อุปคุต, พระ
พระอุปคุต หรือเรียกตามภาษาสันสกฤตว่า "สถวีรอุปคุปต" เป็นพระอรหันตสาวกหลังพุทธกาล ซึ่งเป็นผู้เรืองฤทธิ์ที่มีบทบาทสำคัญยิ่งในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราชแห่งราชวงศ์เมารยะและได้เป็นผู้ปราบพญามารตนหนึ่ง ที่มารังควานการฉลองพระบรมสารีริกธาตุ ที่พระเจ้าอโศกมหาราชทรงโปรดให้จัดขึ้น
คัมภีร์อโศกาวทาน ได้กล่าวถึงเรื่องราวและบทบาทของพระอุปคุตว่า พระอุปคุตกำเนิดมาในตระกูลของพ่อค้าในเมืองมถุรา เมื่อออกบวชแล้วบรรลุพระอรหันต์ ได้เป็นพระอาจารย์สอนกรรมฐานที่มีชื่อเสียงโด่งดัง มีพระอรหันต์เป็นศิษย์อยู่ถึง ๑๘,๐๐๐ รูป สำนักของท่านตั้งอยู่ ณ วัดนฏกฏิการามบนภูเขาอุรุมนท์ พระอุปคุตเป็นผู้นำพระเจ้าอโศกเสด็จไปทอดพระเนตรสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ได้แก่ สถานที่ประสูติ สถานที่บำเพ็ญทุกรกิริยา สถานที่ตรัสรู้ สถานที่แสดงปฐมเทศนาและสถานที่ปรินิพพาน ในคัมภีร์อโศกาวทานยังกล่าวอีกว่าพระพุทธเจ้าทรงพยากรณ์พระอุปคุดแก่พระอานนท์ก่อนที่พระองค์จะเสด็จดับขันธ์ปรินิพพานว่า ๑๐๐ ปี นับจากเวลาดังกล่าว พระอุปคุตจะเป็นผู้ประกาศพุทธธรรมในโลกนี้เฉกเช่นเป็นพระพุทธเจ้าองค์ที่ ๒ แต่จะเป็นพระพุทธเจ้าที่ไม่มีทวัตติงสลักษณะหรือไม่ประกอบด้วยมหาปุริสลักษณะและพระอุปคุตเป็นผู้กลับใจมารผู้รบกวนพระภิกษุโดยการ ใช้กระดูกของสัตว์ ๓ ชนิด คืองู สุนัข และคน แทรกสวมเข้าไปในพวงมาลัยดอกไม้โดยอาศัยกำลังอภิญญาส่งคืนไปคล้องคอพญามาร เมื่อพญามารไม่สามารถถอดออกได้ แม้จะไปขอความช่วยเหลือจากพรหมก็ไม่เป็นผลสำเร็จ จึงสำนึกถึงพลานุภาพของพระสาวกและพระพุทธเจ้า แล้วยอมรับเงื่อนไขว่าต่อไปจะไม่รบกวนพระภิกษุสงฆ์ และจะเนรมิตตนแสดงสรีระของพระพุทธเจ้าเมื่อทรงพระชนม์อยู่ให้ปรากฏตามคำขอร้องของพระอุปคุต พระอุปคุดจึงถอดพวงมาลัยดังกล่าวให้
นอกจากวรรณกรรมที่กล่าวถึงบทบาทพระอุปคุตดังกล่าวแล้ว ยังมีเรื่องเล่าว่าพระอุปคุดมีทั้งหมด ๘ องค์ ปรินิพพานไปแล้ว ๗ องค์ คงเหลือจำพรรษาอยู่ในมหาสมุทร ๑ องค์โดยในวันเพ็ญที่ตรงกับวันพุธ (วันเพ็ญพุธ) พระอุปคุตจะออกมาโปรดสัตว์โดยการเนรมิตตนเป็นเณรน้อยมาบิณฑบาตตอนกลางคืน (แต่ก็มีผู้เล่าว่าพระอุปคุตปรากฏในรูปร่างสูงใหญ่) ผู้ที่ได้ตักบาตรพระอุปคุตจะได้โชคได้ลาภและร่ำรวยจึงมีประชาชนไปตักบาตรในวันเพ็ญที่ตรงกับวันพุธระหว่างช่วงเวลา ๐๒.๐๐-๐๕.๐๐ นาฬิกา ดังเช่นชาวบ้านในเชียงใหม่จะตักบาตร พระอุปคุตที่บริเวณวัดอุปคุต อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นต้น
เนื่องจากพระอุปคุดมีคุณสมบัติเป็นเลิศในทางป้องกันอันตราย ดังนั้นจึงมีการอัญเชิญพระอุปคุดจากแหล่งน้ำมาสู่หอพระอุปคุตในบริเวณวัด เมื่อมีพิธีที่ต้องการความศักดิ์สิทธิ์หรือใน "งานพอย" หรือ "งานปอย" คืองานฉลองต่างๆ ในวัด
การที่จะนิมนต์พระอุปคุตมาประจำในพิธีกรรมหรือในงานนั้น เริ่มโดยการมอบหมายให้ผู้มีอาวุโสซึ่งมีศีลมีธรรมอันดีและน่าเคารพนับถือหนึ่งท่าน นำเอาพระอุปคุตสมมติคือหินก้อนหนึ่งซึ่งต้องงมขึ้นมาจากแม่น้ำ แต่บางตำราก็ว่าให้จัดหาก้อนหินมีลักษณะดีขนาดเท่าส้มโอหรือจะเป็นพระอุปคุตแบบประดิมากรรมแกะด้วยหินหรือหล่อด้วยทองเหลืองก็ได้ ใส่ภาชนะไปไว้ที่สมควรสักแห่งหนึ่งซึ่งห่างจากสถานที่ที่จะทำพิธีไม่น้อยกว่า ๕๐๐ เมตร แต่ไม่เกิน ๑ กิโลเมตรโดยให้ห่างจากแม่น้ำลำธารไม่เกิน ๑๐ วา แล้วไปนั่งพักเพื่อคอยคณะผู้จะมานิมนต์ เมื่อคณะที่ไปนิมนต์ไปถึง ก็จะถามด้วยคำว่า "ลุง หรือ พ่อเฒ่า ทำอะไร จะไปไหน หรือไปไหนมา"ผู้เฒ่าคนนั้นก็จะตอบตามอัธยาศัย และต้องตอบด้วยคำที่เป็นมงคล แล้วผู้เฒ่าก็จะถามต่อว่า "พวกท่านทั้งหลายนี้พากันแห่แหนจะไปที่ไหน" คณะที่ไปก็จะตอบว่า "เออ...พวกข้าพเจ้าทั้งหลายได้มีการจัดทำบุญ (บอกชื่อพิธีที่จะทำ) ที่พากันมานี้ก็เพื่อจะมานิมนต์พระมหาอุปคุตไปเป็นประธานเพื่อปกปักรักษาในงานนี้ให้ราบรื่นเป็นสิริมงคล จะได้ขอลาภขอศีลขอพรจากท่านด้วย (คำใดดีที่เป็นมงคลก็ว่าไป) พ่อเฒ่าอยู่แถวนี้ได้รู้ได้เห็นท่านหรือไม่..." พ่อเฒ่าก็จะตอบว่า "เออ.. เมื่อกี้นี้ก็เห็นท่านบิณฑบาดผ่านไปทางนี้ คงจะไปยังไม่ไกลหรอกท่านทั้งหลายจงรีบตามไปเถิด บางทีท่านอาจจะยังพักผ่อนแถวนี้ก็เป็นได้" คณะดังกล่าวก็จะพากันเดินถือพานดอกไม้นำไป ตอนนี้ต้องตามหัวหน้าไปอย่างสงบ พร้อมกับมีสัปทนกางมีช่อ ทุง ชองอ้อย ที่ใส่อัฐิบริขารพร้อมเป็นขบวนไปด้วยพอถึงที่หมายที่พระอุปคุตอยู่ กะว่าห่างสัก ๕ วา ผู้เป็นประธานซึ่งถือพานดอกไม้ก็จะประกาศว่า "พบท่านแล้วๆๆ" จากนั้นประธานพร้อมคณะเข้าไปหาด้วยอาการเคารพแล้วจุดเทียนธูปบูชา คณะที่ไปนั่งลงแล้วให้ผู้ถือสัปทนนำไปปักไว้ด้านหลังพระอุปคุต ประธานจะยกพานข้าวดอกดอกไม้ขึ้นก่อนแล้วกล่าวบูชาอาราธนานิมนต์ด้วยคำว่า
ตั้งนะโมฯ ๓ จบ "สาธุ สาธุ อุกาส อุปคุตโต วรทุกขิเณยุโย สพพปรเมหิ คุเณหิ อเนเกหิสมิทฺธิปุปตุโต อนาสโว ตปน นมาหิ สงฆ์ ติโยชนโลหมยปาสาเท โย สิวิโต วรทกขิณสาครมชุเฌ อุปคุตโต ฐิโต น เมโยอุปคุตโต
มหาเถโร อันว่ามหาอุปคุตเถรเจ้าตนใด อรหนุต์ อันเป็นอรหันตาตนประเสริฐ ทุกขิณสาครมชุเณ ฐิโต อันดั้งอยู่ในท่ามกลางพื้นน้ำมหาสมุทรกล้ำได้ โลหปาสาทมยุ ในปราสาทอันแล้วด้วยทองแดง ดิโยชนเปโท อันสูงได้สามโยชน์ วิโตวตราบอันได้เถิงนิพพาน โส อุปคุตโต อันว่าพระมหาเถรเจ้าอุปคุตตนเป็นอรหันตาตนนั้นประเสริฐนักว่าอั้น นมามิ ผู้ข้าก็ไหว้ด้วยความเคารพยำเกรงในกาละบัดนี้แลโอกาส ภนุเต ข้าแต่พระอุปคุตมหาเถรเจ้าตนประเสริฐ มีคุณอันล้ำเลิศเป็นอรหันตาเจ้ากูย่อมมีอิทธิฤทธิ์อันองอาจ อันพระพุทธเจ้าหากทำนายไว้ให้รักษาศาสนา ห้าพันพระวัสสาเพื่อบ่หื้อเป็นอันตรายภัยยะแก่นระฝูงใฝ่กระทำบุญ กรียาอันยิ่งด้วยฤทธิ์แห่งเจ้าก เทียรย่อมชนะยังมาร ยักษ์มารขาดกลับหายบัดนี้ผู้ข้าทั้งหลายหมายมี (.บอกชื่อ...) พร้อมกับด้วยพ่อแม่พี่น้องทายกทายิกาครูบาอาจารย์อันอยู่ในแห่งห้องชุมพูที่นี้ หากเป็นจารีตประเพณีอันพระศากยมุนีโคตมะบรมศาสดา หากตั้งศาสนาไว้ว่าซื้อคนทั้งหลายได้กระทำบุญตามเจตนาแห่งผู้ข้าทั้งหลายทุกบ้านทุกเมือง เพื่อให้รุ่งเรืองในศาสนาแห่งพระตถาคตตราบเสี้ยงห้าพันพระวัสสานี้แท้ดีหลีในคราวกาละบัดนี้ ศรัทธาผู้ข้าทั้งหลายทั้งยิงชายมวลหมู่ อันตั้งอยู่รักษายังพระวรพุทธศาสนาใน..ฯ
(บอกชื่อ สถานที่ วัด บ้าน ตำบล อำเภอ) มูลศรัทธาผู้ข้าทั้งหลายหมายมี (บอกชื่อประธานศรัทธา บ้าน วัด) พร้อมด้วย..ก็มาระลึกนึกถึงยังพระอรหันตาตนวิเศษอันมี ปัญญาธิคุณศีลาธิคุณ บริสุทธิคุณ ตนชื่อว่าอุปคุตอันมีฤทธิ์องอาจ ก็จิ่งจัดหาได้ยังข้าวตอก ดอกไม้ ธูปเทียน ทั้งหลายมวลฝูงนี้เพื่อมาขอโอกาสอาราธนา ยังอรหันตนเจ้าตนวิเศษไปเมตตาแท้ดีหลี
ทกขิเณจ อุปคุตโต เวรโต มุชฌิเม ฐิโตยาว เมตุเตยย สมุพุทโธ เตปี จ เต เถรา นมามิห อห์ วนุทามิ ทูรโต คโต อาคจุฉนตุ มย์ ภนุเต อิมานิ ธูปปปผาลาชานิ นิมนุตนตถ์ อุปคุตตมหาเถร์ ยาจาม อนุกมป์ อุปาทาย ปฏิคคณหาตุ โน อุปคุปคุตโต จ มหาเถโร สมพุทเธน วิยากโต มารญจ ทมิสเก อนาคเต อปคต์ มหิทธิก อุปสคควิทธ์สพพ์ อุปคุตตฺตินาเม พุทโธหิ พุทธเตเชน อนุตราย์ อเสสโต ธมโมหิ ธมเมน ธมุมเตเชน อนุตราย์ อเสสโต สงโฆหิ สงฆเตเชน อนุตราย์ อเสสโต..."
แล้วนำพานดอกเข้าประเคน ตอนนี้ฆ้องกลองประโคมเรื่อยไป แล้วหัวหน้ายกพระอุปคุตหรือหินที่สมมติขึ้นใส่พานดอกไม้ พานนั้นต้องแข็งแรง แล้วยกนำไปใส่ในชองอ้อย (อ่าน"จองอ้อย") (มณฑป) ที่มีบริขาร พร้อมที่หามแห่มาแล้วนำกลับจัดขบวนมีช่อทุง (ธง) สัปทน กั้นกางไปด้วย เมื่อไปถึงสถานที่ซึ่งจัดเป็นหอพระอุปคุตแล้วก็นำพระอุปคุตสมมติดั้งไว้ ต่อจากนั้นก็มีการถวายข้าวบาตร-ถาดโภชนาอาหาร อาจารย์หรือหัวหน้ากล่าวนำ ด้วยบทว่า... อิม โอทนปิณฑิปาตํ ทาน มหาอุปคุตตเถร์ สกุกจุจ เทม ปูเชม ๓ รอบ เป็นเสร็จพิธี
เมื่อเสร็จสิ้นการฉลองหรือพิธีการแล้ว ในวันรุ่งขึ้นมักจะมีการตักบาตรหรือถวายภัตตาหารแด่พระอุปคุต หลังจากนั้นแล้วก็จะนำพระอุปคุตกลับไปส่งที่เดิม หรืออาจนำพระอุปคุตไปส่งในตอนเย็นของวันที่ทำพิธีเสร็จแล้วก็ได้
ในการแห่พระอุปคุดไปส่งนั้น จะต้องจัดขบวนเหมือนเมื่อไปนิมนต์พระอุปคุดไปในงาน การนำก้อนหินลงสู่แม่น้ำนั้นจะต้องทำด้วยความเคารพ ต้องบอกกล่าวขอบคุณด้วยคำที่เป็นมงคล ห้ามขว้างหรือโยนก้อนหินนั้น เมื่อขบวนนำเอาพระอุปคุตไปส่งเรียบร้อยแล้วก็จะยกขบวนกลับไปที่วัดเพื่อเก็บสิ่งของหรือเครื่องใช้ในขบวนนั้นๆ (ดูเพิ่มที่ แปลงฝน)
บำรุง บารมี
อภิชาติ ยอดสุวรรณ