นาดูน, พระธาตุ : ศิลปกรรม
พระธาตุนาดูน ตั้งอยู่ ณ โคกดงเค็งที่ป่าสาธารณะตำบลดงบัง อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม ในเนื้อที่ ๙๐๒ไร่ ซึ่งอยู่ห่างจากที่ขุดพบไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ๒ กิโลเมตร หรืออยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอนาดูนไปทางทิศใต้ประมาณ ๑ กิโลเมตร
เหตุผลที่ไม่ตั้งอยู่ที่ขุดพบ เพราะที่ขุดพบเป็นที่นาของราษฎรมีเนื้อที่ขนาดเล็ก เป็นที่ลุ่มจะต้องซื้อที่ดินเพิ่มและถมดินขึ้นอีก ส่วนสถานที่ตั้งปัจจุบันเป็นที่เนินสูง เนื้อที่กว้างขวางและเป็นพื้นที่ของทางราชการ เหมาะที่จะตั้งพระธาตุ และขยายหน่วยงานของราชการได้อีกมาก
ประวัติพระธาตุนาดูน
ในปีพุทธศักราช ๒๕๒๒ กรมศิลปากรและราษฎรในตำบลนาดูน ได้ขุดพบพระบรมสารีริกธาตุจากเนินดินซึ่งเป็นซากโบราณสถาน ในบริเวณที่นาของราษฎรท้องที่หมู่ที่ 9ตำบลนาดูน อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม พระบรมสารีริกธาตุมีสัณฐานดังเกล็ดแก้ว ประดิษฐานในผอบ ๓ ชั้นชั้นในเป็นทองคำ ชั้นกลางเป็นเงิน ชั้นนอกเป็นสำริด สวมซ้อนกันเรียงตามลำดับ และบรรจุในสถูปจำลองอีกชั้นหนึ่ง เป็นสถูปโลหะทรงกลมสูง ๒๔.๔ เซนติเมตร ถอดออกเป็น๒ ส่วน ส่วนยอดสูง ๑๒.๓ เซนติเมตร ส่วนองค์สถูปสูง๑๒.๑ เซนติเมตร
ชาวจังหวัดมหาสารคามดำริว่า อุบัติการณ์ของพระบรม-สารีริกธาตุครั้งนี้นับเป็นนิมิตหมายอันดีแก่ชาวจังหวัดมหาสารคามเป็นอย่างยิ่ง สมควรสร้างพระสถูปเจดีย์ประดิษฐานไว้ให้ถาวรมั่นคง เป็นปูชนียสถานและสิริมงคลแก่ภูมิภาคนี้ต่อไปและเพื่อสืบทอดพระบวรศาสนาตามแนวทางแห่งบรรพชนจึงจัดสร้างโครงการพุทธมณฑลอีสานขึ้น เพื่อเป็นศูนย์กลางของพระพุทธศาสนา ศิลปวัฒนธรรมภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่พุทธศักราช ๒๕๒๕-๒๕๒๙ประกอบด้วยสถานที่สำคัญ คือ เจดีย์พระธาตุนาดูนที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ศูนย์พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมจำปาศรี เพื่อเก็บรักษาโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และเป็นแหล่งข้อมูลเกี่ยวกับอาณาจักรจำปาศรีนครโบราณของบริเวณนี้ ซึ่งอยู่ในสมัยทวารวดีอายุประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๑-๑๕ประกอบด้วย วัด สวนรุกขชาติ สวนสมุนไพร ศาลาพักแหล่งน้ำ และถนน กำหนดพื้นที่ก่อสร้าง ณ โคกดงเค็งมีปริมณฑล ๙๐๒ ไร่เศษ
เจดีย์พระธาตุนาดูนมีลักษณะประยุกต์จากสถูปจำลองสำริด ที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ กับลักษณะศิลปกรรมแบบทวารวดี ออกแบบและดำเนินการสร้างโดยกรมศิลปากรสูง ๕๐.๕๐ เมตร ฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาด ๓๕.๗๐เมตร พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรี ได้ประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์เมื่อวันที่ ๒๑ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๒๘ก่อสร้างเสร็จบริบูรณ์ เมื่อวันที่ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๒๔สิ้นค่าใช้จ่ายเป็นเงิน ๓,๕๔๐,๐๐๐ บาท (เจ็ดล้านห้าแสนแปดหมื่นบาทถ้วน) เพื่อสร้างพระธาตุสำหรับบรรจุพระบรม-สารีริกธาตุ โดยกรมศิลปากร ได้ให้นายประเสริฐ สุนทโรวาทสถาปนิกกรมศิลปากร เป็นผู้ออกแบบ และว่าจ้างห้างหุ้นส่วนจำกัด ศิวกรก่อสร้าง ตามสัญญาจ้างที่เลขที่ ๑๔/๒๕๒๘กำหนดแล้วเสร็จบริบูรณ์ ในวันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๓๐
ครั้นวันที่ ๑๒ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๓๐พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ์ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์มาทรงประกอบพิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุเข้ามาบรรจุในองค์เจดีย์พระธาตุนาดูนนี้
ลักษณะโครงสร้างพระธาตุนาดูน
รูปโครงสร้างพระธาตุนาดูน จำลองแบบมาจากสถูปทองสำริดที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ฐานประยุกต์แบบศิลปะทวารวดี ฐานกว้าง ๓๕.๗๐ x ๓๕.๗๐ เมตร มีความสูงจากฐานถึงยอด ๕๐.๕๐ เมตร ฐานรากและโครงสร้างทั่วไปเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กทั้งหมด ผนังภายนอกพระธาตุส่วนใหญ่ทำด้วยหินล้างเบอร์ ๔ บางแห่งฉาบปูนเรียบสีขาว มีลวดลายดอกบัว เสาบัวต่างๆ จำลองแบบพระเครื่องพิมพ์ต่างๆ ที่ขุดพบมาประดิษฐานพระธาตุจำนวน ๓๒ รูป และมีมารแบกปั้นเป็นแบบนูนสูงประดับที่ฐานจำนวน ๔๐ ตัว
ตัวองค์พระธาตุจะแบ่งออกเป็น ๑๖ ชั้น ลักษณะการก่อสร้างแบบคอนกรีตเสริมเหล็กทั้งหมด ภายในโปร่ง จากฐานรากขึ้นไปถึงชั้นี่
ชั้นที่ ๑ คือฐานรากมีจำนวนฐานทั้งหมด ๑๐๕ ฐาน
มีเสาขึ้นจากฐานทั้งหมด ๑๔๔ ต้น ส่วนฐานที่เป็นองค์พระธาตุ
มีลักษณะกลม มีเสาทั้งหมด ๑๖ ต้น ชั้นที่ ๑ มีพื้นทางเดิน
๑ สูง ๓.๗๐ เมตรโดยรอบ และมีซุ้มประตูลายปูนปั้น ๔ ประตูประจำทิศ ผนังประดับด้วยกระเบื้องด่านเกวียนศิลปะของภาคอีสาน พื้นปูด้วยกระเบื้องเซรามิก ๖ เหลี่ยม ผนังทั่วไปทำด้วยหินล้าง
ชั้นที่ ๒ สูงจากชั้นที่หนึ่ง ๕ เมตร โครงสร้างมีเสาทั้งหมด ๘๖ ต้น มีพื้นโดยรอบสำหรับก่อสร้างเจดีย์องค์เล็กประจำทิศเฉียงทั้ง ๔ และพระพุทธรูปประจำซุ้ม ๔ องค์ผนังประกอบด้วยปูนปั้นเป็นรูปเสามีบัวเหนือเสา พื้นปูด้วยกระเบื้องเซรามิก ๖ เหลี่ยม ผนังทั่วไปทำด้วยหินล้างและประดับด้วยกระเบื้องด่านเกวียน
ชั้นที่ ๓ สูงจากชั้นที่สอง ๔.๔๐ เมตร โครงสร้างมีเสาทั้งหมด ๔๔ ต้น มีพื้นโดยรอบสำหรับก่อสร้างเจดีย์องค์เล็กประจำทิศเฉียง ๔ องค์ เช่นเดียวกับชั้นที่สอง พื้นปูด้วยกระเบื้องเซรามิก ๖ เหลี่ยม ผนังทั่วไปทำด้วยหินล้าง
ชั้นที่ ๔ สูงจากชั้นที่สาม ๑.๖๐ เมตร ประกอบด้วยฐาน๔ เหลี่ยม เป็นชั้นเริ่มต้นของตัวองค์พระธาตุ โครงสร้างประกอบด้วยเสาทั้งหมด ๒๔ ต้น ผนังทั่วไปทำด้วยหินล้าง
ชั้นที่ ๕ สูงจากชั้นที่สี่ ๑ เมตร ประกอบด้วยฐานบัวกลม โครงสร้างประกอบด้วยเสาทั้งหมด ๑๖ ต้น ผิวภายนอกทำด้วยหินล้าง
ชั้นที่ ๖ ถึงชั้นที่ ๑๐ มีความสูง ๑๑ เมตร เป็นตัวองค์ระฆังของพระธาตุ โดยเฉพาะชั้นที่ ๘ จะเป็นชั้นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ โครงสร้างประกอบด้วยเสาทั้งหมด ๑๖ ต้นจนถึงชั้นที่ ๔ ส่วนชั้นที่ ๑๐ ลดเหลือเสา ๙ ต้น ลักษณะองค์ระฆังภายนอกทำด้วยหินล้างทั้งหมด
ชั้นที่ ๑๑ เป็นชั้นบัลลังก์ ลักษณะโครงสร้างมีเสาทั้งหมด ๕ ต้น ผนังทำด้วยหินล้าง ชั้นที่ ๑๑ ถึงชั้นที่ ๑๔ มีความสูง ๔.๖๐ เมตร เป็นชั้นบัลลังก์ประกอบด้วยลักษณะทรงกลม มีลายปูนปั้นเป็นกลีบบัว โครงสร้างประกอบด้วยเสา ๕ต้น ผนังทำด้วยหินล้างทั้งหมด
ชั้นที่ ๑๔ ถึงชั้นที่ ๑๖ มีความสูง ๖.๘๐ เมตร เป็นชั้นปล้องไฉนมีทั้งหมด ๖ ปล้อง โครงสร้างประกอบด้วยเสาแกนต้นเดียว ตัวปล้องไฉนทำด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ผิวทำด้วยหินล้าง
ชั้นที่ ๑๖ ถึงยอดคือปลี่ยอด มีชั้นปลี ชั้นลูกแก้วและชั้นฉัตรยอด โครงสร้างประกอบด้วยเสาแกนต้นเดียว ผนังผิวทำด้วยหินล้างโดยรอบ ส่วนฉัตรยอดบุด้วยโมเสกแก้วสีทอง
การขุดค้นทางด้านโบราณคดีบริเวณพระธาตุนาดูน
บริเวณที่ขุดพบสถูปสำริดบรรจุพระบรมสารีริกธาตุนั้นมีคันน้ำคดูดินของชุมชนโบราณ สมัยก่อนอิทธิพลขอมสมัยพระนคร และต่อเนื่องมาจนถึงสมัยขอมพระนคร ซึ่งมีโบราณวัตถุที่สร้างขึ้นเนื่องด้วยพุทธศาสนา ราวพุทธศตวรรษที่๑๑-๑๕ และพบโบราณสถานสมัยขอมพระนครที่สร้างขึ้นสมัยพุทธศตวรรษที่ ๑๖-๑๘ ชุมชนโบราณนี้เรียกว่า "เมืองนครจำปาศรี"กู่สันตรัตน์จากการศึกษาสภาพภูมิประเทศที่ตั้งนครจำปาศรี มีลักษณะเป็นรูปไข่ยาวจากเหนือไปใต้ พื้นที่สูงๆ ต่ำ ๆ มีหนองน้ำขาดตอนเป็นห้วงๆ อยู่มากมายหลายแห่ง ชาวบ้านเรียกว่า "กุด" เช่น กุดทอง กุดฮี กุดโด กุดลอบ กุดหล่มกุดหล่มม่อง กุดอ้อ หนองกุดบอน กุดสระบัว กุดฟ้าฮ่วนเป็นต้น หนองน้ำเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ หากแต่เกิดจากการขุดแต่งของมนุษย์สมัยโบราณ กักเก็บน้ำไว้เพื่ออุปโภคบริโภค และเป็นคูเมืองป้องกันข้าศึกศัตรู นอกจากนั้นยังมีเศษกระเบื้องดินเผาแตกกระจายอยู่ทั่วไป แสดงให้เห็นว่าพื้นที่เมืองโบราณแห่งนี้เป็นชุมชนขนาดใหญ่ โบราณสถานที่คงสภาพให้เห็นเป็นหลักฐานในปัจจุบัน ได้แก่ กู่สันตรัตน์กู่น้อย และศาลานางขาว เมืองนครจำปาศรีเป็นเมืองที่เจริญรุ่งเรืองสมัยทวารวดี ตัวเมืองเป็นรูปไข่ กำแพงเมืองประกอบด้วยเชิงเทิน ๒ ชั้น มีคูน้ำอยู่กลาง คูกว้างประมาณ ๒๐เมตร เชิงเทินดินสูงประมาณ ๓ เมตร และกว้างประมาณ ๖เมตร มีอายุอยู่ในราวพุทธศตวรรษที่ ๑๑-๑๕ ภายในตัวเมืองและนอกเมืองมีเจดีย์สมัยทวารวดีอยู่ประมาณ ๒๕ องค์ส่วนกู่สันตรัตน์ กู่น้อย และศาลานางขาว รวมทั้งศิลาจารึกขก.๑๓ นั้นสร้างขึ้นสมัยขอมพระนครพุทธศตวรรษที่ ๑๖-๑๘
พื้นที่ของนครจำปาศรีมีโบราณสถาน โบราณวัตถุอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งได้มีการขุดพบแล้วหลายแห่ง เช่น
พ.ศ.๒๕๑๑ ทหารเรือจากกรุงเทพฯ จำนวนหนึ่งได้ไปขุดค้นหาวัตถุโบราณที่ซากโบราณสถานริมฝั่งห้วยนาดูน ซึ่งอยู่ทางทิศเหนือของบ้านหนองโงง ตำบลนาดูน ประมาณ ๐.๕กิโลเมตร หรืออยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอนาดูนไปทางทิศเหนือประมาณ ๖ กิโลเมตร ขุดได้พระพิมพ์ดินเผาและวัตถุโบราณอื่น ๆ อีกเป็นจำนวนมาก นอกจากนั้นยังได้วัตถุโบราณชิ้นหนึ่งซึ่งมีรูปลักษณะคล้ายนอดสีเขียวเหมือนหยก ทำเป็นมุม 4เหลี่ยม และ ๑๖ เหลี่ยม ส่วนยอดทำเป็นลักษณะกลม ๆ คล้ายขันครอบ ขุดใต้แผ่นอิฐลงไปพบพระพิมพ์ดินเผามีลักษณะเป็นแผ่นขนาดกว้าง ๑๒ นิ้ว ยาวประมาณ ๒ ฟุต มีพระพุทธรูปบรรจุเรียงรายอยู่จำนวน ๑๐๘ องค์ เรียกว่าพระมงคล ๑๐๘ จากการขุดครั้งนั้นได้พระพิมพ์ดินเผาประมาณ ๓ กล่องกระดาษขนาดใหญ่ (จากคำบอกเล่าของนายเหลือ ปัดตาลาคะ อายุ ๘๐ ปี ราษฎรบ้านหนองโง้งอำเภอนาดูน)
พ.ศ.๒๕๑๓ ชาวนาดูนจำนวนหนึ่ง ได้ขุดพบชากโบราณสถานอยู่ทางด้านทิศเหนือโรงเรียนชุมชนบ้านกู่โนนเมืองหรืออยู่ห่างจากกู่สันตรัตน์ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ประมาณ๑ กิโลเมตรเศษ ได้ขุดพบพระพิมพ์ปางนาคปรกเดี่ยว สีขาวจำนวนมาก และเป็นพระเครื่องนครจำปาศรีรุ่นแรกที่มีอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์เป็นที่เลืองลือในด้านพุทธคุณเป็นอย่างมาก(จากคำบอกเล่าของนายสมาน บัวบุญ อดีตครูใหญ่โรงเรียนชุมชนบ้านกู้โนนเมือง)
พ.ศ.๒๕๑๔ เจ้าหน้าที่หน่วยศิลปากรที่ ๗ จังหวัดขอนแก่น ได้ทำการขุดแต่งโบราณสถานในพื้นที่อำเภอนาดูนจำนวน ๓ แห่ง ดังนี้
๑.ขุดแต่งกู่สันตรัตน์ ได้ขุดพบโบราณวัตถุสมัยลพบุรีหลายชิ้น มีอยู่ชิ้นหนึ่งสวยงามและสมบูรณ์ที่สุด ได้แก่พระวัชรธร ทำด้วยหินทรายสีเขียว ปัจจุบันอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติขอนแก่น
๒. ขุดแต่งกู่น้อย ได้ขุดพบโบราณวัตถุสมัยลพบุรีหลายชิ้น ชิ้นที่สวยที่สุดเป็นเทวรูปพระอิศวร พระนารายณ์ และเศียรเทวรูป ทำด้วยหินทราย ปัจจุบันอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติขอนแก่น
๓. ขุดแต่งศาลานางขาว ได้ขุดพบศิลาจารึก ๑ หลักเป็นศิลาจารึกขนาดเล็ก สูง ๒๑ เซนติเมตร กว้าง ๙ เซนติเมตรหนา ๔.๕๐ เซนติเมตร มีอักษรจารึกอยู่จำนวน ๑๔ บรรทัดมีใจความว่า "พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ข้าราชการนามว่า มรตาญศรีราชปดิวรมัน พระกัมรเตงอัญศรีราชปดิวรมันกำเสดงศรีราชปติวรมัน เขียนสุพรรณบัตรเพื่อนำไปเก็บรักษาไว้ในกัมรเตงชคต หรือเทวสถาน"
การค้นพบพระบรมสารีริกธาตุ ปี พ.ศ.๒๕๒๒
ชาวบ้านขุดค้นหาวัตถุมงคลในบริเวณเมืองนครจำปาศรีสืบต่อมา ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๑๓ พบพระพิมพ์จำนวนหนึ่ง และมีข่าวเล่าลือถึงอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์พระพิมพ์นาดูน ทำให้ประชาชนในหมู่บ้านใกล้เคียง และต่างจังหวัดมาขุดค้นกันโดยเสรี ข่าวการพบวัตถุโบราณและพระพิมพ์จำนวนมาก ในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๒๒ หน่วยศิลปากรที่ ๗ จึงขอกำลังตำรวจเข้าป้องกันพื้นที่ และทำรั้วป้องกันไม่ให้ประชาชนเข้าขุดค้นอีกต่อไป
วันที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๒๒ ถึงวันที่ ๔ มิถุนายน๒๕๒๒ เจ้าหน้าที่หน่วยฯ ได้ทำการขุดแต่งโดยแบ่งเป็นตารางกริด (GRID SYSTEM) ครอบคลุมเนินดินไว้ทั้งหมด และแบ่งเป็น ๑๒ ช่อง แต่ละช่องมีขนาด ๔ x ๔ เมตร ให้แนวตั้งขนานกับแนวทิศเหนือแม่เหล็ก (MAGNETIC NORTH LINE) การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่หน่วยฯ ในตอนกลางวันเป็นไปด้วยความเรียบร้อย แต่ในตอนกลางคืนประชาชนจะเข้ารุมล้อมอยู่รอบๆ บริเวณขุดแต่ง เพื่อคอยโอกาสเข้าขุดค้น รั้วลวดหนามถูกลักลอบตัดขาดทุกคืน
หน่วยศิลปากรที่ ๗ ได้ขุดพบโบราณวัตถุ ดังนี้
๑. สถูปทำด้วยทองสำริด แยกออกเป็น ๒ ส่วนคือ
๑) ส่วนตัวสถูป หรือ องค์ระฆัง ทำด้วยทองสำริด
มีลักษณะคล้ายระฆัง หรือโอคว่ำ สูง ๑๒.๑ เซนติเมตรแบ่งออกเป็น ๒ ตอน คือ ตอนตัวสถูปหรือองค์ระฆัง ซึ่งเป็นส่วนที่บรรจุพระอังคาร (ขี้เถ้า) เทียนและดอกไม้ ตอนคอสถูปหรือคอระฆัง ซึ่งเป็นส่วนที่บรรจุผอบพระบรมสารีริกธาตุ
๒) ส่วนยอด ทำด้วยทองสำริดกลมตัน ทำเป็นปล้องไฉน ลูกแก้ว และปลี่ยอด ตอนต้นทำเป็นเกลียวสามารถปิดประกบกับส่วนตัวองค์สถูปได้พอดี มีความสูง ๑๒.๓เซนติเมตร เมื่อนำส่วนยอดมาปิดประกบกับตัวองค์สถูปแล้วจะมีความสูงรวมจากฐานถึงยอด ๒๔.๔ เซนติเมตร
ผอบที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุประกอบด้วยผอบ ๓ ชั้น คือ
ผอบชั้นที่ ๑ ทำด้วยทองสำริดสูง ๑.๔ เซนติเมตรเส้นรอบวง ๔.๑ เซนติเมตร
ผอบชั้นที่ ๒ ทำด้วยเงินสูง ๑.๑ เซนติเมตร เส้นรอบวง๓.๔ เซนติเมตร
ผอบชั้นที่ ๓ ทำด้วยทองคำ เป็นชั้นในสุดสูง ๑ เซนติเมตร เส้นรอบวง ๒.๕ เซนติเมตร ภายในผอบมีพระบรมสารีริกธาตุบรรจุอยู่ ๑ องค์ มีลักษณะเป็นเกล็ดสีขาวขุ่นขนาดเท่าเมล็ดข้าวสารหักครึ่ง หล่อเลี้ยงไว้ด้วยน้ำมันจันทน์เมื่อเปิดออกจะมีกลิ่นหอมมาก
ผอบทั้ง ๓ ชั้น จะบรรจุซ้อนกันอยู่ คือผอบทองคำจะซ้อนอยู่ในผอบเงิน ผอบเงินจะซ้อนอยู่ในผอบทองสำริด ทุกผอบมีฝาปิดอย่างมิดชิดและรวมอยู่ในส่วนคอระฆังขององค์สถูป
๒. พระพิมพ์ดินเผา มีลักษณะสมบูรณ์และไม่สมบูรณ์รวมประมาณ ๑,๐๐๐ ชิ้น (ที่สมบูรณ์ ๘๘๗ ชิ้น) และเศษแตกหักของพระพิมพ์ดินเผาจำนวน ๑๑๗ ถุง (เศษพระพิมพ์ดินเผาที่แตกหักจำนวน ๑๘,๒๕๗ ชิ้น จากรายงานการบันทึกประจำวันการเก็บรักษาโบราณวัตถุ ที่สถานีตำรวจภูธร อำเภอนาดูน ระหว่างวันที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๒๒ ถึงวันที่ ๘มิถุนายน ๒๕๒๒)
๓. เศษแผ่นทองคำ ๒ ชิ้น
๔. แม่พิมพ์ดินเผา ชำรุด ๑ ชิ้น
๕. จารึกที่อยู่ด้านหลังพระพิมพ์ดินเผาบางชิ้น มีลักษณะการเขียน ๒ แบบ คือ
ก. จารึกตัวอักษรด้วยการขีดลงบนแผ่นดินเผา
ข. เขียนตัวอักษรด้วยสีแดง
รูปลักษณะตัวอักษรที่จารึกบนแผ่นหลังพระพิมพ์ดินเผาทั้ง ๒ แบบ เป็นอักษรคฤนถ์ (ปัลลวะ) และเป็นแบบเดียวกันกับรูปอักษรจารึกคาถา เย ธมมาฯ ที่จารึกบนแผ่นศิลาหรือแผ่นดินเผา ซึ่งพบที่จังหวัดนครปฐม และจังหวัดสุพรรณบุรี
ตัวอักษรจารึกหลังพระพิมพ์ดินเผา เลขทะเบียน ๗๑๒/๒๕๒๒ และเลขทะเบียน ๑๑๐๖/๒๕๒๒ ที่นาย สถาพร ขวัญยืน เจ้าหน้าที่กองโบราณคดี กรมศิลปากร จากรายงานการขุดแต่งโบราณสถานที่อำเภอนาดูน ได้ส่งไปให้นายประสาร บุญประคอง นายจำปา เยื้องเจริญ และนายเทิม มีเต็มกองหอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร ได้ร่วมกันอ่านและแปลดังนี้(๑) คำจารึกหลังพระพิมพ์ดินเผานาดูน เลขทะเบียน ๗๑๒/๒๕๒๒ มีข้อความ ๔ บรรทัดดังนี้
คำจารึก คำอ่านภาษามอญ
๑. ไนอ์เวาอ์ปุณย โนะอ์ วุธ์ ปุณยะ
๒. กมรเตงไปฑ กอมระตาญง ปะด้ว กะ
๓. เราม์อาร์สกุท โรม อาร์ สะเก๊าะสะเก๊า โต๊ะ
๔. ส์ชาติสมร์ ส์ เจียตอย สมอร์
คำแปล
บุญอันนี้ ในกอมระตาญง์พร้อมไปด้วยสหายของตนผู้เป็นสามัญชนได้ร่วมกันสร้างไว้
อธิบายศัพท์ (ภาษามอญ)
โนะอ์ (ไนอ์) - อัน นี่
วุอ์ (เวาอ์) - นี้
ปุณยะ (ปุณย) - บุณย์ (กุศลกรรม)
กอมระตาญง (กมรเตง) - กอมระตาญง (เป็นชื่อเฉพาะ) สมัย ครั้ง
ปะดัว (ไปฑ) - ใน
กะโรม (กเราม์) - พร้อม
อาร์ (อาร์) - ไป
สะเก้าะสะเก๊า (สกุ้) - มิตรสหายของตน
โต๊ะส์ (ทส์) - เป็น
เจียตอย (ชาติ) - ตระกูล ชาติกำเนิด
สมอร์ (สมร์) - สามัญ ต่ำ
(๒) คำจารึกหลังพระพิมพ์ดินเผานาดูน เลขทะเบียน ๑๑๐๖/๒๕๒๒ มีข้อความ ๒ บรรทัด
คำจารึก คำอ่านภาษามอญ
๑. ไนอ์เวาอ์ โนะอ์ วุธ์
๒. (ปุ) ณยกมร (เตง์) ปุณยะ กอมระตาญง
คำแปล
บุญอันนี้ (ใน) กอมระตาญง์
อธิบายศัพท์ (ภาษามอญ)
โนะอ์ (ไนอ์) - อัน นี้
วุอ์ (เวาอ์) - นี้
ปุณยะ (ปุณย) - บุณย์ (กุศลกรรม)
อนึ่ง ข้อความในจารึกหลังพระพิมพ์ดินเผานาดูน เลขทะเบียน ๗๑๒/๒๕๒๒ ที่แปลว่า "บุณย์อันนี้ ในกอมระตาญง์พร้อมไปด้วยสหายของตนผู้เป็นสามัญชนได้ร่วมกันสร้างไว้"ถ้าหากว่า "กอมระตาญง์" ใช้เป็นพระนามของกษัตริย์ข้อความดังกล่าวควรที่จะแปลได้เป็นสำนวนดังนี้
"บุณย์อันนี้ ในพระกอมระดาญง์และพร้อมไปด้วย(พระ) สหายผู้เป็นสามัญชนได้ร่วมกันสร้างไว้" (ประสาร บุญประคอง และคนอื่นๆ ๒๕๒๒ : ๕๓-๕๕)
แบบพระพิมพ์ดินเผานาดูน
พระพิมพ์ดินเผานาดูนที่ขุดพบเมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๒ นั้นเป็นพระพิมพ์ดินเผา ฝีมือช่างประจำราชสำนัก โดยในกอมระดาญง์พร้อมด้วยสหายได้ร่วมกันสร้างไว้เพื่อเป็นพุทธบูชาสืบต่อพระพุทธศาสนา พระพิมพ์ดินเผานาดูนมีพุทธศิลป์ลวดลายลีลาอ่อนช้อยสวยงาม และเป็นศิลปะสมัยทวารวดีมีอายุอยู่ในราวพุทธศตวรรษที่ ๑๓-๑๖ หรือประมาณ ๑,๓๐๐ ปี เนื้อพระพิมพ์แข็งแกร่งมาก ใช้เลื่อยตัดเหล็กตัด ๒-๓ ขื้นจึงจะขาด พระพิมพ์บางองค์กลายเป็นเนื้อหิน สีเนื้อพระพิมพ์มี ๕ สีคือ สีหิน (สีน้ำตาลแก่) สีเหลืองอ่อนหรือสีเหลืองมันปู สีชมพู(มีน้อยมาก) สีแดงหินทราย สีขาวนวล (สีเทาอ่อน) ในพระพิมพ์เกือบทุกพิมพ์จะมีรูปสถูปจำลองปรากฏอยู่เสมอและเป็นพระพิมพ์เล่าเรื่องพุทธประวัติที่มีความหมายอยู่ในตัว รูปลักษณะของพระพิมพ์เป็นแผ่นดินเผาซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น ๖ รูปลักษณะ คือ
๑. สามเหลี่ยมรูปใบไม้ หรือรูปหอย เช่น พระแผง๔๗ องค์ พระนั่งขัดสมาธิในชุ้มใบไม้ มีฐานตั้ง
๒. สามเหลี่ยมหน้าจั่ว เช่น พระแผง ๑๕ องค์พระแผง ๓๒ องค์ เป็นต้น
๓. สี่เหลี่ยมผืนผ้า เช่น พระพิมพ์ปางเสด็จดาวดึงส์ปางประทับยืนแสดงธรรม ปางประทับนั่งแสดงธรรม ฯลฯ
๔. สี่เหลี่ยมจัตุรัส เช่น พระพิมพ์ ๔ องค์ พระแผง๓๒ องค์ ฯลฯ
๕. ฐานเหลี่ยมยอดโค้ง เช่น พระพิมพ์นั่งขัดสมาธิบนบัลลังก์ชุ้มโพธิ์ฐานสูง พระพิมพ์นั่งขัดสมาธิบนบัลลังก์ฐานเตี้ย พระนั่งขัดสมาธิบนดอกบัวซุ้มโพธิ์ ฯลฯ
๖. แบบลอยตัวองค์เดียว เช่น พระปางนาคปรกพระปางลีลา ฯลฯ
นอกจากจะแบ่งรูปลักษณะได้แล้วยังสามารถแบ่งออกเป็นปางต่างๆ ได้ ๘ ปาง คือ
๑) ปางแสดงธรรม จะมีอยู่ ๒ ลักษณะคือ ลักษณะประทับนั่งห้อยพระบาททรงแสดงธรรม และลักษณะประทับยืนทรงแสดงธรรม
๒) ปางยมกปาฏิหาริย์ จะมีอยู่ ๒ แบบพิมพ์ คือแบบพิมพ์นูนสูง และแบบพิมพ์นูนต่ำ ทั้ง ๒ แบบพิมพ์จะมีลวดลายคล้ายคลึงกัน
๓) ปางมุจลินท์ หรือปางนาคปรก จะมีอยู่ ๓ แบบพิมพ์ คือ
(๑) แบบพิมพ์นาคปรกเดี่ยว แบ่งออกเป็น ๒ แบบคือ แบบนาคปรกเดี่ยวอกนูน และแบบนาคปรกเดี่ยวอกราบไม่มีประภารัศมี
(๒) แบบพิมพ์นาคปรกคู่ มี ๒ แบบ คือ แบบนาคปรกคู่ขนาดใหญ่ และแบบนาคปรกคู่ขนาดเล็ก
(๓) แบบพิมพ์นาคปรกเดี่ยวประทับนั่งในชุ้มใบไม้มีฐานกลมตั้งได้
๔) ปางขัดสมาธิ แบ่งออกเป็น ๔ แบบพิมพ์ คือ
(๑) แบบพิมพ์ประทับนั่งบนบัลลังก์ซุ้มโพธิ์ฐานสูง
(๒) แบบพิมพ์ประทับนั่งบนบัลลังก์ชุ้มโพธิ์ฐานเดี้ย
(๓) แบบพิมพ์ประทับนั่งขัดสมาธิบนดอกบัวซุ้มโพธิ์
(๔) แบบพิมพ์ประทับนั่งขัดสมาธิ พระหัตถ์ขวายกขึ้นประทานพรอยู่ในซุ้มใบไม้มีฐานกลมตั้งได้
๕) ปางเสด็จดาวดึงส์ มี ๒ แบบพิมพ์ คือ
(๑) แบบประทับยืนบนดอกบัว พระหัตถ์ทั้งสองยกขึ้นจับชายจีวร มีพระพุทธรูปปางสมาธิข้างละ ๔ องค์
(๒) แบบประทับยืนบนดอกบัว พระหัตถ์ทั้งสองยกขึ้นจับชายจีวร มีพระพุทธรูปปางสมาธิข้างละ ๕ องค์ และมีสถูปจำลองข้างละ ๔ องค์
๖) ปางลีลา ประทับยืนบนดอกบัว ในลักษณะเอี้ยวตัวพระหัตถ์ซ้ายยกขึ้นสูงระดับพระกรรณ พระพิมพ์นี้มีน้อยมากไม่เกิน ๑๕ องค์
๗) พระแผง มี ๓ ลักษณะแบบพิมพ์ คือ
(๑) แบบสามเหลี่ยมหน้าจั่ว มี ๓ ขนาด คือขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก
(๒) แบบสี่เหลี่ยมผืนผ้าและสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีอย่างละ ๓ ขนาดคือ ขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก
(๓) แบบรูปใบไม้หรือรูปหอย (มีไม่มาก)
๔) แผ่นดินเผารูปสถูปจำลอง ซึ่งจำลองแบบมาจากสถูปทองสำริดที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งนับเนื่องเป็นปางเสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน
กล่าวโดยสรุปแล้ว พระพิมพ์ดินเผานาดูนมีแบบพิมพ์ในรูปลักษณะต่างๆ ไม่น้อยกว่า ๔๐ แบบพิมพ์ และ "ความสำคัญของพระพิมพ์ดินเผานาดูนอยู่ที่ความแตกต่างในรายละเอียดของพระพิมพ์แต่ละชิ้น ความแตกต่างดังกล่าวย่อมมีความหมายอยู่ในตัวเอง อีกทั้งยังบอกถึงคติความเชื่อ ลัทธิศาสนาที่แฝงอยู่ด้วย" ศาสตราจารย์ยอร์ช เซเดส์ (G.COEDES)ได้กล่าวไว้ว่า "พระพิมพ์ในสมัยโบราณไม่ได้แสดงแต่เพียงรูปพระพุทธองค์แด่เพียงอย่างเดียว แด่ได้แสดงถึงพระพุทธรูปองค์ใดองค์หนึ่ง หรือสถานที่แห่งใดแห่งหนึ่งเป็นการเฉพาะ" ซึ่งข้อความดังกล่าวมีปรากฏให้เห็นในพระพิมพ์ดินเผานาดูนอย่างเด่นชัดแล้ว
ธวัช ปุณโณทก เรียบเรียง
รุ้มทิศ
พระธาตุนาดูน
พระพิมพ์ดินเผาประดับอยู่ที่องค์พระธาตุนาดูน
พระพิมพ์ดินเผาศิลปะทวารวดี พุทธศตวรรษที่ ๑๔-๑๕
กู่สันตรัตน์
พระพุทธรูปนาคปรกทรงเครื่องหินทราย ศิลปะขอมพุทธศตวรรษที่ ๑๗-๑๘ พบที่กู่สันตรัดน์
กู่น้อย
เศียรพระพุทธรูปศิลปะขอม พุทธศตวรรษที่ ๑๘-๑๙
สถานที่ขุดพบพระบรมสารีริกธาตุ
สถูปสำริดบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ(ภาพ : แหล่งท่องเที่ยวอีสานบน, กรมศิลปากร. ๒๕๓๔)
จารึกหลังพระพิมพ์ดินเผานาดูน
ปางมุจลินท์ (นาคปรก)
นั่งขัดสมาธิบนฐานบัว ซุ้มโพธิ์
ปางแสดงธรรม ประทับนั่งห้อยพระบาท