต้องหาอีกเป็นจำนวนมาก คดีนี้ยึดเยื้ออยู่เป็นเวลานาน จนกระทั่งเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๙ ได้มีการถอนฟ้องผู้ต้องหาทั้งหมด เพื่อเป็นการสร้างความสมานฉันท์ระหว่างคนในชาติ 

ขนบธรรมเนียมประเพณีของชาวตากใบ มีลักษณะผสมผสานระหว่างศาสนาอิสลาม พุทธศาสนา และคตินิยมพื้นบ้านดั้งเดิมเช่นเดียวกับชุมชนอื่นๆ ที่มีประชากรอาศัยอยู่ร่วมกันระหว่างชาวไทยพุทธและชาวไทยมุสลิม ส่วนโบราณสถานที่สำคัญในอำเภอนี้ ได้แก่ "วัดชลธาราสิงเห" หรือที่ชาวพื้นเมืองเรียกว่า "วัดเจ๊ะเห" เป็นวัดที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๔ แห่งกรุง รัตนโกสินทร์ เมื่อประมาณปี พ.ศ. ๒๔๐๓ ภายในวัดมีโบราณสถานและโบราณวัตถุที่สำคัญหลายอย่าง เป็นต้นว่า อุโบสถ หอระฆัง พระพุทธไสยาสน์ พระพุทธรูปโบราณ และภาพจิตรกรรมฝาผนังภายในอุโบสถซึ่งมีความงดงามมากแห่งหนึ่ง (ดู ชลธาราสิงเห, วัด) นอกจากนี้มีวัดเก่าแก่ เช่น วัดพระพุทธ เป็นต้น

สถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญอื่นๆ ได้แก่

ตลาดตาบา-ด่านตากใบ อยู่ติดกับเมืองเปงกาลังกูโบว์ รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย โดยมีแม่น้ำสุไหงโก-ลก เป็นพรมแดนธรรมชาติกั้นระหว่างประเทศ ตลาดตาบาเป็นตลาดการค้าชายแดนส่งสินค้าไปขายยังประเทศมาเลเซีย จากตลาดนี้สามารถเดินทางไปยังเมืองเปงกาลังกูโบว์ โดยผ่านทางด่านตากใบโดยแพขนานยนต์ ใช้เวลาประมาณ ๑๐ นาที

เกาะยาว ตั้งอยู่หมู่ที่ ๘ บ้านเกาะยาว ตำบลเจ๊ะเห ห่างจากที่ว่าการอำเภอตากใบ ๑ กิโลเมตร และข้ามสะพานซึ่งใช้ข้ามเฉพาะคนและรถจักรยานยนต์ไป ยังเกาะยาวอีก ๕๐๐ เมตร เกาะยาวมีลักษณะเป็นหาดทรายขาวสะอาดยาวประมาณ ๙ กิโลเมตร บรรยากาศร่มรื่นด้วยทิวมะพร้าวเรียงรายเป็นแนวยาวสวยงาม

หาดเสด็จ อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอตากใบ ประมาณ ๔ กิโลเมตร เป็นหาดทรายสวยงามตามธรรมชาติ มีสวนหย่อม สวนสาธารณะ ศาลาสำหรับพักผ่อน พร้อมร้านอาหารให้บริการ 

บ้านโคกอิฐ อยู่ในท้องที่ตำบลพร่อน ชาวบ้านถือว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เป็นชุมชนโบราณอายุหลายร้อยปี สถานที่แวะพักระหว่างการเดินทางค้าขายของเรือสำเภาในสมัยก่อน ปัจจุบันมีเศษอิฐและกองหิน ขนาดใหญ่หลงเหลืออยู่ ชาวบ้านเคยพบเครื่องถ้วยชามของจีนในบริเวณนี้ และเชื่อกันว่าใต้พื้นดินมีทรัพย์สมบัติมหาศาลฝังอยู่โดยบรรจุไว้ในไหโบราณ และไม่มีนักขุดของเก่าคนไหนสามารถขุดพบ เพราะเชื่อกันว่ามีการทำพิธีลงคาถาอาคมอำพรางเอาไว้

หมู่บ้านชาวเล ตั้งอยู่ที่บ้านกบู ตำบลไพรวัน และบ้านคลองตัน ตำบลศาลาใหม่ เป็นที่อยู่อาศัยของชาวประมง ร่มรื่นด้วยทิวสนและต้นมะพร้าว สามารถสัมผัสชีวิตความเป็นอยู่ของชาวประมง และซื้อของฝากจากงานหัตถกรรม เช่น ผ้าบาติก ผ้าคลุมผม รวมถึงอาหารทะเลสดในราคาย่อมเยา

ผลิตภัณฑ์ส่งเสริมในอำเภอที่สำคัญ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ผ้าบาติก ผลิตภัณฑ์ผ้าปักจักร ผลิตภัณฑ์ผ้าทอพื้นเมือง ผลิตภัณฑ์ข้าวซ้อมมือ ผลิตภัณฑ์หญ้าแฝก

อำเภอตากใบมีคำขวัญว่า "หาดเกาะยาว อู่ข้าวปลาอาหาร แหล่งตำนานโคกอิฐ ตลาดประชิดชายแดน วัดพิทักษ์แผ่นดิน ถิ่นปลายสุดสยาม สามแม่น้ำบรรจบ ครบเก้าสิบห้าปีมีอำเภอ" (คำขวัญนี้แต่งขึ้นในปี พ.ศ.๒๕๔๗ ซึ่งครบรอบ ๙๕ ปี ของการตั้งอำเภอตากใบ)


ชายหาดอำเภอตากใบ 



ท่าเรือตาบาที่ตากใบ (ถ่ายเมื่อ พ.ศ.๒๕๔๑) 



ภาพอุโบสถวัดชลธาราสิงเห อำเภอตากใบ ที่พิมพ์ในหนังสือที่ระลึกแห่งการเปิดทางรถไฟฟ้าหลวงสายใต้ พ.ศ.๒๔๕๙

 



หัตถกรรมเสื่อกระจูดและไม้ไผ่ที่อำเภอตากใบ

 



หัตถกรรมเสื่อกระจูดและไม้ไผ่ที่อำเภอตากใบ

 



แผนที่แสดงที่ตั้งอำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส

 



บ้นเรือนราษฎรในอำเภอตากใบบางหลังจะมีการตกแต่งฝาบ้านด้วยลวยลายที่เกิดจากการจักสานไม้ไผ่

 



สถาปัตยกรรมที่กุฎิเจ้าอาวาสวัดธาราสิงเห ซึ่งมีความสวยงามมาก

 



โคกอิฐ ร่องรอยที่ตั้งชุมชนโบราณในอำเภอตากใบ

 



การตกแต่งลวดลายที่หน้าจั่วกุฏิ

 



โคกอิฐ ตำบลพร่อน อำเภอตากใบ

 



ศาลาในวัด หลังคามุงกระเบื้องแบบจตุรมุข

 



วัดชลธาราสิงเห อำเภอตากใบ

 



วัดชลธาราสิงเห อำเภอตากใบ

 



จิตกรรมฝาผนังในพระอุโบสถวัดชลธาราสิงเห

 



จิตกรรมฝาผนังในพระอุโบสถวัดชลธาราสิงเห

 



ศาลาริมแม่น้ำภายในวัดชลธาราสิงเห

 



ศาลาริมแม่น้ำภายในวัดวัดชลธาราสิงเห

 



ตัวอย่างภาพจิตกรรมฝาผนังในพระอุโบสถวัดชลธาราสิงเห สะท้อนวัฒนธรรมหลากหลายในภาพมุมล่าง แสดงการลากเรือขึ้นบก ผู้ลากสววมรองเท้าแบบตะวันตก

 



ผลิตภัณฑ์จากทะเลของอำเภอตากใบ