มักกะลีผล
มักกะลีผล เป็นชื่อต้นไม้ในเทพนิยาย อยู่ในป่าหิมพานต์เรียกชื่ออีกอย่างหนึ่งว่า "นารีผล" เพราะออกผลมาเป็นผู้หญิงสาวสวย เปลือยกาย ส่วนศีรษะจะติดกับขั้วก้านมีกลีบรองติดกับศีรษะ จากศีรษะถึงปลายเท้าจะห้อยเหยียดตรงนารีผลมีอายุเป็นหญิงสาวสวยอยู่ได้เพียง ๗ วัน หลังจากนั้นก็เน่าไป ผู้ชายที่อาศัยอยู่ในป่าหิมพานต์มีนักสิทธิ์ วิทยาธรคนธรรพ์ หาผู้หญิงจริงๆ มาเชยชมไม่ได้ จึงป่ายปืนต้นนารีผลเก็บผลนารีมาเชยชมแทน นารีผลเป็นผลไม้พูดจาไม่ได้ เมื่อผลเน่าไปก็ต้องไปหามาใหม่ ต้นนารีผลก็มีจำนวนน้อย พวกนักสิทธิ์ วิทยาธร คนธรรพ์ ต้องแย่งกันขึ้นเก็บ ได้มาแล้วก็ต้องแย่งกันอีกเกิดทะเลาะวิวาททุบตีกัน ถึงกับฆ่ากันตายทีเดียว
โนราสมัยรุ่นหลังโนราพุ่มเทวา มีเล่นกำพรัดเรื่องนารีผลหลายคณะ เคยได้ดูหลายครั้ง แต่จำบทกำพรัดนี้ไม่ได้ โนราที่เคยแสดงกำพรัดบทนี้ ถึงแก่กรรมไปหมดแล้ว เป็นที่น่าเสียดายไม่มีผู้ใดบันทึกหรือเขียนกำพรัดนี้ไว้เลย จำได้ตอนเริ่มต้นว่า
"จะขอยกเรื่องราว กล่าวถึงมักกะลีผล
ข้างล่างเป็นคน ข้างบนเป็นดอกไม้"
เริ่มบทกำพรัด มีตัวนางมายืนบนพนัก ๓ คน มีผ้าคลุมศีรษะเป็นตัวนารีผล จากนั้นมีคนธรรพ์ ออกมาทางม่านด้านซ้าย ๑ คน มีวิทยาธร ออกมาจากม่านด้านขวา ๑ คน ต่างก็มีพระขรรค์เหน็บเอว คณะที่ไม่มีพระขรรค์ ใช้กรับหรือแตระแทน ต่างฝ่ายก็แย่งกันปืนต้นไม้ เมื่อฝ่ายหนึ่งยกเท้าขึ้นบนพนัก ฝ่ายหนึ่งก็ดึงให้ตกลงมา ผลัดเปลี่ยนกัน ๒-๓ ครั้งร้องเป็นบทเชิด ทั้งสองฝ่ายดึงอาวุธออกจากเอวมาต่อสู้กันเป็นท่าต่อสู้ที่มีศิลปะ ดูสมจริง ชวนตื่นเต้น น่าดูเป็นอย่างยิ่งผลัดเปลี่ยนเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำ แล้วต่อสู้กันใหม่ จนต่างฝ่ายต่างก็หมดเรี่ยวแรง ต่อสู้กันต่อไปไม่ไหว บทกำพรัดมักกะลีผลก็จบลง (พ่วง บุษรารัตน์)