ห้วยทับทัน : ปราสาทหิน
ปราสาทห้วยทับทัน หรือ ปราสาทบ้านปราสาท นี้แต่เดิมเป็นศาสนสถานขอมที่สร้างขึ้นเนื่องในศาสนาอฮินดู แต่ต่อมาได้ถูกซ่อมแซมต่อเดิมขึ้นใหม่ในสมัยหลัง ในยุคสมัยอิทธิพลไทย-ลาวแพร่ขยายเข้ามาสู่บริเวณภาคอีสาน
ที่ตั้ง
ปราสาทห้วยทับทัน ตั้งอยู่ในบริเวณวัดปราสาทพนารามบ้านปราสาท ตำบลห้วยทับทัน อำเภอห้วยทับทัน จังหวัดศรีสะเกษ ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ ๔๖ กิโลเมตร และห่างจากตัวอำเภอห้วยทับทันขึ้นไปทางทิศเหนือประมาณ ๖ กิโลเมตร
โครงสร้างทางสถาปัตยกรรม
โบราณสถานแห่งนี้ เป็นศาสนสถานที่ตั้งอยู่บนเนินดินภายในกำแพงศิลาแลง รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้างยาวประมาณ ๒๗ x ๒๙ เมตร มีทางเข้าอยู่ทางด้านทิศตะวันออก ประกอบด้วยปรางค์สามองค์ ตั้งอยู่บนฐานเดียวกันตามแนวเหนือ-ใต้โดยหันหน้าไปทางทิศตะวันออก แผนผังของปรางค์แต่ละองค์มีลักษณะโดยรวมเป็นปรางค์สี่เหลี่ยมย่อมุมทรงแหลมเรียวรีลดหลั่นจากฐานจนถึงยอด แต่เนื่องจากองค์ปรางค์ทั้ง ๓ ได้ถูกซ่อมแซมต่อเติมในภายหลัง จึงทำให้รายละเอียดของปรางค์แต่ละองค์มีรายละเอียดแตกต่างกันไป คือ
ปรางค์องค์กลาง หรือ ปรางค์ประธาน จะมีขนาดย่อมกว่าปรางค์ ๒ องค์ที่อยู่ทางด้านเหนือและใต้ คือมีขนาดความสูงประมาณ ๑๓ เมตร เรือนธาตุก่ออิฐสอปูน และฉาบปูนทับผนังด้านนอกตลอดทั้งองค์ธาตุ แต่ในปัจจุบันนี้ปูนได้กะเทาะหลุดล่วงไปเกือบหมดแล้ว ผังขององค์ธาตุเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสย่อมุมไม้สิบสอง มีฐานกว้างยาวประมาณ ๓.๔๐ เมตรที่ผนังของเรือนธาตุก่ออิฐทำเป็นรูปชุ้มประตูไว้ทุกด้านแต่มีประตูจริงที่สามารถเข้าไปสู่ภายในอาคารได้เพียงประตูเดียวคือประตูที่อยู่ทางทิศตะวันออก ส่วนประตูที่เหลือสลักเป็นรูปประตูหลอกบนผนังอิฐ โดยทำเลียนแบบประตูจริงทุกประการกรอบประตูทุกด้านทำด้วยศิลาทราย โดยเฉพาะประตูด้านทิศตะวันออกจะมีเสาประดับกรอบประตูเพื่อช่วยในการค้ำยันอยู่ด้วยเหนือกรอบประตูมีทับหลังหินทรายจำหลักภาพพระอิศวรอุ้มนางปารพดี (พระอุมา) ประทับเหนือโคอุศุภราช (โคนนทิ)ปัจจุบันอยู่ในสภาพลบเลือนมาก ต่อจากชั้นเรือนธาตุเป็นยอดปรางค์ ซึ่งประกอบด้วยชั้นบัวเชิงบาตรย่อเก็จลดหลั่นกัน ๓ ชั้นโดยแต่ละชั้น เดิมน่าจะมีการประดับด้วยกลีบขนุน แต่ปัจจุบันได้หลุดหายไปหมดแล้ว ต่อจากชั้นบัวเชิงบาตรเป็นชั้นยอดบัวเหนือยอดบัวจะทำเป็นรูปลำพระขรรค์ศิลาปักอยู่ด้านบนอีกที่หนึ่ง
องค์ปรางค์ด้านทิศเหนือ มีขนาดความสูงจากพื้นถึงยอดสุดประมาณ ๑๕ เมตร เรือนธาตุก่อด้วยอิฐสอปูนเช่นเดียวกับปรางค์องค์กลาง ประตูทั้ง ๔ ด้าน ก่อเป็นซุ้มประตูหลอกไว้ทุกด้าน เหนือชั้นเรือนธาตุขึ้นไปทำเป็นชั้นบัวเชิงบาตรลองรับชั้นบัวที่วางซ้อนลดหลั่นขึ้นไปสามชั้น โดยที่แต่ละชั้นจะย่อเก็จถิ่มาก ทั้งนี้น่าจะมีจุดประสงค์เพื่อให้มองดูเป็นรูปกลีบบัว หรือเพื่อให้เกิดความสมดุลกับเรือนธาตุที่มีลักษณะเป็นผังย่อมุม ต่อจากชั้นบัวชั้นที่ ๓ ก็จะถึงชั้นยอดบัวซึ่งมีลักษณะคล้ายกับดอกบัวตูม เหนือชั้นยอดบัวจะประดับด้วยลำพระขรรค์ศิลาเช่นเดียวกับปรางค์องค์กลาง
องค์ปรางค์ด้านทิศใต้ มีขนาดความสูงจากพื้นถึงยอดสุดประมาณ ๑๕.๕ เมตร เรือนธาตุมีลักษณะเหมือนกับปรางค์ ๒ องค์แรกที่กล่าวมา คือก่อด้วยอิฐสอปูนและผนังด้านนอกฉาบปูนตลอดทั้งองค์ ผนังทั้งสี่ด้านสลักเป็นรูปประตูหลอก โดยมีเสากรอบประตูทำด้วยศิลาทรายทุกด้าน เหนือชั้นเรือนธาตุของปรางค์องค์ใต้นี้แทนที่จะทำเป็นชั้นบัวเชิงบาตรเช่นเดียวกับปรางค์สององค์แรกที่กล่าวมา แต่กลับทำเป็นชั้นบัวย่อเก็จวางลดหลั่นกันขึ้นไปจำนวนสองชั้น ต่อจากชั้นบัวชั้นที่สองทำเป็นฐานสี่เหลี่ยมย่อเก็จสูงประมาณ ๒ เมตร รองรับชั้นยอดบัวอยู่เหนือชั้นยอดบัวประดับด้วยลำพระขรรค์เช่นเดียวกับปรางค์องค์อื่นๆ ลักษณะของปรางค์ด้านทิศใต้นี้ เมื่อพิจารณาแล้วจะเห็นว่ามีลักษณะคล้ายกับเจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ของสุโขทัย
จากลักษณะที่แตกต่างกันของปรางค์ทั้งสามองค์ ซึ่งน่าจะเกิดจากการซ่อมแซมต่อเติมภายหลังนี้ ได้ทำให้ขนาดของปรางค์ทั้งสามองค์นี้ขาดความสมดุลไป และในจำนวนปรางค์ทั้งสามองค์นี้ ปรางค์องค์กลางน่าจะยังคงรักษาสภาพเดิมไว้ได้ดีกว่าปรางค์องค์อื่นๆ
โบราณวัตถุที่พบในบริเวณตัวปราสาท
ในบริเวณปราสาทห้วยทับทันนี้ ได้พบทับหลังซึ่งตกอยู่ในบริเวณตัวปราสาทอยู่สองชิ้น คือ ชิ้นแรก พบวางอยู่กับพื้นบริเวณด้านหน้าของปรางค์องค์ทิศใต้ อยู่ในสภาพชำรุดหักหายไปครึ่งท่อน จำหลักเป็นภาพเล่าเรื่องกวนเกษียรสมุทร ซึ่งท่อนที่เหลืออยู่นี้สลักเป็นภาพบุคคล ๓ คน กำลังฉุดนาค (ด้านหัว)โดยมีบุคคลขี่ช้างคอยช่วยอยู่ด้านหลัง ชิ้นที่สอง ตั้งอยู่ด้านหน้าขององค์ปรางค์ทั้งสาม อยู่ในสภาพชำรุดลบเลือนมากนอกจากนี้แล้วตรงซุ้มประตูทิศตะวันออกของปรางค์ทิศเหนือและใต้ มีพระพุทธรูปยืนปูนปั้นศิลปะแบบพื้นบ้าน ขนาดความสูงประมาณ ๑.๕๐ เมตร ตั้งปิดขวางอยู่กลางประตู ปัจจุบันอยู่ในสภาพชำรุดหักพัง
ถัดจากบริเวณปรางค์ ๓ องค์ไปทางทิศตะวันออกจะพบสระโบราณรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสกว้างยาวประมาณด้านละ ๒๐ เมตร มีน้ำขังตลอดปี สภาพในปัจจุบันี้จะมีต้นยางใหญ่ปกคลุมอยู่โดยรอบ
จากการพิจารณาโบราณวัตถุที่พบ ประกอบกับแผนผังทางโครงสร้างของศาสนสถานแห่งนี้ สันนิษฐานได้ว่าน่าจะสร้างขึ้นในสมัยขอมเรืองอำนาจ ในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๑๖-๑๗เพื่อให้เป็นเทวสถานในศาสนาฮินดู ลัทธิไศวนิกาย แต่ต่อมาได้มีการซ่อมแซมต่อเติมภายหลังในสมัยอยุธยาตอนปลายถึงสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น โดยผู้คนที่อยู่ในท้องถิ่นนั้น ดังจะเห็นได้ว่าลักษณะของยอดปรางค์ทั้งสามองค์นั้น มีลักษณะที่แตกต่างกันมาก โดยเฉพาะปรางค์ด้านทิศเหนือและทิศใต้น่าจะได้รับการต่อเติมมากที่สุด จนรูปร่างต่างไปจากปราสาทขอมโดยทั่วไปมาก
ปราสาทห้วยทับทันนี้ ชาวไทยลาวและชาวส่วยบ้านปราสาท ต่างให้ความนับถือยำเกรงมาก เมื่อมีงานเทศกาลต่างๆ ก็จะจัดเครื่องเช่นมาเช่นสรวงบูชาปราสาทแห่งนี้เป็นประจำทุกปี
วิมล เขตตะ เรียบเรียง