ปรับขนาดตัวอักษร

| |
  

ภูเก็ตไทยหัว, โรงเรียน

ภาค : ใต้

ภูเก็ตไทยหัว, โรงเรียน

โรงเรียนภูเก็ตไทยหัว เป็นโรงเรียนสอนภาษาจีนในจังหวัดภูเก็ตที่มีอายุกว่า ๘๐ ปีมาแล้ว ได้มีการเปลี่ยนชื่อโรงเรียนและคณะผู้ดำเนินการมาหลายครั้ง รวมถึงถูกทางรัฐบาลสั่งปิดด้วยเหตุผลทางการเมือง สถานที่ตั้งของโรงเรียนปัจจุบันตั้งอยู่ที่เลที่ ๒๘ ถนนกระบี่ อำเภอเมืองภูเก็ตจังหวัดภูเก็ต มีเนื้อที่ ๑ ไร่ ๓ งาน ๙๑ ตารางวา เป็นอาคาร๒ ชั้น เปิดสอนดั้งแต่ชั้นประถมปีที่ ๑-๖ หลักสูตรที่พิเศษมีวิชาภาษาจีน (ตามกระทรวงศึกษาธิการ) สอนตั้งแต่ชั้นประถมปีที่ ๑-๔ ถึงปี พ.ศ.๒๕๒๗ มีจำนวนครูทั้งหมด ๒๔คน นักเรียน ๖๔๘ คน


สถานที่ตั้งของโรงเรียนภูเก็ตไทยหัวในปัจจุบัน เมื่อก่อนเป็นศาลเจ้า ได้จัดตั้งขึ้นเป็นโรงเรียนครั้งแรกในปี พ.ศ.๒๔๕๔ (ค.ศ.๑๙๑๑) โดยชาวจีนกลุ่มหนึ่ง ลักษณะการเรียนการสอนเป็นโรงเรียนจีนแบบเก่าที่เรียกว่า "ชื่อซก" คือการเรียนไม่ได้แบ่งออกเป็นชั้น มีเฉพาะวิชาภาษาจีนเพียงอย่างเดียวและเป็นวิธีโบราณ ครูผู้สอนไม่มีการอธิบาย ใช้การท่องไปเรื่อยๆ จนจำได้ ใครท่องได้เร็วก็เรียนได้เร็ว อาศัยความจำเป็นหลัก ไม่แบ่งการสอนออกเป็นชั่วโมง ครูผู้สอนกับนักเรียนจะเรียนกันแบบคนต่อคน


ต่อมาในปี พ.ศ.๒๔๖๐ ได้ขยายเป็นโรงเรียนฮั่วบุ๋น (คำว่า"ฮั่วปุ๋น" แปลว่า หนังสือจีน) ผู้ที่ริเริ่มดำเนินการในการขยายโรงเรียนนั้นไม่สามารถที่จะสืบทราบได้ว่าเป็นใคร และในขณะเดียวกันก็มีชาวบ้านอีกกลุ่มหนึ่งได้ตั้งโรงเรียนขึ้นใหม่อีกแห่งหนึ่งชื่อว่า จิ้นเด็กจือเสก ซึ่งตั้งอยู่ที่ถนนเยาวราช ใกล้ๆ กับชั่วปุ่นนั่นเอง ต่อมาเป็นที่ทำการของบริษัทฮกฮวด


ความสัมพันธ์ระหว่างจิ้นเต็กจือเสกกับฮั่วบุ๋นนั้น ไม่ได้มีความสัมพันธ์กันมากนัก คณะผู้บริหารก็เป็นคนละชุด สาเหตุที่แยกออกจากกันนั้น เกิดจากความขัดแย้งกันภายในของคณะกรรมการในฮั่วปุ๋น ประกอบกับเด็กนักเรียนมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นในสมัยต่อมารัฐบาลได้มีคำสั่งให้โรงเรียนต่างๆ ที่สอนภาษาจีนให้สอนภาษาไทยด้วย โรงเรียนฮั่วบุ๋นจึงได้ติดต่อ นายอุดมเสียมหาญ มาเป็นครูใหญ่ และโรงเรียนจิ้นเด็กจือเสกได้ยุบมารวมกับฮั่วบุ๋นเพราะไม่มีเงินทุน


ในเวลาต่อมาครูสออิ้วถ้อง ซึ่งเป็นครูอยู่ที่โรงเรียนฮั่วปุ๋นได้ลาออก และไปติดต่อหลวงชนา (เฉ่งห้อ แซ่ตัน) เพื่อขอให้สนับสนุนตั้งโรงเรียนขึ้นใหม่ หลวงชนาได้อุทิศที่ให้สร้างโรงเรียนขึ้นที่ถนนดีบุก และให้ชื่อว่า "โรงเรียนส่องเด็ก"โดยมีหลวงชนาเป็นเจ้าของและผู้จัดการ คำว่า "ส่องเด็ก"หมายถึงการเคารพบูชา มีมารยาทดี มีความกตัญญู



ในขณะที่ครูสออิ้วถ้องได้ตั้งโรงเรียนส่องเด็กขึ้น ก็มีครูกลุ่มหนึ่งได้แยกตัวออกจากโรงเรียนฮั่วปุ๋น ไปตั้งโรงเรียนขึ้นใหม่อีกแห่งหนึ่ง ที่ตำบลบางเหนียว ถนนตะกั่วทุ่งมีชื่อว่า"หยกเอ็ง" คำว่า "หยก" แปลว่า การศึกษา คำว่า "เอ็ง" แปลว่าความเจริญ


ปี พ.ศ.๒๔๘๔ โรงเรียนจีนในภูเก็ตทุกแห่งถูกเพิกถอนใบอนุญาตและสั่งปิดในวันที่ ๑๗ พฤศจิกายน ซึ่งเป็นเหตุผลทางการเมืองในสมัยจอมพลแปลก พิบูลสงคราม โรงเรียนจีนทุกโรงทั่วประเทศถูกั่งปิด และได้แบ่งเป็นเขตห้ามคนต่างชาติอาศัยอยู่


หลังจากที่โรงเรียนจีนทุกโรงถูกมรสุมทางการเมืองโรงเรียนส่องเด็กก็ต้องเลิกล้มกิจการ ลูกหลานของหลวงชนาก็มอบสถานที่ให้โรงพยาบาลมิชชั่นเช่าเป็นที่ทำงานของโรงพยาบาลอยู่หลายปี ปัจจุบันอาคารและสถานที่เป็นกรรมสิทธิ์ของมูลนิธิกุศลสงเคราะห์ จังหวัดภูเก็ต และถูกปล่อยทิ้งว่างไว้ประมาณ๔-๕ ปีมาแล้ว หลังจากที่โรงพยาบาลมิชชั่นได้เลิกสัญญาและย้ายที่ทำงานไปรวมกับสำนักงานใหม่ ซึ่งอยู่เยื้องกับปากทางเข้าสถาบันราชภัฏภูเก็ต


ส่วนโรงเรียนหยกเอ็งนั้นหลังจากถูกสั่งปิดก็เว้นว่างไปปัจจุบันเป็นโรงเรียนราษฎร์ ที่ใช้สอนเด็กเล็กก่อนอนุบาลเปลี่ยนชื่อเป็น "โรงเรียนนรวิทย์" ตั้งอยู่ติดกับโรงเรียนเทศบาลบ้านบางเหนียว


หลังจากสงครามโลกครั้งที่ ๒ ยุติลงแล้ว ชาวภูเก็ตได้ตั้งโรงเรียนสอนภาษาจีนขึ้นอีกในปี พ.ศ.๒๔๔๔ โดยใช้สถานที่โรงเรียนฮั่วปุ๋นเก่า เปลี่ยนชื่อโรงเรียนเป็น "โรงเรียนภูเก็ตจุงหัว" คำว่า "จุงหัว" แปลว่า โรงเรียนจีน โรงเรียนจุงหัวเปิดสอนอยู่ได้ ๒ ปี ก็ต้องเลิกล้มกิจการอีกในปี พ.ศ.๒๔๕๑เพื่อหลีกเลี่ยงกับการถูกกล่าวหาว่าเป็นพรรคพวกที่ฝักใฝ่ในลัทธิคอมมิวนิสต์ เพราะสมัยนั้น โรงเรียนที่สอนภาษาจีนจะถูกเพ่งเล็งจากรัฐบาลเป็นพิเศษ คณะกรรมการจึงลงมติให้หยุดการเรียนการสอนชั่วคราว


ปี พ.ศ.๒๔๙๑ ได้ตั้งโรงเรียนจีนขึ้นใหม่อีกหลังจากหยุดไปชั่วคราว คือโรงเรียนภูเก็ตไทยหัว คำว่า "ไทยหัว"หมายถึงไทยกับจีนในภูเก็ต คณะผู้ก่อตั้งเป็นคนละชุดกับที่เคยก่อตั้งจุงหัว โรงเรียนภูเก็ตไทยหัวได้เปิดสอนอย่างราบรื่นมาจนถึงทุกวันนี้ หลังจากที่ผจญกับปัญหาต่างๆ มาหลายครั้งหลายครา แต่บรรพบุรุษชาวจีนก็ไม่เคยย่อท้อต่อสู้เพื่อให้ลูกหลานชาวจีนได้รับการศึกษา โดยไม่ต้องเร่ร่อนข้ามน้ำข้ามทะเลไปเรียนถึงปีนังอย่างเช่นสมัยแรกๆ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าชาวจีนนั้นให้ความสำคัญกับการศึกษามาก


สำหรับอาคารเรียนของโรงเรียนภูเก็ตไทยหัวที่เห็นอยู่ในปัจจุบันนั้น เป็นอาคารที่สร้างขึ้นใหม่ เมื่อปี พ.ศ.๒๔๗๗บนอาคารมีรูปค้างคาวเป็นสัญลักษณ์ เพื่อบอกให้ทราบถึงความเป็นมาของสถานที่ว่าเคยเป็นศาลเจ้ามาก่อน และมีค้างคาวจำนวนมากเคยอาศัยอยู่ที่ศาลเจ้าแห่งนี้ (นพดล กิตติกุล)


ภูเก็ตไทยหัว, โรงเรียน

 



โรงเรียนภูเก็ตไทยหัวปัจจุบัน