อินทราวาส, วัด
วัดอินทราวาส หรือชื่อเดิมว่า วัดต้นเกว๋น ตั้งอยู่ที่บ้านต้นเกว๋น หมู่ที่ ๔ ตำบลหนองควาย อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ มีที่ดินตั้งวัดเนื้อที่ ๕ ไร่ ๓๗ ตารางวา ปัจจุบันสังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย
ชื่อเดิมของวัดคือ "วัดต้นเกว๋น" นั้น มีที่มาจากชื่อของต้นไม้ชนิดหนึ่งซึ่งขึ้นตรงบริเวณที่สร้างวิหารในปัจจุบันทางเหนือเรียกว่า "ต้นบ่าเกว๋น" (ภาคกลางเรียก "ตะขบ")ต่อมาจึงเปลี่ยนชื่อวัดเป็น "วัดอินทราวาส" โดยตั้งตามชื่อเจ้าอาวาสที่เชื่อกันว่าเป็นผู้สร้างวัดนี้ขึ้น คือ "ท่านครูบาอินทร์"(เจ้าอาวาสรูปที่ ๒) ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสรูปสำคัญเพราะเป็นนายช่างฝีมือดีผู้สร้างวิหารหลังปัจจุบัน
ความเป็นมาของวัดต้นเกว๋น คือสร้างขึ้นใน จ.ศ. ๑๒๑๘-๑๒๓๑ (พ.ศ.๒๓๙๙-๒๔๑๒) ซึ่งตรงกับสมัยพระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงษ์ เจ้าหลวงเชียงใหม่ แต่ไม่ปรากฏหลักฐานว่าผู้ใดสร้างวัดนี้ ทว่าในสมุดข่อยที่ค้นพบ ณ วัดเจดีย์หลวงปรากฏชื่อของวัดต้นเกว้นอยู่ว่าสังกัดหมวดอุโบสถวัดหนองควายซึ่งสมหมาย เปรมจิตต์ ผู้ปริวรรต ได้ให้ความเห็นว่าสมุดข่อยบันทึกรายชื่อวัดและนิกายสงฆ์โบราณที่แบ่งออกเป็นหมวดอุโบสถต่างๆ เช่นนี้ น่าจะเขียนขึ้นในสมัยของรัชกาลที่ ๕เมื่อครั้งที่สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรสพระสังฆราชมีดำริจะปรับโครงสร้างของสงฆ์ให้เป็นเอกภาพทั่วประเทศ จึงได้มีการสำรวจชื่อวัดในภาคเหนือทั้งหมด
ในสมัยก่อนวัดต้นเกว๋นมีความสำคัญมากสำหรับชาวเชียงใหม่ เนื่องจากใช้เป็นที่พักขบวนแห่พระบรมธาตุศรีจอมทองซึ่งอัญเชิญมาจากวัดพระธาตุจอมทองมาสู่นครเชียงใหม่ในทุก ๆ ปี ถือเป็นประเพณีของเจ้าหลวงเชียงใหม่และประชาชนทั้งหลาย ซึ่งปฏิบัติกันเป็นธรรมเนียมทุกปี ต่อมาทางราชการใช้วัดอินทราวาสเป็นสถานที่ประชุมตำบล อีกทั้งเป็นหน่วยเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกสภาจังหวัดทุกครั้ง
ต่างกับปัจจุบัน (พ.ศ.๒๕๔๐) ซึ่งเห็นได้ชัดว่าศรัทธาวัดเหลือน้อยลงมาก ทั้งวัดมีเพียงพระภิกษุอายุกว่า ๗๐ ปี อยู่ประจำวัดเพียงรูปเดียว และบางครั้งก็มีสามเณรมาพักชั่วคราวเพื่อไปเรียนหนังสือที่วัดในตัวเมืองเชียงใหม่
อาคารเสนาสนะของวัดอินทราวาส ได้แก่ ศาลาการเปรียญกุฏิสงฆ์ ศาลารอบพระวิหารและโรงครัว สำหรับโบราณวัตถุสถานของวัดอินทราวาสซึ่งล้วนแล้วแต่มีความงดงามนั้น ประกอบด้วย
พระวิหารทรงพื้นเมืองล้านนาขนาดเล็ก ด้านหน้าหลังคาช้อนสามชั้นลาดต่ำ ด้านหลังซ้อนสองชั้นสร้างขึ้นเมื่อ จ.ศ.๑๒๒๐ (พ.ศ.๒๔๐๑) ในสมัยพระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงษ์ (ตามบันทึกอักษรไทยวนที่เพดานวิหาร) ตัววิหารมีความงดงามมากโดยเฉพาะรูปทรงและลวดลายแกะสลักไม้ประดับตกแต่งราวบันไดที่ทอดไปสู่ตัววิหารเป็นปูนปั้นรูปพญานาค หน้าต่างวิหารด้านนอกทำเป็นลูกกรงไม้แกะสลักลาย โครงสร้างภายในเปิดให้เห็นหลังคาซึ่งมุงด้วยกระเบื้องดินขอ ภายในวิหารประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัย และจากคำบอกเล่าของพ่อน้อยตวง อาจารย์วัด ได้ความว่าเดิมในวิหารแห่งนี้มีพระพิมพ์มากถึง ๖๒๕ องค์ ติดอยู่ด้านหลังพระประธาน ปัจจุบันสูญหายไปหมดแล้ว รวมทั้งพระพุทธรูปหิน พระพุทธรูปไม้จันทน์และพระพุทธรูปไม้อื่นๆ จำนวนกว่า ๔๐ องค์
ระเบียงคด รอบพระวิหาร เข้าใจว่าน่าจะสร้างขึ้นพร้อมๆกับวิหาร
มณฑปจัตุรมุขแบบพื้นเมืองล้านนา สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในราวปี พ.ศ.๒๓๙๙-๒๔๑๒ (ในสมัยพระเจ้ากาวิโลรส-สุริยวงษ์) เพื่อเป็นที่หยุดพักขบวนแห่พระบรมธาตุศรีจอมทองและให้ประชาชนมาสรงน้ำพระธาตุ โครงสร้างทำด้วยไม้ เปิดโล่งไม่มีผนัง หน้าบันทำเป็นช่องตารางสี่เหลี่ยมแบบฝาปะกนตรงสันหลังทำปูนปั้นเป็นรูปตัวเหงา หลังคามุงด้วยกระเบื้องดินเผา
เสลี่ยงสำหรับหามบ้องไฟไปบูชา หรือคำโบราณเรียกว่า"ขาขะเหนีย" (กากะเยีย) ทำให้สวยงามแข็งแรง มีการสลักลวดลายดอกและรูปนาคลงรักชาดปิดทอง
กลองโยน หรือกลองบูชาซึ่งวัดอินทราวาสมีครบทุกลูกเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "กลองปูชา" (อ่าน "ก๋องปู่จา" ดูเพิ่มตามชื่อเรื่อง)
อาสน์สำหรับตั้งโกศพระบรมธาตุ
รางลินสำหรับรองน้ำสุคนธรสสินธุธาราหรือน้ำอบน้ำหอมที่ประชาชนนำมาสรงพระธาตุ
พระประธานในวิหาร มีความประณีตละเอียดสวยงาม
พระพิมพ์โลหะหล่อเป็นองค์ๆ รวมทั้งหมด ๖๒๕ องค์แบ่งเป็นแบบใบโพธิ์ปางมารวิชัยและแบบนาคปรก
ธรรมาสน์โบราณ
ทีบพระไตรปิฎก
ปัจจุบันนี้วัดอินทราวาสอยู่ในบัญชีของกรมศิลปากรซึ่งกำลังดำเนินการประกาศในราชกิจจานุเบกษา สิ่งสำคัญของวัดที่ขึ้นทะเบียนไว้แล้ว คือพระวิหารทรงพื้นเมือง มณฑปจัตุรมุขแบบพื้นเมืองและระเบียงคดรอบพระวิหารนอกจากนี้วัดอินทรา-วาสยังมีความสำคัญในฐานะที่เป็นโบราณสถานอันสวยงามในทุก ๆ ปีจะมีนักท่องเที่ยวตลอดจนผู้สนใจเข้าเยี่ยมชมและศึกษาวัดอินทราวาสอย่างสม่ำเสมอ
(เรียบเรียงจาก ประวัติวัดอินทราวาส (ต้นเกว๋น) ตำบลหนองควาย อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ พ.ศ.๒๕๑๕, ศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่วิทยาลัยครูเชียงใหม่ หน่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมศิลปกรรมท้องถิ่น จังหวัดเชียงใหม่ วิทยาลัยครูเชียงใหม่ ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่วัดสำคัญของนคเชียงใหม่ เล่ม ๑, กรมศาสนา กระทรวงศึกษาธิการประวัติวัดทั่วราชอาณาจักร พ.ศ.๒๕๓๓, สำนักพิมพ์สารคดี เพื่อความเข้าใจในแผ่นดินเชียงใหม่ พ.ศ.๒๕๔๐ และกรมศิลปากร การขึ้นทะเบียนโบราณสถานภาคเหนือ พ.ศ. ๒๕๒๕)
บุปผา คุณยศยิ่ง