ปรับขนาดตัวอักษร

| |
  

ยันต์

ภาค : เหนือ

ยันต์ 

          ยันต์ หรือ ยันตร์ในล้านนา หมายถึงรูปต่างๆ ทั้งที่เป็นลายเส้น อักขระ ตัวเลข หรือภาพสัญลักษณ์ที่เขียนลงบนแผ่นผ้าหรือวัสดุอื่นๆ เช่น แผ่นทอง แผ่นเงิน แผ่นกระดาษและบนวัสดุธรรมชาติ เช่น กะลามะพร้าว ใบมะพร้าว ใบลานหรือบนผิวกายมนุษย์ โดยที่ต้องมีการทำให้วัตถุที่มีลายดังกล่าวเป็นของขลังที่สามารถอำนวยประโยชน์แก่ผู้ครอบครองตามลักษณะการใช้งานของยันตร์นั้นๆ

          ทั้งนี้ ยังไม่ปรากฏหลักฐานว่ามีการใช้ยันต์แต่เมื่อใดแต่หากจะสันนิษฐานแล้ว ก็คงกล่าวว่าน่าจะมีการใช้ในสมัยพระเมืองแก้ว (พ.ศ.๒๐๓๘-๒๐๖๘) เพราะในยุคนั้นมีกล่าวไว้ว่าครั้งหนึ่งที่พระองค์ประชวร ได้มีภิกษุชาวลังกาทำพิธี "ส่ง"หรือสังเวยถวาย ซึ่งทำให้พระองค์ฟื้นจากพระประชวรตามลำดับในครั้งนั้นอาจมีการใช้ยันต์แล้ว

          เท่าที่พบยันต์ต่าง ๆ ที่ในล้านนา อาจจัดเป็นกลุ่มตามคุณสมบัติหรือความขลัง ดังนี้

ก. ยันต์ประเภทให้ผลทางสิริมงคลหรือโชคลาภ เช่น

          ยันต์ปารมี ๓๐ ทัส ของครูบาศรีวิชัย มีไว้กับบ้านเดินทาง หรือเข้าสงคราม

          ยันต์หัวเสา-ปิดที่หัวเสาของเรือน

          ยันต์พระญานาค

          ยันต์โขงชาตา-ยันต์ล้อมดวงชาตา

          ยันต์คุ้มชาตา-ทำให้ดวงดีขึ้น

          ยันต์ช้างเอราวัณ

          ยันต์จักกิ้มสองหาง-จิ้งจกสองหางรักษาทรัพย์

          ยันต์แปดทิศ ติดที่หัวเสาเรือน

          ยันต์โชคลาภ (เขียนยันต์เป็นไส้เทียน)

          ยันต์พระญาเต่าคำ (เขียนยันต์เป็นไส้เทียน)

          ยันต์มหาโมคคัลลานเถระของพระเมืองแก้ว (เขียนยันต์เป็นไส้เทียน)

          ยันต์รับโชค (เขียนยันต์เป็นไส้เทียน)

          ยันต์มหานิยม (เขียนยันต์เป็นไส้เทียน)

ข. ยันต์ประเภทเมตตามหานิยม

          ยันต์เต่าเลือน

          ยันต์อื่นโทน

          ยันต์อิหน่องสองหัว

          ยันต์พรหมสามหน้า

          ยันต์ม้าเสพนาง

          ยันต์อิติปิโสแปดด้านแลหมวกเหล็กพระเจ้า

          ยันต์อิติปิโสตีนเถีย หรือ ยันต์อ้อมโหสถ

          ยันต์ดอกไม้สวัรค์

          ยันต์ดอกบัวคำเก้ากาบ

          ยันต์มหานิยม (เขียนยันต์เป็นไส้เทียน)

          ยันต์พระเจ้าห้าองคะ (เขียนยันต์เป็นไส้เทียน)

ค. ยันต์สะเดาะเคราะห์-ขับเสนียดจัญไร

          ยันต์แสงนกขุ้ม (ปิดไว้กับประตูบ้านร้านค้า)

          ยันต์ปโชตา (ปิดไว้กับบ้านเรือน)

          ยันต์สีมาแปดทิศ (ฝังไว้ได้เรือนตามทิศที่กำหนด)

          ยันต์เทียน (เขียนยันต์เป็นไส้เทียน)

          ยันต์โพธิสัตว์หลีกเคราะห์ (เขียนยันต์เป็นไส้เทียน)

          ยันต์คลาดแคล้ว (เขียนยันต์เป็นไส้เทียน)

          ยันต์ฉิมพลี (เขียนยันต์เป็นไส้เทียน)

          ยันต์สืบชาตา (เขียนยันต์เป็นไส้เทียน)

          ยันต์สะเดาะเคราะห์ (เขียนยันต์เป็นไส้เทียน)

          ยันต์พระโพธิสัตว์เอาแม่ข้ามน้ำ (เขียนยันต์เป็นไส้เทียน)

          ยันต์คนบ่มีปาก-กันมิให้คู่ความให้ปากคำ (เขียนยันต์เป็นไส้เทียน)

ฆ. ยันต์ประเภทช่วยให้ค้าขายดี

          ยันต์ค้าแม่นขายหมาน

          ยันต์ปลาตะเพียนทอง

          ยันต์มหาสมอ

          ยันต์ฉิมพลีเดินดง (เขียนยันต์เป็นไส้เทียน)

ง. ยันต์ประเภทป้องกันผี

          ยันต์กั้งก่าผี-ป้องกันผีมาทำร้าย

          ยันต์ปุริสาทกินผี (พระญาโปริสาทที่ชอบกินคน)

          ยันต์ผีเบื่อ

          ยันต์ก่านาค-ป้องกันพญานาคมาทำร้าย

จ. ยันต์ประเภทป้องกันอาวุธ

          อมข่าม-อมยันต์แล้วคงทนต่ออาวุธ

          ผัดแอวข่าม-ใส่ไว้ที่เอวเพื่อคงทนต่ออาวุธ

          ยันต์ราหูอมจันทร์

          เสื้อยันต์-สวมใส่เพื่อป้องกันอาวุธ

          ยันต์มัดแขน-ยันต์ผูกที่ต้นแขน

          ยันต์พอกหัวเข้าเสิก็-โพกหัวเข้าสู่ศึกสงคราม

          ยันต์ช้างแปดตัว

          ยันต์ฅงทันใจ-คงทนต่ออาวุธได้เสมอใจ

          ยันต์หายตัว-ใส่แล้วศัตรูมองไม่เห็น

          ยันต์สับผิด-เบี่ยงเบนเป้าหมายของอาวุธ

          ยันต์กาสะท้อน-ผู้ทำร้ายจะได้รับผลเอง

          ยันต์ข่ามเขี้ยว-คงทนต่อเขี้ยวงาทั้งหลาย

          พุทธาหัวเหล็ก-คงทนต่ออาวุธ

          ยันต์เสือโคร่ง

          ยันต์อรหันต์ทั้งแปด

          ยันต์ตรีนิสิงเห

          ยันต์ปอกฮ้างข่าม-เข็มขัดยันต์กันอาวุธ

          ยันต์พุทธจักร (ใช้เมื่อเข้าสงคราม)

          ยันต์โปกขรพรรษ (ใช้เมื่อเข้าสงคราม)

          ยันต์เสือโคร่ง (ใช้เมื่อเข้าสงคราม)

ฉ. ยันต์ประเภทป้องกันการกระทำด้วยอาคม

          ยันต์กั้งก่าเพิ่นไป่เพิ่นแปลง-กันคนกระทำด้วยคุณไสย

          ยันต์ก่าตู้ลองของร้าย-กันคนกระทำด้วยคุณไสย

ช. ยันต์ประเภทใช้ไปกระทำกับผู้อื่น

          ยันต์หนีบ (บังคับให้ผู้อื่นรักตน)

          ยันต์ราชสีห์ (ใช้เมื่อคนในบ้านไม่ลงรอยกัน)

ฌ. ยันต์ประเภทช่วยในการคลอดและคุ้มครองเด็ก

          ยันต์ตัดเกิด-มิให้แม่ซื้อรบกวนเด็ก

          ยันต์คล้องคอแม่มาน-คล้องคอหญิงมีครรภ์

          ยันต์แขวนคอละอ่อน-คล้องคอเด็ก

          ยันต์โองการพระเจ้า

          ยันต์ร้อยแปด

ญ. ยันต์ประเภทคุ้มครองสัตว์เลี้ยง

          ยันต์แขวนคอช้าง

ฎ. ยันต์ประเภทคุ้มครองพืชผล

          ยันต์นะโมตาบอด-กันข้าวหายจากลานนวด

วัสดุที่ใช้ในการเขียนยันต์

          วัสดุที่ใช้ในการเขียนยันต์ จะแตกต่างกันไปตามความสามารถในการหาวัสดุ และจะต่างกันที่วัตถุประสงค์ในการใช้งาน

          ในกรณีของยันต์ที่เขียนลงบนวัสดุที่เป็นแผ่นแล้วใช้ปิดตามบริเวณที่ต้องการ เช่น ที่เหนือกรอบประตูห้องนอน หรือที่หัวเสานั้น วัสดุที่ใช้อาจต่างกันดั้งแต่แผ่นทอง แผ่นเงินแผ่นทองแดง แผ่นดีบุก หรือแผ่นผ้า ตามแต่จะจัดหาได้

          ยันต์ที่ใช้พกพาซึ่งมักเขียนบนวัสดุแล้วม้วนให้เป็นหลอดอย่างตะกรุดนั้น นิยมเขียนบนแผ่นเงินหรือแผ่นทองแดง

          ยันต์ที่ใช้พกพาอย่างทำเป็นเข็มขัดเพื่อคงกระพันชาตรีนั้นนิยมจารลงบนใบลาน

          ยันต์ที่เขียนเป็นรูปธงนั้นกำหนดว่าให้เขียนบนแผ่นผ้า

          ยันต์ที่ทำเป็นไส้เทียนเพื่อจุดบูชานิยมเขียนลงกระดาษสา

          ยันต์ที่จารบนวัสดุที่มีความขลังอยู่แล้ว เช่น กะลาตาเดียว เขี้ยวเสือ งาช้าง ก็จะเป็นตามกำหนด

วิธีการเขียนยันต์

          ก่อนที่จะเขียนยันต์แต่ละดวงนั้น ท่านว่าให้ตั้งเครื่องคำนับครูของผู้ทำเสียก่อน ขันตั้ง หรือเครื่องคำนับครู/เครื่องบูชาครู ประกอบด้วย

          กรวยดอกไม้ธูปเทียน                                                ๘ กรวย

          กรวยหมากพลู                                                        ๘ กรวย

          หมากแห้งร้อยเป็นสาย                                              ๑ หัว(ชุด)

          กระทงข้าวเปลือกข้าวสารอย่างละ                                ๑ กระทง

          เทียนแท่งละบาท                                                     ๑ คู่

          เทียนแท่งละเฟื้อง                                                    ๑ คู่ 

          เทียนเล็ก                                                               ๘ คู่

          เงิน                                                                       ๑ สลึง

          เบี้ย                                                                      ๑๓๐๐

          ผ้าขาวผ้าแดงอย่างละพับ

          ทั้งหมดบรรจุลงในพาน หรือใส่ในกะละมังแล้วใส่สาแหรกจากนั้นจึงจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัยแล้วกล่าวคำอัญเชิญครู ดังเช่นปรากฏในสำนวนหนึ่งว่า

          "สาธุ สาธุ ครูบาอาจารย์แห่งข้า

          ปู่เหลาย่าเหลาก็ขอหื้อมา

          สาธุ ครูบาอาจารย์แห่งข้า

          ปู่ดำย่าดำค็ขอหื้อมา

          สาธุ ครูบาอาจารย์แห่งข้า

          อันเที่ยวท่องผ้ายหาขวันค็ขอหื้อมา ฯลฯ

          สิทฺธิลาโภ นิรนฺตร์ สิทธิเตโช เชยฺยนิจฺจ์ สิทฺธิกมฺมํ

          ปสิทฺธิเม สพฺพสิทฺธิ ภวนตุ เต"

          กล่าวภาษาบาลีสามจบ แล้วจึงนำเอาพานบูชาครูตั้งไว้ในที่สูง ถ้าเป็นกะละมังก็ให้ใส่สาแหรกแขวนไว้

          จากนั้น การเขียนหรือจารยันต์ก็เริ่มขึ้น โดยวางแผ่นทองเป็นต้นลงบนดั่งที่จัดไว้เป็นพิเศษ แล้วจึงเริ่มเขียนเรือนยันต์เมื่อเขียนเรือนยันต์นั้น ให้เสกเหล็กจารหรือเครื่องเขียนด้วยคาถาภาษาบาลีว่า ยนฺตสนํ อิตงฺคเล" ว่าสามจบ เมื่อลงเลขและอักขระในเรือนยันต์ ให้เสกเครื่องเขียนด้วยคาถาว่า"อกฺขรยนฺต์ เอหิ เอหิ อาคจฺฉนฺตุ" ว่าสามจบ

          สำหรับยันต์ที่ทำเป็นหลอดหรือทำอย่างตะกรุดนั้นเวลาม้วนหลอดยันต์ให้กล่าวคาถาว่า "โอมอกฺขรติตฺถต พนฺธนิสฺวาท" โดยสาธยายไปเรื่อยจนกว่าการม้วนหลอดยันต์จะจบสิ้นลง และเมื่อนำเชือกผูกยันต์เข้าร้อยกับหลอดยันต์นั้นให้สาธยายคาถา "นโม พุทฺธายปฺปรปฺปตา ปเจกนญฺจยปรํ อรหนฺตา นญฺจเตเชน รกฺขํ คนฺธามิ สพฺพโส" และบริกรรมไปเรื่อยๆ จนเสร็จงาน

ฤกษ์ในการลงยันต์

          ในการที่จะเขียนหรือจารยันต์นั้น ท่านให้หาฤกษ์ยามที่เหมาะสม โดยให้เลือกเอาวันที่ตรงกับวัน "นันทาติถี" และ "อมริสสโชค" เท่านั้น (ดูประกอบที่เรื่อง วัน)

          ส่วนกำหนดยามในการเขียนยันต์ ท่านก็ให้เริ่มเขียนในยามที่เป็น "ยามไชยลาภ์" หรือ "ยามอุทธํราชา" เท่านั้นเมื่อเขียนไปแล้วจะจบในยามใดก็ไม่มีข้อห้ามกำหนดไว้

การใช้ยันต์

          เมื่อการทำยันต์สิ้นสุดลงแล้ว อาจารย์เจ้าท่านอาจ สรูปยันต์ หรือเสกคาถาเป็นการรวบยอด หรือย้ำด้วยพระคาถาเพื่อเพิ่มความศักดิ์สิทธิ์ก่อนที่จะมอบให้ผู้ใช้ยันต์ก็ได้

          เมื่อผู้ใช้ยันต์รับเอายันต์มาจากอาจารย์เจ้าซึ่งอาจเป็นฆราวาสหรือนักบวชก็ได้ ก็จะนำไปใช้ตามประสงค์ เช่น ยันต์ที่ให้ปิดไว้ที่ปลายเสาของเรือนก็จะเอาตะปูตอกติดไว้ ที่ให้คิดไว้เหนือกรอบประตูห้องนอนก็อาจดอกตะปูหรือใส่กรอบกระจกแขวนไว้ ถ้ายันต์ที่คล้องคอเด็กเพื่อกันโพยภัยก็จะมอบให้เด็กคล้องคอ ถ้าเป็นยันต์แบบตะกรุดที่ให้ใส่บ่อน้ำก็จะนำไปโยนลงในบ่อน้ำ ในขณะที่ตอกตะปูหรือคล้องคอหรือบรรจุยันต์ไว้ในที่กำหนดนั้น หากผู้ทำการรู้คาถาอาคมก็มักจะเสกคาถาที่เป็นมงคลกำกับไปด้วย ส่วนท่านที่ไม่สันทัดในการเป่าเสกก็จะกล่าวคำโวหารอันเป็นมงคลกำกับไปด้วยเสมอ (ดูเพิ่มที่ ปูชาเทียน)


ยันต์ลูกนี้ลงใส่แผ่นคำ แผ่นเงิน แผ่นทอง ผ้า ก็ได้ใจ๊ได้สัพพะ ป้องกั๊นภัยยะ ก๊าขายดี

คนรักหูมเน้อเจ้าเหยฯ ได้สืบมาจากวัดขันแก้ว อำเภอหางดง เชียงใหม่ แลฯ


ยันต์ลูกนี้หื้อลงใส่แผ่นคำ แผ่นทอง แผ่นเงิน ก็ได้ใจ๊ได้สารพัด

ใคร่หื้อเปิ่นรักหรือเมื่อเข้าสงครามหื้อออธิษฐานเอาเต๊อะ เป๋นยันต์ผีกลั๋วแถมเน้อเจ้าเหยฯ


ยันต์ลูกนี้จื่อว่าแสงนกคุ่ม เขียนใส่แผ่นเงิน แผ่นทองติดไว้ประตู๋บ้านร้านค้า ป้องกั๋นภัยยะนานาวุฑฒิจ๋ำเริญเข้าของจะแลฯ


ยันต์ลูกนี้หื้อเขียนใส่ผ้าทำเป็นธง (ตุง)ติดร้านค้าเคหา รถราและเรือ แกล๊วกลาดภัยยะอุบัตินานา วุฑฒิจ่ำเริญแลฯ


ยันต์ประจ๋ำทิศตังแปดนี้เขียนใส่แผ่นเงิน-ทอง ผ้าก็ได้ แล้วหื้อเสกด้วย อิติปิโส แปดด้าน

เอาติดไว้กับบ้านเรือนร้านค้าสถานตี้ต่างๆต๋ามทิศนั้นๆป้องกั๋นภัยยะพิบัติวุฑฒิจ่ำเริญจุ้มเย็นฯ



ยันต์ลูกนี้จื้อว่าเสพนาง ลงใส่ผ้าแดง นำติตั๋วใจ๊ตางอิตถีนารีรักหูมแลฯ



ยันต์เสือโคร่งแสนต๋า ลงใส่ผ้าป้องกั๋นตั๋วเมื่อเข้าสงครามแลฯ



ยันต์หนีบนี้หื้อจ๋ารลงแผ่นตองเอาใบปู เขียนจื้อญิงหรือจายใส่หนีบไว้

คนผู้นั้นรักเราแลฯ สืบมาจากเชียงรุ้ง



ยันต์ลูกนี้จ๋ารลงใส่แผ่นทอง แผ่นเงิน ผ้าก็ได้ ทำเป็นหลอดหื้อลงในโบสถ

นิมนต์ภิกขุสี่ต๋นมาสวดชะยันโต๋ นำติดตั๋วป้องกันภัยยะสงครามฯ



ยันต์ลูกนี้จื้อโบกขรพัสส์ ลงใส่ผ้าป้องกั๋นตั๋วเมื่อเข้าสงครามฯ

ยันต์ลูกนี้จื้อว่าคนบ่มีปาก เป๋นถ้อยเป๋นความขึ้นโรงขึ้นศาล หื้อเอาขี้ผึ้ง๒บาท สีสายเต้าอายุผู้จักปู๋จา แล้วใส่จื้อฝ่ายตรงข้ามเอาไปจุดปื้นกระไดบ้านฝ่ายตรงข้าม

จักปากบ่อออก ถ้าคัดเลือกทหารหื้อเอาไปจุดหน้าพระเจ้า แกล๊ดกลาดดีแต๊แลฯ


ยันต์ลูกนี้หื้อเขียนใส่แผ่นเงิน ทอง เอาแช่น้ำล้างหน้า เวลาจักแช่นั้นหื้อเสกด้วยคาถาว่า

นะ มะ พะ ถะ อิ สวา สุ สามตี เป๋นเสน่ห์ไปไหนมาไหนคนเมตต๋าอิ่นดูรักหูมเราแลฯ


ยันต์เตียนเล่มนี้หื้อเอาขี้ผึ้ง ๓ บาท สีสาย ๓๗ เส้น ใส่จื่อ อายุ ผู้จักปู่จาข้างบน ใส่จื้อศัตรู๋ข้างล่าง

ต๋ามปู่จาเตวดาอารักษ์ ขึ้นโรงขึ้นศาลเราจะนะ เข้าสงครามป้องกั๋นตั๋ว ศัตรู๋บ่หันตั๋วเราแลฯ

ยันต์เตียนเล่มนี้จื้อว่าพญาเต่าดำ หื้อเอาขี้ผึ้งหนัก ๒ บาท สีสายมากกว่าอายุผู้ตี่จักปู่จาไป ๑ เส้น

ต๋ามปู๋จาอธิษฐานหื้ออยู่ดีมีสุข อายุหมั๋นยืนยาว พ้นจากโรถพญาธิ์นักแล สืบมาจากสิบสองปันนา


ยันต์เตียนเล่มนี้หื้อเอาขี้ผึ้ง ๓ บาท สีสาย ๒๗ เส้น ใส่จื้อผู้จักปู่จา หากจักหื้อคนรักกั๋นหื้อพับเกิ่งเอาหน้าเข้าหากั๋น เวลาต๋ามหื้อให้หันหน้าไปทิศตะวันออก

กันจักหื้นคนจังกั๋นหื้อ พับเกิ่งเอาหลังเข้าหากั๋น เวลาต๋ามปู่จานั้นหื้อหันหน้าไปทิศตะวันตก จักสัมฤทธิ์ผลจะแลฯ

ยันต์พระเจ้าห้าองคะนี้หื้อเอาขี้ผึ้ง ๓ บาท สีสาย ๒๗ เส้น ใส่นามเรา-นามเขา ต๋ามปู่จาหน้าพระเจ้า

คนตี้ป๋องร้ายเรา ป๊อยมารักเรา ภัยยะนึ่งจักเตียวตางไกล๋พ้นจาภัยยะกลาดแกล๊วภัยพิบัติแลฯ



ยันต์เตียนเล่มนี้จื้อว่าพระโพธิสัตว์หลีกเคราะห์ ขี้ผึ้งหนัก ๒ บาท สีสายเต่าอายุผู้จักปู่จา ใส่จื้อต๋ามจ่องว่างนั้นเต๊อะ

ต๋ามปู่จาส่องหน้าพระพุทธรูป พ้นเคราะห์หายนามและอุบาทว์ตังมวลมีโจคจัยแลฯ


ยันต์อิติปิโส ๘ ต้าน และหมวกเหล็กพระเจ้าแลฯ สิทธิการิยะ อุปเท่ห์ยันต์อิติปิโส ๘ ด้าน และหมวกเหล็กพระเจ้านี้

มีอานุภาพมากหลายทางเมตตามหานิยมแคล้วคลาดจากภยันตรายทั้งปวงแลฯ



(ภาพยันต์ทั้งหมดมาจากหนังสือ ของดีจากปั๊บสา จัดพิมพ์โดย ร้านภิญโญ ๑๕๓ ตลาดหนองดอก ลำพูน ประมาณ พ.ศ.๒๕๓๕)