ปรับขนาดตัวอักษร

| |
  

โคกโพธิ์, อำเภอ

ภาค : ใต้

ประวัติความเป็นมา

อำเภอโคกโพธิ์ เคยเป็นเมืองหน้าด่านสู้รบระหว่างฝ่ายบน (คือเมืองเก่าของโคกโพธิ์) กับฝ่ายล่าง ได้แก่ เมืองหนองจิกและเมืองปัตตานี ด้วยเหตุนี้ทางราชการส่วนกลางจึงได้อพยพครอบครัวของคนภาคกลาง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวเพชรบุรีให้มาตั้งถิ่นฐานเป็นทหารด่านหน้าเมืองเก่า เพื่อสู้รบกับบรรดาเจ็ดหัวเมืองในยามที่มีเหตุการณ์ผิดปกติเกิดขึ้น มีหลักฐานค่ายรบปรากฏอยู่ระหว่างเขตตำบลมะกรูดกับตำบลบางโกระ ซึ่งมีสภาพเป็นคูน้ำ เรียกว่า "คลองขวาง" ขณะนี้บางตอนยังมีสภาพเหลือเค้ารอยอยู่ คือสองข้างเป็นคันดิน ปลูกกอไผ่หนามไว้ตลอดสาย ลักษณะคล้ายสนามเพลาะ คลองดังกล่าวมีความยาวประมาณ ๓-๔ กิโลเมตร บริเวณใกล้ๆ มีวัดและหมู่บ้านเรียกว่า "วัดบู" และ "บ้านบู" มาจากคำว่า "กูบู" (ไม่ใช่กุโบที่แปลว่า ป่าช้า) "กบู" เป็นภาษาท้องถิ่นโบราณ แปลว่า "ค่ายรบ" ปัจจุบันวัดบูเปลี่ยนชื่อเป็น "วัดปุราณประดิษฐ์" ส่วนบ้านบูอยู่หมู่ที่ ๔ ตำบลบางโกระ ยังคงเรียก "บ้านบู" เหมือนเดิม บริเวณโบสถ์วัดบู ก่อนสร้างโบสถ์ ชาวบ้านได้ขุดพบกองกระดูกของนักรบเป็นจำนวนมากและพบแท่นหิน สันนิษฐานกันว่าน่าจะเป็นหินปิดหลุมฝังศพ และเป็นอนุสาวรีย์ของวีรชนสมัยเมืองเก่าที่เสียชีวิตเนื่องจากรบพุ่งกับเมืองล่างดังกล่าวแล้ว

ครอบครัวของชาวภาคกลางที่อพยพมาตั้งหลักฐานที่เมืองเก่า อำเภอโคกโพธิ์ ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็นแม่ทัพนายกองหลายคน ปัจจุบันยังมีหลานเหลนของท่านเหล่านั้นมีชีวิตอยู่ก็มี เช่น นายกองพุฒ อยู่หมู่ที่ ๑ ตำบลบางโกระ เป็นชาวเพชรบุรี มีความเก่งกล้าคงกระพันชาตรี เป็นแม่ทัพ นายกองคนสุดท้าย ได้เสียชีวิตเพราะชราภาพเมื่อประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๐ และมีทายาทที่ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้เป็นจอมจางวาง อยู่ที่บ้านดอน หมู่ที่ ๗ ตำบลโคกโพธิ์ เรียกกันว่า "พ่อจอม"

แต่เดิมเมืองเก่าขึ้นกับเมืองหนองจิก แล้วแยกตัวออกเป็น "อำเภอเมืองเก่า" เมื่อปี ร.ศ. ๑๑๙ (พ.ศ. ๒๔๔๓) คงขึ้นกับเมืองหนองจิก โดยมีหลวงฤทธิ์ไกรเรื่องเดช (ทิม พฤกษะศรี) เป็นนายอำเภอคนแรก ครั้นมีการยุบเมืองหนองจิกก็ไปขึ้นกับจังหวัดปัตตานี

ต่อมาเมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๐ ย้ายที่ตั้งใหม่ไปอยู่ที่บ้านมะกรูด จึงเปลี่ยนชื่อเป็น "อำเภอมะกรูด" ตั้งที่ว่าการอำเภอที่บริเวณโรงเรียนบ้านนาเกตุ หมู่ที่ ๑ ตำบลมะกรูด มีขุนอมัจกิจพิบูลย์ (ตาบ ตะวันอรุณ) เป็นนายอำเภอ

ปี พ.ศ. ๒๔๗๒ มีพระทำนุประชากิจ (เส็ง ลิมปิษเถียร) เป็นนายอำเภอ ได้ย้ายที่ว่าการอำเภอไปตั้งที่ตำบลโคกโพธิ์ บริเวณหลังสถานีรถไฟโคกโพธิ์ ทั้งนี้เพราะในปี พ.ศ. ๒๔๗๒ มีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้น กล่าวคือ นักดาราศาสตร์คำนวณและพยากรณ์ว่าจะมีสุริยุปราคาเป็นบูรณคราส เห็นได้ในบางตำบลในมณฑลปัตตานี ในวันที่ ๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๗๒ มีนักดาราศาสตร์ชาวต่างประเทศขออนุญาตเข้ามาตั้งค่ายดูสุริยุปราคาในมณฑลปัตตานี ๓ ค่าย คือ ค่ายนักดาราศาสตร์เยอรมัน และค่ายดาราศาสตร์กรมแผนที่ทหาร ซึ่งมีพลโทพระยาศัลวิธานนิเทศเป็นหัวหน้าคณะตั้งอยู่ที่โคกโพธิ์จุดหนึ่ง และมีค่ายนักดาราศาสตร์อังกฤษ ตั้งอยู่ที่หน้าศาลารัฐบาลมณฑลปัตตานีอีกจุดหนึ่ง ในวันที่ ๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๗๒ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จฯ เยี่ยมค่ายดาราศาสตร์ที่โคกโพธิ์แล้วเสด็จขึ้นเนินควนบู ทอดพระเนตรค่ายของกรมแผนที่ ครั้นถึงวันที่ ๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๗๒ เวลา ๑๓.๐๐ นาฬิกา เสด็จค่ายดาราศาสตร์อังกฤษที่สนามหน้าที่ว่าการมณฑลปัตตานี เพื่อทอดพระเนตรสุริยุปราคาที่นั่น (เหตุผลที่ทรงเลือกค่ายดาราศาสตร์อังกฤษเป็นที่ทอดพระเนตร เพราะได้รับคำกราบบังคมทูลเชิญไปก่อนคนอื่น โดยมีหนังสือทูลเกล้าฯ ทราบล่วงหน้าไว้ตั้งแต่วันที่ ๒๙ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๗๑ และพระราชทานตอบรับตั้งแต่ วันที่ ๓๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๗๑) โดยคณะดาราศาสตร์อังกฤษได้จัดกล้องส่องดาวตั้งไว้เป็นพิเศษเฉพาะให้ทอดพระเนตร การที่เสด็จฯเยี่ยมค่ายที่โคกโพธิ์ในวันที่ ๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๗๒ ดังกล่าวแล้ว เมื่อเสร็จ จากงานรับเสด็จอาคารต่างๆ ที่ก่อสร้างไว้นั้นมีหลายหลังสามารถใช้เป็นที่ว่าการอำเภอและบ้านพักได้ และถือเป็นสิริมงคล พระทำนุประชากิจ (เส็ง ลิมปิษเถียร) จึงให้ย้ายที่ว่าการอำเภอมาตั้งในบริเวณเนินควนบู หลังสถานีรถไฟดังกล่าวมาแล้ว

ถึงปี พ.ศ. ๒๔๘๑ ได้เปลี่ยนชื่ออำเภอมะกรูด เป็น "อำเภอโคกโพธิ์" สืบมาจนถึงปัจจุบัน


สภาพทั่วไป

อำเภอโคกโพธิ์ ขึ้นกับจังหวัดปัตตานี มีเนื้อที่ประมาณ ๓๓๙.๔๑๔ ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ ๒๑๒,๑๓๓ ไร่ นับว่าเป็นอำเภอที่มีเนื้อที่มากที่สุดของจังหวัดปัตตานี ที่ว่าการอำเภอตั้งอยู่ที่ตำบลโคกโพธิ์ อยู่ทางทิศตะวันตกของจังหวัด ระยะทางท่างจากตัวจังหวัด ๒๖ กิโลเมตร


อาณาเขต

ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี

ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา และอำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา

ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอแม่ลาน จังหวัดปัตตานี

ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอเทพา และอำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา

อำเภอโคกโพธิ์แบ่งการปกครองออกเป็น ๑๒ ตำบล ๘๐ หมู่บ้าน การปกครองระดับท้องถิ่น มีเทศบาล ๒ แห่ง องค์การบริหารส่วนตำบล ๑๐ แห่ง ตำบลต่างๆ ในอำเภอโคกโพธิ์ ได้แก่ ตำบลโคกโพธิ์ ตำบลมะกรูด ตำบลนาเกตุ ตำบลนาประดู่ ตำบลควนโนรี ตำบลทุ่งพลา ตำบลปากล่อ ตำบลทรายขาว ตำบลช้างให้ตก ตำบลป่าบอน ตำบลท่าเรือ และตำบลบางโกระ 

จำนวนประชากร ณ วันที่ ๓๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ อำเภอโคกโพธิ์ มีประชากรทั้งสิ้น ๕๘,๑๑๒ คน เป็นชาย ๒๘,๕๖๐ คน เป็นหญิง ๒๙,๕๕๒ คน ความหนาแน่นของประชากร ๑๘๔ คนต่อตารางกิโลเมตร อาชีพหลักคือเกษตรกรรม มีการทำนาเป็นส่วนใหญ่ มีการทำสวนยางพารา สวนผลไม้ เลี้ยงปศุสัตว์ โดยเฉพาะ การเลี้ยงไก่ สุกร และโคเนื้อ อำเภอโคกโพธิ์มีการเลี้ยงสัตว์ทั้ง ๓ ชนิดนี้เป็นจำนวนสูงที่สุดในทุกๆ อำเภอของจังหวัดปัตตานี และมีสัตว์เลี้ยงที่นิยมเลี้ยงกันมากในอำเภอนี้อีกชนิด คือ นกกระทา ในด้านการทำนาก็ทำกันมากเกือบทุกครัวเรือน แต่ทำในเนื้อที่จำนวนน้อย และขาดการชลประทาน อาศัยน้ำฝนอย่างเดียว จึงทำให้ประชากรส่วนมากปลูกข้าวไม่พอเลี้ยงครอบครัว การทำสวนยางพาราแต่เดิมเป็นเพียงการปลูกยางพื้นเมือง ต่อมาค่อยๆ เปลี่ยนเป็นปลูกยางพันธุ์ดีมากขึ้น สำหรับสวนผลไม้มีสวนทุเรียนพันธุ์ดีอยู่ในตำบลทรายขาวและตำบลนาประดู่ ลองกองพันธุ์ดีมีอยู่ในหมู่บ้านตันหยง หมู่บ้านคูระ และหมู่บ้านนาค้อเหนือ มีรสชาติหวานหอม ไม่แพ้ลองกองของอำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส

ลักษณะทางภูมิศาสตร์ ส่วนใหญ่เป็นที่ราบมีภูเขาใหญ่เล็กบางส่วนของพื้นที่ ลักษณะที่เด่นที่สุด คือมีภูเขาสันกาลาคีรีซึ่งเป็นภูเขาสูงใหญ่กั้นเขตแดนไทย-มาเลเซีย เทือกเขาพาดผ่านแผ่บริเวณกว้าง ตั้งแต่ท้องที่ตำบลป่าบอน ต่อตำบลทรายขาว ตำบลนาประดู่ ตำบลแม่ลาน และตำบลปากล่อ ทำให้เกิดน้ำตกสวยงามขึ้น ๒ แห่ง ได้แก่ น้ำตกทรายขาว น้ำตกโผง โผง อยู่ในเทือกเขานี้

ทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญของอำเภอโคกโพธิ์ คือ อุทยานแห่งชาติน้ำตกทรายขาว ซึ่งมีพื้นที่ครอบคลุมป่าสงวนแห่งชาติเขาใหญ่ ในท้องที่อำเภอโคกโพธิ์ อำเภอเมืองยะลา อำเภอยะหา จังหวัดยะลา และป่าสงวนแห่งชาติป่าเทือกเขาสันกาลาคีรี ในท้องที่อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา อุทยานแห่งชาตินี้ครอบคลุมเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ ๖๘,๗๕๐ ไร่ โดยมีพื้นที่เฉพาะในเขตอำเภอโคกโพธิ์ประมาณ ๑๖,๑๓๗ ไร่ พื้นที่ส่วนใหญ่จะลาดลงไปทางทิศตะวันตก เป็นเนินเขาและเป็นพื้นที่ราบ ดินเป็นดินเหนียวปนทราย หินเป็นหินปูนและหิน แกรนิต อุทยานฯ นี้เป็นต้นกำเนิดของห้วยทรายขาว ห้วยโผงโผง ห้วยบอน ห้วยแกแดะ ห้วยลำหยัง ห้วยต้นตะเคียน ห้วยลำชิง ห้วยลำพระยา ฯลฯ ลำห้วยเหล่านี้จะไหลมารวมกันเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำเทพา สภาพพื้นที่ภายในอุทยานฯ ปกคลุมไปด้วยป่าดิบชื้นที่สมบูรณ์ มีพันธุ์ไม้สำคัญ ได้แก่ ยาง สยา กระบาก กาลอ หลุมพอ ไข่เขียว สะตอ เหรียง ตะเคียนทอง พืชพื้นล่าง ได้แก่ ระกำ หวาย เฟิร์น เถาวัลย์ และกล้วยไม้ชนิดต่างๆ มีสัตว์ป่านานาชนิด

อำเภอโคกโพธิ์ เป็นดินแดนเชื่อมต่อระหว่างไทยพุทธกับไทยมุสลิม มีผู้นับถือศาสนาพุทธประมาณร้อยละ ๔๘.๑๒ นับถือศาสนาอิสลามประมาณร้อยละ ๕๑.๒๔ เป็นจุดเชื่อมประสานระหว่าง ๒ วัฒนธรรม มีวัฒนธรรมพื้นบ้านที่น่าศึกษาอย่างโดดเด่นหลายประการ ทั้งวัฒนธรรมการกิน การแต่งกาย สถาปัตยกรรมพื้นบ้าน การละเล่น และขนบประเพณี เช่น คตินิยมใน การใช้ศัสตราวุธเป็นศัสตราภรณ์ การใช้ทับ (เครื่องดี) ที่ทำด้วยดินเผา สำหรับใช้เล่นโต๊ะครีมในพิธีกรรม มีคติความเชื่ออันเนื่องด้วยวัฒนธรรมฮินดู พุทธ และมุสลิม ทั้งส่วนที่ผสมกลมกลืนกัน และส่วนที่คงไว้ตามคติดั้งเดิมของแต่ละศาสนา

ประเพณีที่เก่าแก่ของตำบลโคกโพธิ์ ได้แก่ ประเพณีเทศกาลชักพระในวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ เรือพระจากวัดในตำบลต่างๆ จะมาชุมนุมที่ตำบลโคกโพธิ์ บริเวณหน้าโรงเรียนบ้านโคกโพธิ์ ประชาชนชาวพุทธมีโอกาสสนุกรื่นเริงได้ทำบุญร่วมกันในวันนั้น หนุ่มสาวแต่งกายสวยงาม ใครมีทองหยองเสื้อผ้าแพรไหมก็จะแต่งมาอวดกันในงานนี้ มีการแต่งรถให้เป็นรูป เรือจะประดับตกแต่งด้วยกระหนกลวดลาย เป็นการอวดฝีมือของช่างฝ่ายศิลปะที่ทางวัดสรรหามา เรือพระบางลำใช้ล้อไม้เล็กๆ ๔ ล้อ กว่าชาวบ้านจะลากแห่จากวัดถึงสนามที่ชุมนุมต้องใช้เวลา ๓-๕ ชั่วโมง บางวัดลงทุนสร้างเรือพระด้วยงบประมาณสูง

อำเภอโคกโพธิ์ได้กำหนดให้เรือพระมาชุมนุม ณ ที่ว่าการอำเภอจัดพิธีกรรมทางศาสนา ๕-๗ วัน พร้อมกับมีมหรสพหลายประเภท ให้ประชาชนได้สนุกรื่นเริง

ศาสนสถานที่สำคัญ คือ วัดราษฎร์บูรณะ (วัดช้างให้) ตั้งอยู่หมู่ที่ ๒ ตำบลควนโนรี มีสถูปบรรจุอัฐิของสมเด็จหลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืด (พระราชมุนีสามีรามคุณูปามาจารย์ คือ สมเด็จเจ้าพะโคะ วัดพะโคะ) มีรูปปั้นของสมเด็จหลวงพ่อทวด ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของพุทธศาสนิกชนทั่วไปทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ นอกจากนี้มีวัดที่สำคัญ เช่น วัดทรายขาว หมู่ที่ ๓ ตำบลทรายขาว วัดศรีมหาโพธิ์ ตั้งอยู่ในเขตสุขาภิบาลโคกโพธิ์

สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ คือ พลับพลาที่ประทับในรัชกาลที่ ๗ หมู่ที่ ๗ ตำบลโคกโพธิ์ เป็นพลับพลาประทับเมื่อครั้งเสด็จฯเยี่ยมค่ายดาราศาสตร์ เยอรมัน เมื่อวันที่ ๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๗๒

นอกจากนี้ มีศูนย์ฝึกอาชีพวัดช้างให้ หมู่ที่ ๒ ตำบลทุ่งพลา และหมู่ที่ ๑ ตำบลนาประดู่ เป็นศูนย์สร้างงานนอกภาคเกษตรกรรม มีเนื้อที่ประมาณ ๕๐ ไร่ มีพลับพลาที่ประทับของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งเสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดเมื่อวันที่ ๒๘ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๓๘

สถานที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติที่สำคัญ คือ อุทยานแห่งชาติน้ำตกทรายขาว หมู่ที่ ๕ ตำบลทรายขาว ห่างจากที่ว่าการอำเภอประมาณ ๖ กิโลเมตร เป็นน้ำตกที่สวยงามและร่มรื่น และมีน้ำตกโผงโผง หมู่ที่ ๘ ตำบลปากล่อ ห่างจากที่ว่าการอำเภอประมาณ ๒๙ กิโลเมตร น้ำตกอรัญวาริน หมู่ที่ ๕ คำบลทุ่งพลา ห่างจากที่ว่าการอำเภอประมาณ ๒๒ กิโลเมตร

นอกจากนี้ยังมี จุดชมทิวทัศน์ "ยอดเขาหินลูกช้าง" ตั้งอยู่บริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติน้ำตกทรายขาว หมู่ที่ ๕ ตำบลทรายขาว เป็นจุดชมทิวทัศน์ที่สวยงามมากจุดหนึ่ง สามารถมองเห็นทัศนียภาพของพื้นที่ราบด้านล่าง และพื้นที่ชายทะเลของจังหวัดปัตตานี

ผลิตภัณฑ์ส่งเสริมในอำเภอ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์กล้วยกรอบแก้ว ผลิตภัณฑ์จักสานย่านลิเพา ผลิตภัณฑ์ดอกไม้ใบยางพารา ผลิตภัณฑ์ผ้าบาติก ผลิตภัณฑ์หมวกกะปิเยาะ ผลิตภัณฑ์กระเป๋าบาติก ผลิตภัณฑ์ตะกร้าไม้ไผ่ ผลิตภัณฑ์จักสานใบเตย ผลิตภัณฑ์ส้ม-แขกปรุงรส ผลิตภัณฑ์ปัตตานีมิกซ์ไวน์

อำเภอโคกโพธิ์มีคำขวัญว่า "ศูนย์บริหารราชการงามสง่า บารมีหลวงปู่ทวดวัดช้างให้ เมืองผลไม้ดกน้ำตกทรายขาว วันเสาร์ตลาดนัดใหญ่ ศูนย์ฝึกอาชีพเลื่องลือไกล อนุรักษ์ประเพณีไทยงานชักพระ"


แผนที่แสดงที่ตั้งอำเภอเขาโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี 



เนินดินรอบค่ายรบในอดีต ปัจจุบันเป็นสวนยางของชาวบ้าน อำเภอโคกโพธิ์

 



เนินดินรอบค่ายรบในอดีต ปัจจุบันเป็นสวนยางของชาวบ้าน อำเภอโคกโพธิ์