เหล็กขูด
เหล็กขูด เป็นคำภาษาถิ่นใต้ เกิดจากการประสมระหว่างคำว่า "เหล็ก" กับคำว่า "ขูด" เป็น "เหล็กขูด" หมายถึงกระต่ายขูดมะพร้าวนั่นเอง เป็นที่น่าสังเกตว่า การสร้างศัพท์ "เหล็กขูด" สามารถสื่อความหมายได้อย่างดียิ่ง เพราะความหมายบ่งชัดอยู่ในคำที่นำมาประสมกัน
จากคำบอกเล่าของผู้สูงอายุได้ความว่า เมื่อประมาณชั่วอายุคนที่ผ่านมา ชาวบ้านภาคใต้เมื่อจะใช้กะทิปรุงอาหารหรือทำขนม จะนำมะพร้าวมากะเทาะเอาเนื้อออกจากกะลาใส่ครกตำแล้วนำมาคั้น ต่อมานำเอาทางไม้กะพ้อ ไม้เหลาชะโอนไม้หมาก หรือไม้อื่นๆ ที่มีเสี้ยนแข็ง ขนาดโตประมาณท่อนแขนตัดปลายด้านหนึ่งให้โค้งแบนและคมบางอย่างรูปปากเป็ด เรียกว่า "ผล้ายปากเป็ด" แล้วแต่งส่วนปลายให้เป็นหยักอย่างฟันปลานำไปใช้ขูดมะพร้าวสิ่งประดิษฐ์นี้เรียกกันว่า "ไม้ขูด" แต่เนื้อมะพร้าวที่ได้มักจะหยาบและไม้ขูดที่ทำขึ้นแต่ละอันใช้ได้ไม่นานก็สึก จึงคิดหาวิธีใหม่ โดยเอาตะปูมาตอกเรียงเป็นแผงเข้ากับแผ่นไม้ ให้ส่วนปลายโผล่จากแผ่นไม้อีกด้านหนึ่งเล็กน้อยนำมะพร้าวที่กะเทาะเปลือกแล้วมา "ตรูน" หรือครูดเข้ากับแผงตะปูนี้ ก็จะได้เนื้อมะพร้าวที่ละเอียดแต่มีส่วนเสียตรงที่กรรมวิธียุ่งยาก เพราะต้องกะเทาะเนื้อมะพร้าวจากกะลา เวลาตรูนก็ช้ากว่าจะแล้วเสร็จ และมักจะเหลือเศษเนื้อมะพร้าวที่ตรูนไม่ได้อยู่ส่วนหนึ่ง ต่อมาจึงมีผู้คิดหาเหล็กมาทำให้ด้านหนึ่งแหลม อีกด้านหนึ่งแบน ใช้ตะไบถูด้านแบนเป็นซี่ ๆ อย่างฟันปลา แล้วนำเหล็กนี้ไปปักเข้ากับหัวนอสำหรับใช้ขูดมะพร้าวแต่ก็ไม่ค่อยสะดวก เพราะการปักเหล็กนี้จะปักไว้ถาวร จึงเสี่ยงอันตรายต่อผู้คนที่ไปมาบนบ้าน ในกรณีที่ผู้หญิงขูดมะพร้าวต้องนั่งคร่อมหัวนอก็ดูไม่สุภาพ จึงมีผู้คิดนำไม้ ๓ ง่ามมาเป็นที่รองนั่ง ให้แขนงไม้อันเล็กสุดเป็นที่ปักเหล็กสำหรับขูดมะพร้าวแต่ในพัฒนาการช่วงนี้ บางท่านว่า มีผู้นำผาลไถที่ใช้แล้วมาสวมเข้ากับไม้ ๓ ง่าม ใช้ตะไบถูผาลให้มีหยักเป็นพันปลา แล้วต่อมาจึงนำเอาเหล็กที่ทำขึ้นเฉพาะสำหรับขูดมะพร้าวมาสวมหรือดอกเข้ากับไม้ ๓ ง่ามนี้แทน ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของเหล็กขูดที่มีลักษณะใกล้เคียงกับเหล็กขูดในปัจจุบันมากที่สุด
เหล็กขูดมีส่วนประกอบที่สำคัญ ๒ ส่วน คือ "ตาเหล็กขูด" ซึ่งใช้สำหรับขูดมะพร้าว และ "ตัวเหล็กขูด" ซึ่งใช้สำหรับรองนั่ง
ตาเหล็กขูด ทำด้วยเหล็กดัดให้งออย่างคอห่าน ส่วนปลายแบนโค้งขนาดเท่า ๓ นิ้วมือ มีฟันเรียงถื่อย่างฟันปลาส่วนโคนอาจทำให้แหลมสำหรับปักลงบนส่วนของตัวเหล็กขูดหรือทำเป็นบ้องอย่างบ้องพร้าสำหรับสวมเข้ากับตัวเหล็กขูดก็ได้ตาเหล็กขูดนี้จะต้องมีฟันไม่ถี่หรือห่างเกินไป ถ้าฟันถี่จะขูดมะพร้าวไม่ค่อยออก ถ้าห่างเกินไปจะกินหยาบ ยากต่อการคั้นกะทิ อนึ่ง ฟันจะต้องคมเวลาขูดไม่ต้องออกแรงมากนัก
ตัวเหล็กขูด เท่าที่พบทำด้วยวัตถุ ๓ อย่าง ที่ใช้มากที่สุดคือไม้ อีก ๒ อย่างที่ไม่ค่อยปรากฏแพร่หลาย คือกระดูกสัตว์ เช่น กระดูกซ้าง กระดูกปลาวาฬ และที่ทำด้วยเหล็กโดยทำเชื่อมติดเป็นชิ้นเดียวกับตาเหล็กขูด
ความน่าสนใจของตัวเหล็กขูดอยู่ที่การประดิษฐ์เป็นรูปต่างๆ ที่พบมากที่สุด ได้แก่ รูปสัตว์ เช่น นาก ตะกวด กระต่ายปลาวาฬ กระจง หมู ม้า เต่า เสือ เป็ด ฯลฯ ประดิษฐ์เป็นรูปคนมีทั้งรูปเด็ก ผู้ใหญ่ ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ประดิษฐ์เป็นที่รองนั่งอย่างธรรมดา แต่แกะตกแต่งลวดลายเป็นรูปสัตว์ รูปอวัยวะเพศและกระหนกงกงอนต่างๆ การประดิษฐ์ตัวเหล็กขูดเช่นนี้สะท้อนให้เห็นถึงความนึกคิดของชาวบ้าน เห็นความเกี่ยวข้องระหว่างชาวบ้านกับสัตว์ต่างๆ เห็นปฏิกิริยาความสนใจต่อความเป็นไปของสังคมในบางช่วง เช่น เมื่อสังคมไทยมีการประกวดนางงาม ไทยมีนางงามจักรวาลก็มีผู้คิดทำตัวเหล็กขูดเป็นนางงามดังนี้เป็นต้น สิ่งที่น่าสนใจเป็นพิเศษในการทำตัวเหล็กขูด คือการแสดงออกในเรื่องเพศ เหล็กขูดส่วนหนึ่งแสดงออกเกี่ยวกับเพศอย่างเด่นชัด เช่น ทำรูปอวัยวะเพศชายและรูปอวัยวะเพศหญิงไว้คู่กันในเหล็กขูดตัวเดียวกัน ทำเป็นรูปผู้หญิงเปลือยนอนหงาย แม้แต่ตัวเหล็กขูดที่ทำเป็นรูปสัตว์ก็มักทำส่วนของอวัยวะเพศให้เห็นเด่นชัด การแสดงออกเช่นนี้เป็นการสื่ออารมณ์ขันของชาวบ้านอย่างธรรมดาๆ ไม่นึกเป็นเรื่องลามกอนาจารแต่อย่างใด เหล็กขูดรูปประหลาดๆ เหล่านั้นก็ใช้ขูดกันทั้งหญิงชาย เรียกอารมณ์ขันมากกว่าจะคิดว่าถ้าผู้หญิงใช้แล้วจะต้องอับอายขายหน้า
สำหรับเหล็กขูดที่ใช้ในหมู่ชาวไทยมุสลิม บางตัวมีการแกะสลักลายในลักษณะประสมประสานระหว่างลวดลายของมลายูและของไทยอย่างเห็นได้ชัด แบบเดียวกับลายเขียนประกอบเรือกอและ นับเป็นตัวอย่างของความประสมประสานทางศิลปะของไทยกับมลายูได้ดีอีกอย่างหนึ่ง
ในท้องถิ่นภาคใต้ ชาวบ้านมักจะมีเหล็กขูดประจำบ้านแทบทุกครัวเรือน เพราะชาวภาคใต้ชอบกินแกงกะทิ และทำของหวานซึ่งปรุงด้วยกะทิเป็นพื้น และด้วยนิสัยการกินเช่นนี้เองเมื่อมีงานส่วนรวม เช่น งานวัด หรืองานซึ่งต้องเลี้ยงอาหารคนจำนวนมาก จึงมีธรรมเนียมช่วยขูดมะพร้าว ถ้าเป็นงานส่วนรวมอย่างงานวัด ชาวบ้านจะรู้หน้าที่โดยปริยายไม่ต้องมีคนไหว้วาน เมื่อถึงเวลาก็จะนำเหล็กขูดของตนไปช่วยงานกันอย่างพร้อมเพรียง แต่ถ้าเป็นงานส่วนบุคคล เช่น งานออกปากขอแรงช่วยทำงาน งานแต่งงาน งานบวช งานศพนี้ เจ้าภาพมักจะไปขอแรงให้เพื่อนบ้านมาช่วยเหลือ เรียกว่า "ออกปากขูดพร้าว" โดยเจ้าภาพจะเตรียมปอกและผ่ามะพร้าวไว้ เมื่อถึงเวลาทุกคนที่มาช่วยขูดมะพร้าวก็จะนั่งล้อมวงหันหน้าเข้าหากันแต่ละคนมีเหล็กขูดประจำตัว เวลาขูดมะพร้าวผู้ชายมักจะนั่งคร่อมตัวเหล็กขูด ส่วนผู้หญิงจะนั่งเบี่ยงข้าง พับขาทั้ง ๒ ไปด้านหลัง การขูดมะพร้าวเป็นกลุ่มเช่นนี้เป็นโอกาสที่ทำให้หนุ่มสาวได้มีโอกาสใกล้ชิดสนิทสนมกัน จนบางคู่ได้พบรักกันบนหลังเหล็กขูดนี่เอง ดังเพลงลูกทุ่งชื่อ "เหล็กขูด" ของ จักรพันธ์ระวิพันธ์ ตอนหนึ่งว่า "เหล็กขูดมีกันทุกบ้าน เวลามีงานเสียงดังครูดๆ เหล็กขูดมันพูดไม่ได้ ถ้ามันพูดได้มันคงจะพูด ไอ้เฒ่านี้กับอีสาวนั่น มันนั่งจีบกันบนหลังเหล็กขูด" ธรรมเนียมการขุดมะพร้าวเช่นนี้ยังเห็นได้ทั่วไปในชนบทภาคใต้ในปัจจุบัน
บางครั้งหลังจากขูดมะพร้าวเป็นกลุ่มเสร็จเรียบร้อยแล้วพวกผู้ชายก็คิดเล่นสนุกกันต่อไปอีกโดยจับคู่กัน แล้วแต่ละคู่ขึ้นนั่งคร่อมเหล็กขูด ใช้มือจับเหล็กขูดยกขึ้น กระโดดยงโย่ยงหยกให้ตาเหล็กขูดชนกัน ฝ่ายใดเสียจังหวะล้มลงก็ถือเป็นผู้แพ้เรียกการเล่นอย่างนี้ว่า "ชนเหล็กขูด" การเล่นแบบบางครั้งก็มีไสยศาสตร์เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เป็นการประลองวิทยาคม จะพบได้ในงานวัดโดยเฉพาะงานเทศน์มหาชาติ โดยแต่ละฝ่ายจะนั่งประนมมือบนเหล็กขูดของตน มีหมอไสยศาสตร์เสกคาถาใช้อำนาจมนต์ ทำให้ผู้นั่งบนเหล็กขูดไม่รู้สึกตัว มีอาการอย่างเดียวกับคนเข้าทรง จากนั้นทั้ง ๒ ฝ่ายก็เข้าชนเหล็กขูดกันอย่างที่กล่าวมาแล้ว สร้างความสนุกขบขันได้อย่างดียิ่ง
เหล็กขูดดังกล่าวมาแล้วยังคงใช้กันทั่วไปในชนบทแต่ในเมืองและที่ซึ่งต้องขูดมะพร้าวจำนวนมากๆ โดยไม่ด้องออกปาก คนขูดมะพร้าวก็คิดพัฒนาเหล็กขูดให้ทำงานได้เร็วและเบาแรงมากขึ้นชนิดหนึ่งทำด้วยท่อนเหล็กยาว ส่วนปลายเป็นฟันปลาโค้งมน ท่อนเหล็กนี้วางพาดไว้กับคานไม้หรือเหล็กส่วนโคนทำเป็นเฟืองมีสายพานโยงไปยังบันไดสำหรับถีบอย่างบันไดรถจักรยาน เมื่อจะใช้ก็ใช้ขาถีบบันได ท่อนเหล็กจะหมุนนำเอามะพร้าวที่ผ่าแล้วมาวางทาบเข้ากับส่วนปลายของท่อนเหล็กให้ขูดเนื้อมะพร้าวออกจนหมดเครื่องมือนี้เรียกว่า "เหล็กขุดถีบ" อีกแบบหนึ่งจะใช้เครื่องจักรหมุนบดเนื้อมะพร้าวที่กะเทาะออกแล้ว ดังที่พบเห็นกันในตลาดทั่วๆ ไป แต่เครื่องมือนี้ไม่เรียกว่า "เหล็กขูด" อีกแล้ว จึงเห็นได้ว่าเหล็กขูดเป็นเครื่องใช้ที่พัฒนามาโดยตลอด แต่ชนิดที่ใช้คนนั่งขูดดังกล่าวมาแต่ต้นนั้นเป็นชนิดที่แพร่หลายที่สุด และตรงกับความคิดรวบยอดของทุกคนเมื่อได้ยินคำว่า "เหล็กขูด" (อุดม หนูทอง)