ปรับขนาดตัวอักษร

| |
  

ไหว้เจ้าที่

ภาค : ใต้

ไหว้เจ้าที่

                  ไหว้เจ้าที่ เป็นพิธีกรรมอย่างหนึ่งของชาวภาคใต้ เป็นการขอขานและแสดงคารวะต่อดวงวิญญาณของเจ้าของพื้นที่ดั้งเดิม เช่น เจ้าของที่บ้าน เจ้าของที่เรือกสวนไร่นา เจ้าของที่ของสัตว์เลี้ยง เป็นการรำลึกถึงพระคุณ ด้วยการตั้งเครื่องสังเวยบวงสรวงเซ่นไหว้ โดยเฉพาะการปลูกบ้านใหม่ ต้องขอขานเช่นไหว้เจ้าที่เดิมเสียก่อน จึงจะอยู่เย็นเป็นสุข ในการไหว้เจ้าที่มีพิธีกรรมเหมือนกัน คำประกาศสังเวยเหมือนกันแต่แยกกันทำโดยเฉพาะ มีคำอธิษฐานหรือคำอ้อนต่างกันตามปกติไหว้เจ้าที่ปีละครั้ง เช่น ได้ขายวัว ขายควาย ขายหมูก็มีการไหว้เจ้าที่เสียครั้งหนึ่ง อุปกรณ์ในการไหว้เจ้าที่มีดังนี้

                  ๑. เครื่องบูชา มีธูปเทียน ข้าวตอกดอกไม้ หมากพลูเชื่อกันว่าเจ้าที่เป็นูที่ชามากแล้ว หมากพลูนิยมตะบันเสียก่อน

                  ๒. เครื่องสังเวย มีขนมสังขยา ขนมแดง ขนมขาว เหล้าข้าว เป็ด ไก่

                  ๓. ศาลที่ตั้งเครื่องสังเวย ขัดเป็นแผงด้วยลายขัด ทำด้วยตอกไม้ไผ่หรือตอกทางสาคูขัดตาห่างๆ กว้างยาวประมาณ ๑ ศอก ใช้เสาไม้กลมขนาดนิ้วหัวแม่มือ ๔ เสา ปักลงบนพื้นดิน สูงจากพื้นประมาณครึ่งศอก วางแผงบนเสา ทำบันไดด้วยไส้ระกำ เสียบด้วยไม้ ๓ ขั้น วางลาดระหว่างแผงกับพื้นดินสำหรับเจ้าที่เดินขึ้นนั่งบนศาล

                  ปูใบตองบนศาล แล้ววางเครื่องบูชาสังเวย รายเรียงกันไป ธูปกี่ก้าน เทียนกี่เล่ม ไม่ได้กำหนดไว้แน่นอน การปลูกศาลนิยมทำเฉพาะไหว้เจ้าที่บ้าน ไหว้เจ้าที่ไร่นา ไหว้เจ้าที่คอกสัตว์เลี้ยงนิยมใส่ในถาด เป็ดไก่ต้มทั้งตัว ไม่ชำแหละออกเป็นชิ้นบางคนบนเจ้าที่คอกวัวไว้ว่า ถ้าปีนี้ขายวัวได้ราคาดี ให้เจ้าที่กินไก่ปากทอง เขาเอาแหวนทองคำสวมปากไก่ แล้วยกไปตั้งสังเวยพร้อมทั้งขวดเหล้า เมื่อกล่าวอธิษฐานวิงวอน และประกาศคำสังเวยแล้ว หมอจะกล่าวว่า เมื่อท่านอิ่มหนำสำราญแล้วลูกหลานจะขอเดนขอชาน แล้วนำเป็ดไก่ไปกินเป็นกับแกล้มเหล้า แต่ไหว้เจ้าที่บ้าน เจ้าที่ไร่นา แยกเครื่องสังเวยออกเป็นกองๆ ไม่มีใครขอเดนขอชานไปกิน เหลือเป็นอาหารของนกของกา ไหว้เจ้าที่บ้าน เจ้าที่ไร่นา นิยมทำในเวลาเช้า แต่ไหว้เจ้าที่คอกสัตว์เลี้ยง นิยมทำเวลาพลบค่ำ ทำในวันอังคารกับวันเสาร์โดยเลือกเอาวันใดวันหนึ่ง

                  พิธีกรรมเริ่มแต่จุดธูปเทียน ตั้งนะโม ๓ จบ ชุมนุมเทวดา ไหว้สัดดีใหญ่ นำมาว่าเพียงบางตอน จบแล้วกล่าวคำอธิษฐานอ้อนวอน เช่น ไหว้เจ้าที่บ้าน ก็วิงวอนว่า วันนี้เป็นวันดี เจ้าของบ้านเขารำลึกพระคุณของท่าน ที่ให้ที่ให้ทางได้ตั้งบ้านเรือนเป็นที่อยู่อาศัย ขอให้ท่านมารับเอาเครื่องสังเวยเมื่ออิ่มหนำสำราญแล้ว ช่วยคุ้มครองรักษาให้เจ้าของเรือนอยู่เย็นเป็นสุข มีลาภมีชัย ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ อันตรายทั้งปวง ถ้าปลูกบ้านใหม่ ก็วิงวอนขอที่ขอทาง อย่าได้ขัดขวางให้ปลูกเรือนสำเร็จ อยู่เย็นเป็นสุข

                  ไหว้เจ้าที่ไร่นา ก็อ้อนวอนว่า ขอให้ข้าวเจริญงอกงามช่วยไล่นกไล่หนู อย่าให้มาทำลายต้นพืชได้ ผลิตผลเต็มกอบเต็มกำ ลูกหลานจะตั้งเครื่องสังเวยให้กินในปีต่อไป

                  ไหว้เจ้าที่คอกสัตว์ ก็อ้อนวอนให้สัตว์เลี้ยงพ่วงพี ปราศจากโรคระบาด โจรผู้ร้าย

                  จากนั้นหมอไหว้เจ้าที่ก็ประกาศคำสังเวยบวงสรวงเช่นไหว้ ดังนี้

                  "โอมปู่เจ้าสมิงพราย ข้าน้อยหมายเรียกหา ด้วยถ้อยคำยำเกรง ครูข้าเอยอย่าขัดอย่าแข็ง ครูผู้ดำแดง มารับเอาเครื่องสังขยา ข้าวตอกดอกไม้ ธูปเทียนเรียงราย ตามไว้ไสว ข้าวเหล้าเป็ดไก่ เป็นเครื่องสังเวย ข้าวหาดมาดหลาลำพัดลำเพย มารับเอาเครื่องสังเวยแก่ข้าทั้งปวง อสูรข้าทรยักษ์ข้าจักบวงสรวง ภูมิสถานเจ้าที่ เทวาทั้งปวง เจ้าภูเขาหลวงทัดลาตาชี นางเอื้อยนางเอ เจ้าเท่เจ้านา ชักชวนกันมาทุกฐานทุกถิ่น เจ้าที่แผ่นดิน เชิญมาอย่านาน วันนี้วันดี ข้าจะปลูกบ้าน กุฏิวิหาร ทอดสะพานศาลา ตั้งโลง ชะมัด ฝังฉัตรเบญจา หมอนแดงไร่นา ฝั่งหลักปักรอ ก่อพระเจดีย์ ตั้งเรือนตั้งร้าน ตั้งงานพิธี บวชนาคบวชชี เป็นวันมงคล เทวดาทุกตน อยู่อย่ามีภัยอันตราย หลุมหลักไฟไหม้ รุมร้ายที่ใดสิ่งดีซักมาให้ สิ่งร้ายชักพาไป ไปใต้ต้นไม้ต้นใหญ่ ครูเอยช่วยมาตักเตือน การบ้านการเรือน เรือกสวนไร่นา ช้างม้าวัวควายลูกหลานหญิงชาย ขอให้มีชัยโอมปริภุญชันตุสวะหาย"

                  หมอหรือผู้ประกอบพิธี จะกล่าวคำอธิษฐานอ้อนวอนเจ้าที่ประจำสถานที่นั้นๆ อีกครั้งหนึ่ง ใจความสำคัญให้ช่วยคุ้มครองรักษาสิ่งนั้นๆ ที่ก่อสร้างบนสถานที่ พืชผลที่ปลูกลงในพื้นที่นั้น ได้รับผลเต็มเม็ดเต็มหน่วย แล้วขึ้น

                  "โอมแม่นางธรณี คุณท่านมากมี พิทักษ์รักษา อย่ามาพ้องพาน ศักดิ์สิทธิ์ที่บ้านมหาชัย สิ่งดีรับกลับมาให้ สิ่งทีร้ายขับไปให้ไกล มหาลาภมหาชัย จงได้พิทักษ์รักษา เจ้าเรือนหมอเอก อิติปิโสภควา พระพุทธเจ้าท่านว่าไว้ แปรไร่แปรนาอีกทั้งปิศาจ อีกทั้งอุบาทว์ อีกทั้งจังไหร พระครูให้กูเป็นใหญ่แก่เทวดาทั้งหลาย ฤๅษี กัสสปะ ฤๅษี ไกรภพ ฤๅษีคงคา ฤๅษีตาไฟ กูแกล้งแลไป ขอให้มีชัยประสิทธิสวะโหม"

                  ไหว้เจ้าที่ไม่มีพิธีรีตองพิถีพิถันนัก หมอไหว้เจ้าที่เหมือนกับหมอทำขวัญข้าว ไม่มีเงินราด ทำให้ในฐานะเครือญาติเพื่อนพ้องบ้านใกล้เรือนเคียง โบราณสอนไว้ว่า "หมอทำขวัญข้าวไหว้เจ้าที่ ฉัดตร้อ ตอนกเขา" พาตัวไม่รอด คำว่าไหว้เจ้าที่ ยังมีความหมายถึงการทำพอเป็นพิธี เช่น การแต่งงานไม่บอกแขกทำกันในวงเครือญาติใกล้ชิด พ่อแม่ไปบอกญาติๆ ว่า "ไปให้เด็กมันไหว้เจ้าเท่สักเดียว" อย่างไรก็ตาม พิธีกรรมนี้สืบปฏิบัติกันมานานปี ปัจจุบันนี้ก็ยังคงมีอยู่ คนในอดีตมีน้ำใจสูงส่งไม่ถือเอาเรื่องสินจ้างรางวัลเป็นใหญ่ แต่มุ่งเอาการช่วยเหลือเกื้อกูล ต่อกันเป็นหลักสำคัญ (พ่วง บุษรารัตน์)