เสื้อ 
เสื้อ ในภาษาล้านนามีความหมายสองสถาน ความหมายแรกหมายถึงวิญญาณที่คอยดูแลรักษาสถานที่ และเรียกตามชื่อของสิ่งที่ "เสื้อ" หรือ "ผีเสื้อ" นั้นดูแลรักษาอยู่ เช่น
เสื้อนา หมายถึง วิญญาณที่ดูแลรักษานา ซึ่งชาวบ้านมักสร้าง หอผีเสื้อนา ให้เป็นที่อยู่และรับเครื่องเช่นสังเวยโดยอาจอยู่ที่ดอนหัวนา ทำหิ้งติดกับต้นไม้ หรือทำซุ้มเล็ก ๆ ไว้กลางผืนนาก็ได้
เสื้อบ้าน เป็นวิญญาณที่ดูแลรักษาคนในหมู่บ้าน ซึ่งหมู่บ้านที่ไม่มีเสาใจบ้านมักจะสร้างหอผีเสื้อบ้านให้อยู่ โดยมากมักอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของหมู่บ้าน
เสื้อเมือง หมายถึงวิญญาณที่ดูแลรักษาเมือง
เสื้อไร่ หมายถึงวิญญาณที่ดูแลรักษาไร่
เสื้อวัด หมายถึงวิญญาณที่ดูแลรักษาวัด
เสื้อห้วย หมายถึงวิญญาณซึ่งมักเป็นเพศหญิงที่อาศัยอยู่ตามลำห้วยในป่า
ทั้งนี้ นอกจากจะเรียกว่า เสื้อ ดังกล่าวแล้ว ยังเรียกว่าผีเสื้อได้อีกด้วย (ดูเพิ่มที่ ผี)
ส่วนอีกนัยหนึ่ง เสื้อ หมายถึงสิ่งที่ใช้เพื่อการปกป้องคุ้มครอง เช่น เสื้อหมอน คือปลอกหมอน และโดยเฉพาะหมายถึงเครื่องสวมร่างกายท่อนบนซึ่งมักทำด้วยผ้า
จากหลักฐานภาพถ่ายที่ปรากฏทั่วไปนั้น อย่างน้อยในช่วงประมาณ พ.ศ.๒๕๕๐-๒๔๖๐ จะเห็นว่าการที่สตรีที่ยังไม่อยู่ในวัยชราหาบของไปขายที่ตลาดโดยสวมแต่สิ้น หรือผ้าชิ่น โดยไม่สวมเสื้อนั้นเป็นภาพปกติ ซึ่งย่อมสะท้อนว่าการไม่สวมเสื้อของคนทั่วไปเป็นเรื่องธรรมดา และแม้กระทั่งในยุคปัจจุบัน ก็ยังมีผู้อยู่กับบ้านโดยไม่ใส่เสื้อให้เห็นกันเสมออาจเป็นได้ที่ว่าในยุคก่อนที่ไม่ค่อยสวมเสื้อกันนั้น เป็นเพราะเสื้อผ้าเป็นสิ่งที่ทำได้ยากและหาได้ยาก และคนทั่วไปก็ยังมีรายได้ต่ำอีกด้วย
ชาวล้านนาทั่วไปในระยะแรกนั้นน่าจะตัดเสื้อสวมใส่โดยใช้ผ้าที่ปั่นและทอเอง โดยใช้วิธีนำเอาเสื้อตัวที่จะเป็นต้นแบบวางลงบนผืนผ้าแล้วตัดเย็บไปตามนั้น เสื้อที่ใช้อยู่ก็มีเพียงไม่กี่ตัว อย่างเช่นเสื้อผ้าใหม่ก็จะใช้ใส่ไปงานหรือไปวัด พอเก่าลงมาก็ใช้นุ่งไปตลาด เก่ากว่านั้นก็ใช้นุ่งนอน นุ่งอยู่กับบ้าน และนุ่งไปทำงานนอกบ้านอย่างไปไร่ไปนา ที่เก่ากว่านั้นก็ใช้รองนั่งที่เก่ากว่าผ้าใช้รองนั่งก็ทำเป็นผ้าขี้ริ้ว ที่เหลือจากผ้าขึ้ิ้ก็ให้หมาให้ไก่นอน เป็นต้น พอได้เสื้อใหม่ผ้าใหม่มาก็จะลดระดับความสำคัญของเสื้อผ้ารุ่นก่อนเรียกว่าการ ถ่ายน้อง คือนำเอาเสื้อใหม่มาไว้ใส่ไปงานหรือไปวัด ส่วนเสื้อผ้าที่เคยใช้ใส่ไปงานไปวัดก่อนหน้านั้นก็ลดไปใช้นุ่งไปดลาด ลดหลั่นกันไปตามลำดับทั้งนี้เสื้อผ้าจะหันหน้าน้อง หรือพบเสื้อผ้ารุ่นน้องก็ใช้เวลาเป็นปีกว่าจะเปลี่ยนได้ และเมื่อจะนำเสื้อผ้าใหม่มานุ่งนั้น ก็จะต้องเลือกวันให้ถูกโฉลก ดังนี้ "จักใส่เสื้อผ้านุงหื้สมฤทธิ.."
ออกค่ำ (ขึ้นหนึ่งค่ำ) ต้องอุบาทว์ บ่ดี
๒ ค่ำ คนเตมเรือนหนีจาก บดี
๓ ค่ำ ดีต่อเถ้า ปูนร้อยเท่าอยู่ทีฆา
๔ ค่ำ ได้อันดีบ่ยาก
๕ ค่ำ มีงัวควายเตมคอก มีข้าพอกเตมเรือน
๖ ค่ำ จักเจียรจาก ที่แท้หากเสียตน (จะถึงกับสิ้นชีวิต)
๗ ค่ำ ได้อันดีดั่งใจมัก
๘ ค่ำ อยู่ดีมีสุข
๙ ต่ำ ตนจักตายอนาถ เสื้อผ้าบ่ทันขาดปกไพ (จะตายก่อนผ้าผืนใหม่นั้นจะชำรุด)
๑๐ ค่ำ เจ็บหัวแสบไส้ ย่อมไข้อยู่ทั้งวัน
๑๑ ค่ำ เป็นดีใหม่หม้า แต่งฝากไพร่ฝ้าแลขุนนาง
๑๒ ค่ำ เงินเตมถงยุจ่าย ชู้แก้วม่ายมาชม (มีเงินเต็มถุงมีคนรักมาหา)
๑๓ ค่ำ หาอันใดบ่ได้
๑๔ ค่ำ จักฉิบหายจากอย่าว ทุกข์ไร้หากมาเปบียน (จะต้องจากบ้านและเดือดร้อน)
เดือนเพง (วันเดือนเพ็ญ) สินบ่ไร้ในเรือน ดี
แรมค่ำ บดี
แรม ๒ ค่ำ มีหลวงหลายหมู่ ลูกเต้าอยู่เตมเรือน ดี
แรม ๓ ค่ำ ดี
แรม ๔ ค่ำ ดี
แรม ๕ ค่ำ ไฟจักไหม้
แรม ๖ ค่ำ บดี
แรม ๗ ค่ำ ไพทางใดมีลาภ (ไปทางไหนก็ได้ลาภ) พี่น้องมนุสสากราบปูชา
แรม ๘ ค่ำ มักอันใดได้อันนั้น
แรม ๙ ค่ำ ท่านรักอย่าดี (มีคนรักคนยำเกรง)
แรม ๑๐ ค่ำ บดี
แรม ๑๑ ต่ำ บดี
แรม ๑๒ ค่ำ บดี
แรม ๑๔ ค่ำ ดี
แรม ๑๕ ค่ำ ดีนักแล
ทั้งนี้หากจะดูจากลักษณะคร่าวๆ แล้ว เสื้อของตนเมืองหรือชาวล้านนา เพศชายจะมีรูปแบบน้อยกว่าหญิง โดยที่เสื้อของชายนั้นจะเป็นแบบทรงกระบอกยาวถึงสะโพก แขนยาวหรือแขนสั้น ผ่าอกหรือผ่าครึ่งอก สวมคอ สีขาว ดำ หรือสีครามที่เรียกว่า "หม้อห้อม" มีกระเป๋าด้านหน้าที่บริเวณราวนมหรือที่ชายเสื้อก็ได้ แต่หากอยู่กับบ้านแล้ว ชายล้านนาตามพื้นราบมักจะไม่ใส่เสื้อ
เสื้อของชาวล้านนาทั้งหญิงและชายนั้น เมื่อดูจากลักษณะคอ จะพบว่ามีทั้งแบบที่ใส่โดยการสวมลงจากศีรษะโดยมีทั้งลักษณะคอกลม คอสามเหลี่ยม คอสี่เหลี่ยม คอห้าเหลี่ยม คอรูปโค้งหรือหยักเป็นลายประดับ ส่วนแขนเสื้อนั้นพบว่าเสื้อของสตรียังมีชนิดคล้ายกับผ้าแถบพันอกและมีสายโยงแขวนไว้กับบ่าทั้งสองด้าน มีเสื้อแขนสั้น แขนสามส่วนและแขนยาว ส่วนขนาดของเสื้อไม่จำเป็นต้องพอดีตัว คืออาจหลวมไปบ้างก็ถือว่าใช้ได้ ทั้งนี้พบว่า เสื้อของชาวล้านนามีหลายแบบ เช่น
เสื้อกงเฮง (อ่าน "เสื้อกงเฮง") หมายถึงเสื้อกุยเฮงแบบจีน เป็นเสื้อคอกลมผ่าอกตลอด ใช้เชือกผูกหรือใช้กระดุมถ้าย้อมด้วยสีครามแล้วมักจะเรียกว่า เสื้อหม้อห้อม
เสื้อก้อม หมายถึงเสื้อชั้นในหรือเสื้อคอกระเช้าของสตรีพบว่ามีทั้งชนิดที่ผ่าอกและชนิดที่ไม่ผ่าอก ซึ่งชนิดผ่าอกนั้นมักจะมีกระดุมห้าเม็ด และมักจะมีกระเป๋าที่ชายเสื้อด้านหน้าข้างละกระเป๋าด้วย
เสื้อคบหลองแดง (อ่าน "เสื้อกับหลองแดง") เป็นเสื้อของหญิงไทลื้อแบบเมืองเงิน เป็นเสื้อสีครามเข้ม มีผ้าซับในสีแดง สาบหน้าเฉียงแบบเดียวกับเสื้อพัดของหญิงไทลื้อแบบดั้งเดิมในแคว้นสิบสองพันนา นิยมแต่งสาบเสื้อด้วยแถบผ้าลายจกสลับสีสดใส มีแถบเงินห้อยตกแต่งตรงเอวทั้งสองข้างบางผืนตัดด้วยกำมะหยี่ ใช้ใส่ในฤดูหนาวหรือในโอกาสพิเศษ
เสื้อแขนบอก หมายถึงเสื้อแขนกระบอก ซึ่งมักมีช่วงตัวที่สั้นเสมอบั้นเอว แขนยาวเข้ารูป
เสื้อแขนพาด หมายถึงเสื้อคอกระเช้า หรือเสื้อชั้นในของสตรี
เสื้อดำ เสื้อที่ย้อมด้วยน้ำมะเกลือหรือน้ำคราม ไม่มีผ้าซับใน
เสื้อแต็บ ("แต็บ" แปลว่า ปิด) เป็นเสื้อแบบสตรีที่นุ่งปิดอก ทั้งนี้มีแบบชื่อแต็บหน้า ซึ่งเป็นแบบคอกลมผ่าอกแล่งตลอด มีกระดุมห้าเม็ด แขนสั้นต่อแขนและไหล่ตก มีกระเป๋าที่ชายเสื้อด้านหน้าสองกระเป๋า แบบแต็บจว้ายข้างเป็นแบบ "เสื้อป้าย" คือปิดกระดุมหรือมัดสายด้านข้าง
เสื้อบ่าห้อย คือเสื้อคอกระเช้า ถือเป็นเสื้อลำลอง ตัวเสื้อหลวม เย็บจีบห่าง ๆ ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ใช้ผ้าต่อขอบตัวเสื้อด้านบน มีเส้นด้ายถักหรือแถบผ้ากว้างประมาณหนึ่งนิ้วครึ่ง เย็บติดกับตัวเสื้อเป็นสายคล้องไหล่ทั้งสองข้างเป็นเสื้อแบบลำลองสำหรับสาวรุ่นชาวล้านนา บางแห่งเรียกว่าเสื้อห้อย
เสื้อป้าย คือที่มีกระดุมหรือต้องผูกเชือกทางด้านข้างของลำตัว โดยมากมักเป็นข้างซ้าย
เสื้อปีกริ้น (อ่าน "เสื้อปีกฮิ้น") หมายถึงเสื้อแขนกระบอกที่ใช้ผ้าชนิดบางมากทำเป็นตัวเสื้อ
เสื้อพัด (อ่าน "เสื้อปัด") คือเสื้อชนิดรัดรูปเอวลอยแขนยาว มีสาบหน้า ป้ายข้าง ติดกระดุมหรือผูกเชือกด้านข้างลำตัว พบว่าเสื้อพัดของหญิงชาวไทลื้อเป็นเสื้อสีครามเข้มรัดรูป เอวลอย ชายเสื้อยกลอยขึ้นทั้งสองข้าง มีสาบหน้าเฉียงป้ายข้าง ผูกด้วยเชือกหรือแถบผ้าเล็กๆ ที่มุมด้านซ้ายหรือขวาของลำตัว หรือใช้แผ่นเงินดุนลายเกี่ยวกันไว้ นิยมแต่งสาบเสื้อโดยการขลิบด้วยแถบผ้าสีต่างๆ ประดับด้วยกระดุมเม็ดเล็กๆเรียงกัน
เสื้อมิสสคี คือเสื้อผ้าป่านบาง ผ่าครึ่งอก ติดกระดุมสองเม็ด มักมีกระเป๋าที่ชายเสื้อด้านหน้า
เสื้อรัด เสื้อรัดทรงของสตรี
เสื้อหม้อห้อม เสื้อที่ย้อมในหม้อบรรจุน้ำห้อม หรือน้ำคราม
เสื้อหมอน หมายถึงปลอกหมอน
เสื้ออก หมายถึงเสื้อที่หญิงสูงอายุชอบใช้ เป็นเสื้อเย็บพอดีตัว มีลักษณะอย่างผ้าพันรอบอกเท่านั้น ไม่มีแขน
เสื้ออุ่น เสื้อกันหนาว
เสื้อแอวลอย เสื้อที่มีชายแค่สะเอว
เสื้อของชาวชนเผ่า
ไทลื้อ เสื้อของสตรีเป็นเสื้อสีครามอมดำแขนยาว ตัวเสื้อรัดรูป เอวลอย มีสาบหน้าเฉียงมาผูกกันด้วยเกลียวด้ายตรงมุมด้านซ้ายหรือขวาของลำตัวก็ได้ เสื้อนี้เรียกว่า เสื้อพัด(อ่าน "เสื้อปัด") สาบเสื้อนิยมขลิบด้วยแถบผ้าสีต่างๆ เสื้อท่ใส่ในโอกาสพิเศษหรือในหน้าหนาวจะมีผ้าสีแดงซับในที่เรียกว่าเสื้อคบหลองแดง (อ่าน "เสื้อก๊บหลองแดง") ส่วนเสื้อที่ไม่มีผ้าซับเรียกว่า เสื้อดำ ผ้าซิ่นของหญิงไทลื้อมีความเด่นที่ลวดลายซึ่งมักอยู่ตรงกลางซิ่น ส่วนตีนเป็นสีพื้น มีหัวซิ่นอีกหนึ่งชิ้นเย็บต่อกันเป็นถุง
เสื้อของชายมีลักษณะคล้ายเสื้อหม้อห้อม เป็นเสื้อแขนยาวสีดำคราม บางตัวเป็นเสื้อเอวลอย ขลิบด้วยแถบผ้าสีต่างๆ มีผืนผ้าเย็บต่อจากสาบหน้าป้ายมาติดกระดุม สวมกางเกงเป้าต่ำ กันใหญ่ ขาใหญ่ ในพิธีกรรมนั้นชายชาวไทลื้อจะมีผ้าเช็ด (อ่าน "ผ้าเจ็ด") ที่ทอมีลวดลายงดงามพาดบ่าอีกด้วย
ไทเขิน เสื้อชั้นนอกของหญิงไทเขินมักมีสีสวยสดและผ้าซิ่นก็มีหลายสีและมีลวดลายต่างๆ เสื้อที่หญิงสาวทั่วไปนิยมใช้นั้นไม่มีปก จะใช้เชือกหรือเกลียวด้ายผูกที่เอวคล้ายเสื้อพัด(อ่าน "เสื้อปัด") รัดรูป ชายเสื้อยาวกว่าเสื้อของชาวไทลื้อ ตรงเอวจะกางออกเหมือนเสื้อของสตรีในราชสำนักพม่า มักใช้ผ้าสีชมพูอ่อนโพกหัว ผ้าซิ่นมีหลายสี ที่ใช้กันมากคือเขียวอ่อนหรือสีกุหลาบ มีริ้วสีต่างๆ หลายริ้ว ปกติซิ่นของไทเขินมักจะยาวระพื้น
เสื้อของชายไทเขินแบบเดิมจะเป็นเสื้อผ้าฝ้ายทอมือแขนสามส่วน มักเป็นเสื้อคอกลมผ่าหน้าใช้กระดุม หากใช้เสื้อแบบไทใหญ่สวมข้างนอกแล้ว เสื้อข้างในจะเป็นเสื้อยืดหรือเสื้อขาวคอปก ส่วนผ้าโพกศีรษะสีขาวหรือสีตุ่น และกางเกงเป็นแบบขาก๊วยสีคราม
ไทใหญ่ เสื้อของหญิงไทใหญ่อาจเป็นเสื้อแขนสั้นหรือแขนยาวก็ได้แต่ขนาดพอดีตัว ไม่รัดแน่นเกินไป ชายเสื้ออยู่สูงกว่าเอวเล็กน้อย ผ้าที่ใช้ตัดเสื้อเป็นผ้าเนื้อบางหลากสี นุ่งชิ่นแบบพม่าคือเป็นผ้าทอของพม่า โดยนุ่งแบบขมวดปมและไม่นิยมรัดเข็มขัด
ส่วนเสื้อของชายชาวไทใหญ่มีสองชั้น เสื้อชั้นนอกเป็นเสื้อคอกลมแขนยาวผ่าอกตลอดและติดกระดุมแบบจีน เสื้อชั้นในมักเป็นเสื้อเชิ้ตคอปกแขนยาว ให้คอปกเสื้อโผล่พ้นคอเสื้อชั้นนอกออกมา กางเกงเป็นแบบกางเกงขาก๊วยนุ่งทบชายสองข้างขมวดปมตรงกลาง โพกศีรษะด้วยผ้าแพรสีอ่อนหรือใช้ผ้าขนหนูแทนก็ได้
กะเหรี่ยง เสื้อของหญิงกะเหรี่ยงสาวโสดจะเป็นชุดทรงกระสอบสีขาว มีลวดลายตกแต่งเล็กๆ น้อย ๆ อาจมีลายแดงตรงอก และอาจมีชายครุยสีแดงยาวปล่อยชาย เมื่อสตรีแต่งงานแล้วก็จะแต่งชุดสองท่อน โดยผ้าถุงสีแดงมีลายขวางตามตัวเป็นเส้น ๆ สีน้ำตาล ดำ หรือฟ้า ส่วนเสื้อก็จำแนกออกไปตามกลุ่ม โดยสตรึกะเหรี่ยงสะกอจะใช้เสื้อแขนกุดแหวกคอสีดำหรือน้ำเงินอมดำ ครึ่งล่างของเสื้อปักลวดลายทรงเรขาคณิตด้วยด้ายสีแดงปักลูกเดือย มีพู่และชายครุยประกอบถึงชายเสื้อบริเวณเอว ส่วนสตรีกะเหรี่ยงโปซึ่งแต่งงานแล้วจะใช้เสื้อแขนกุดแหวกคอเช่นกัน แต่สีพื้นเสื้อเป็นสีแดงอ่อนหรือสีน้ำหมากครึ่งล่างของตัวเสื้อปักลวดลายละเอียดอยู่ในกรอบเส้นตรงแนวนอนเป็นช่อง ๆ
สตรีกะเหรี่ยงทั้งสองกลุ่มใส่สร้อยลูกปัดสีต่างๆ ทำจากกะลามะพร้าว ต่างหูทำด้วยเงินหรืองาช้าง สวมกำไลเงินตั้งแต่ข้อมือถึงต้นแขน และนิยมติดกิ๊บผมอีกด้วย ชายทั้งกะเหรี่ยงสะกอและกะเหรี่ยงโปสวมเสื้อแขนกุดคอแหวก มีชายต่ำกว่าเอว สีและลวดลายคล้ายกันในแนวดั้ง กางเกงขาก๊วยสีน้ำเงินเข้มหรือดำ โพกหัวด้วยผ้าสีแดงน้ำหมาก ขาว หรือน้ำตาล มีย่ามสีขาวแทรกแถบแดงเล็กๆ และชายกะเหรี่ยงทั้งสองกลุ่มนิยมสักตามตัวและโคนขา มักมีมีดด้ามงาช้างและประดับฝักมีดด้วยลายเงิน ในพิธีกรรมจะนุ่งผ้าถุงพื้นสีแดงมีลายตามขวาง
มัง เสื้อของสตรีชาวม้งนั้นเป็นเสื้อสีดำแขนยาวและเกือบจะเรียกได้ว่าเอวลอย มีปกเสื้อด้านหลัง ด้านหน้าผ่ากลางหรือพับไปทางซ้าย มีลวดลายตกแต่งงดงาม ด้านหลังเสื้อตกแต่งด้วยเหรียญเงินเก่า มีผ้าคาดเอวสีดำพูแดงเป็นชายครุยกระโปรงทอด้วยป่านจากใยของต้นกัญชา ย้อมเย็นให้เป็นสีน้ำเงินอมดำ มีลายจากที่เขียนด้วยขี้ผึ้งแบบบาติก ทำจีบรอบตัวต่อเอวด้วยผ้าขาวและใช้ผ้าสีตกแต่งกระโปรงด้วยวิธีกุ้นผ้าแล้วเย็บซ่อนตะเข็บและปักด้วยด้ายสี มีสนับแข้งสีดำ ผมขมวดเป็นมวยใส่หมวกผ้าหรือโพกผ้าสีดำหรือมีลายปัก มีต่างหูและมีห่วงคอทำด้วยเงินโปร่ง ๓-๔ วงซ้อนกัน และมีกำไลทำด้วยเงินอีกด้วย
เสื้อของชายชาวม้งเป็นเสื้อเอวลอย ซึ่งเห็นได้ชัดเจนโดยสวมทับเสื้อชั้นในสีขาว นุ่งกางเกงแบบขาก๊วยสีดำ มีผ้าคาดเอวสีแดงคาดทับด้วยเข็มขัดเงิน มีห่วงเงินคล้องคออันเดียวสวมหมวกผ้าไม่มีปีกสีดำและมีจุกสีแดงอยู่กลางหมวก
มูเซอ หรือ ลาหู่ ชนเผ่ามูเซอหรือลาหูนี้สามารถแบ่งออกได้เป็นสี่กลุ่ม และแต่ละกลุ่มมีลักษณะเฉพาะในการแต่งกายดังนี้
มูเซอดำ หรือ ลาหุ่นะ สตรีชาวมูเซอดำจะสวมเสื้อคอกลมแขนยาวสีดำ ชายเสื้อยาวลงมาเหมือนเสื้อคลุม ผ่าหน้าแล้วป้ายทับมาทางขวา กระดุมผ้าประดับด้วยเม็ดเงินครึ่งวงกลมรอบคอและเลยไปทางใต้รักแร้ขวา ปลายแขนเสื้อและต้นแขนใส่ลายขาวแดงเล็กๆ ด้านข้างของกระโปรงทั้งสองข้างมีแถบลวดลายประมาณ ๒-๓ นิ้วฟุต ยาวจากใต้รักแร้จนถึงปลายชายเสื้อ ใช้ผ้าโพกศีรษะสีดำ นิยมใช้ย่ามแดงปักลายขาวดำและมีพู่หลายสีติดอยู่ด้วย ผ้าซิ่นของหญิงมูเซอดำมีลายโปร่งสีขาวและแดงคาดตามขวาง
ชายชาวมูเซอดำจะสวมเสื้อคอกลมแขนยาวสีดำ ที่อกมีแผ่นเสื้อปิดทับไปทางขวา มีลวดลายตามขอบเป็นลายเล็กๆมีกระดุมฝัง ๓-๔ เม็ด ส่วนกางเกงนั้นเป็นกางเกงสีดำ เป้าต่ำมีลวดลายสีแดงขาวเล็กๆ อยู่ที่ปลายขา
มูเซอแดง หรือ ลาหู่ยี สตรีมูเซอแดงจะนุ่งเสื้อเอวลอยคอกลมแขนยาวผ่าหน้า พื้นตัวเสื้อสีดำหรือน้ำเงินกุ้นสีแดงรอบคอ สาบปลายแขน ต้นแขนและชายเสื้อด้วยสีแดงประดับแผ่นเงินกลมๆ เหมือนโล่ที่อกและตรงสาบเสื้อเรียงเป็นแถวตามแนวสาบ ๒-๓ อัน และมีเครื่องเงินประดับรอบคอและตัวเสื้อ นุ่งซิ่นหัวที่มีหัวสีแดงตัวชิ่นสีดำลายแดงสลับดำเป็นริ้วใหญ่หรือละเอียดพาดลำตัว ตีนชิ่นสีแดง มีย่ามสีแดงและชายครุยแดง เนื่องจากหญิงสาวของชนกลุ่มนี้ใช้เสื้อผ้าสีแดงเป็นส่วนใหญ่ จึงได้ชื่อว่ามูเซอแดง
ชายชาวมูเซอแดงใช้เสื้อคอกลมแขนยาวสีดำผ่าหน้าปักลวดลายจางๆ ที่สาบหน้าอก มีหมวกหรือผ้าโพกหัวสีดำสะพายย่ามสีแดงมีชายครุยสีแดง
มูเซอฌี หรือ มูเซอเหลือง สตรีของชนกลุ่มนี้ใช้เสื้อคอกลมแขนยาวสีดำผ่าหน้า มีเครื่องตกแต่งทำด้วยเงินตามตัวเสื้อชายเสื้อและสาบเสื้อเป็นลายเรขาคณิต ผ้าซิ่นเป็นสีดำหัวซิ่นมีลวดลายสีแดง ขาว เหลืองแทรกอยู่ตามขวาง ตีนซิ่นมีลายขอบเล็กน้อย อีกทั้งยังมีย่ามสะพายสีแดงลายเหลืองขาวเป็นต้น
ชายชาวมูเซอเหลืองนุ่งเสื้อคอกลมพื้นดำแขนยาวผ่าหน้าอก แต่งลวดลายด้วยแถบสีแดงขาวเหลืองที่สาบเสื้อ คอปลายแขน และต้นแขน กางเกงเป็นแบบเป้าต่ำสีดำ มีลายประดับสีแดง ขาว เหลืองเป็นแนวขวางจากปลายขาถึงใต้เข่า
มูเซอเชเล หญิงมูเซอกลุ่มนี้สวมเสื้อคอกลมแขนยาวผ่าหน้าอก ชายเสื้อยาวลงมาเหนือเข่า กันขอบขาวตามแนวผ่าด้านหน้า ด้านข้างและชายเสื้อ แขนเสื้อกันสีขาวและแต่งลายขาวคาดรอบๆ แขนเป็นวงๆ ห่างกันจากข้อมือถึงไหล่ประมาณ๕-๖ วง ตกแต่งด้วยเครื่องประดับทำด้วยเงินตามตัวเสื้อและสาบเสื้อ ย่ามสะพายสีขาวมีชายครุย และมีสนับแข้งสีดำ ส่วนหญิงที่แต่งงานแล้วจะไม่ใส่สนับแข้งและการตกแต่งที่ตัวเสื้อจะน้อยกว่าเสื้อของหญิงสาว
ชายชาวมูเซอเชเลนุ่งเสื้อคอกลมสีดำแขนยาวผ่าอกตกแต่งด้วยลายเหลืองแดงภายในเสื้อ เมื่อใส่เสื้อแล้วจะไม่เห็นลวดลายนี้ สวมกางเกงสีดำเป้าต่ำ มีผ้าคาดเอวสีขาวและสะพายย่ามสีแดง
เย้า (เมี่ยน) สตรีชาวเย้าสวมเสื้อสีน้ำเงินหรือดำ คอกลมแขนยาวผ่าหน้า ปลายแขนกุ้นผ้าขาวเล็กน้อย มีพวงมาลัยทำจากผ้าและด้ายสีแดงปัดให้ฟูประดับที่คอเสื้อและสาบเสื้อทั้งสองด้าน ด้านหลังของเสื้อก็มีลวดลายปัก กางเกงพื้นดำหรือน้ำเงินขายาวลงมาถึงข้อเท้า ปักลวดลายเรขาคณิตเต็มตัวกางเกง ผ้าโพกศีรษะสีดำหรือน้ำเงินปักลวดลายหลากสีและลายขาวเป็นทางยาว ประดับด้วยสร้อยเงิน กำไลเงิน แถบเงินหน้าอกและด้านหลัง ต่างหูเงิน แหวนเงิน
ชายชาวเย้านุ่งเสื้อเอวลอยคอกลมแขนยาวสีน้ำเงินเข้มตัวเสื้อด้านซ้ายพาดมาทับด้านขวา มีกระดุมเงินกลัดอยู่บริเวณเกือบใต้รักแร้ขวา แขนเสื้อและคอกุ๊นด้ายขาว กางเกงเป้าต่ำสีน้ำเงินเข้ม ผ้าคาดเอวสีดำหรือน้ำเงินปักลวดลาย เมื่อคาดแล้วห้อยชายไปด้านหลัง
ลีซอ (ลีซู) ในกลุ่มชาวลีซอลายนั้น หญิงสาวหรือออกเรือนแล้วจะนุ่งกางเกงดำเป้าต่ำ สนับแข้งแดงกั้นขอบน้ำเงินเสื้อสีน้ำเงินหรือเขียวทรงกระสอบ ผ่าหน้าลงมาคืบกว่าๆ จากคอและผ่าข้างแบบจีน ส่วนเสื้อคลุมจะเป็นแบบผ่าข้างสีตองอ่อนหรือสีฟ้า คาดเอวด้วยผ้าดำผูกไปข้างหลัง มีพู่เป็นสายหลากสีซึ่งที่ปลายสายมีตุ้มด้ายกลมดิดอยู่กับแต่ละสาย รอบคอและแขนมีลายผ้าเย็บติดกันด้วยผ้าต่างสีเป็นดั่งแถบรุ้ง อันเป็นเหตุที่มาของชื่อ "ลีซอลาย" ใส่หมวกผ้าสีดำประดับด้วยพู่หลากสีมีสร้อยเงินประดับที่คอ ๒-๓ ชั้น และมีแผงเงินเต็มหน้าอกมีกำไลเงินทั้งสองแขน ต่างหูเงิน นับว่าเป็นเผ่าที่มีสีสันมากที่สุดในบรรดาชาวเขาทั้งหมด
ส่วนหญิงชาวลีซอแมเล จะเห็นได้ว่าสวมกางเกงขายาวสีดำกันปลายด้วยผ้าสีขาว เสื้อคลุมคอกลมแขนยาวสีดำผ่าอกตลอดยาวลงมาถึงเข่าหรือมากกว่านั้น ผ่าข้างขึ้นถึงบริเวณสะโพกกันด้วยผ้าขาวตามขอบทั้งด้านหน้าและผ่าข้าง มีผ้าขาวคาดทับช่วงแขนท่อนบนเป็นวงประมาณ ๔-๕ วง โพกศีรษะด้วยผ้าขาว
ชายชาวลีซอลายนั้นนุ่งกางเกงสีตองอ่อนหรือสีฟ้า ใส่เสื้อขาว เมื่อมีงานพิธีจะนุ่งกางเกงเป้าต่ำสีน้ำเงิน เสื้อดำหรือกำมะหยี่ดำคอกลม แขนยาว ผ่าหน้าหรือป้ายมาทับด้านขวาประดับด้วยเงินรอบคอและสาบเสื้อ หมวกดำหรือขาว มีพู่หลากสีเป็นชายเข็มขัดห้อยไว้ด้านหน้าสองพวง ยาวประมาณหนึ่งศอก
อีก้อ เนื่องจากชาวเขาเผ่าอีก้อแบ่งเป็นกลุ่มย่อยได้อย่างน้อยสามกลุ่ม มีชื่อเรียกต่างกัน แต่การแต่งกายไม่แตกต่างกันมากนัก ดังนี้
อีก้ออูโล ผู้หญิงนุ่งกระโปรงจีบรอบตัวสีดำหรือน้ำเงินอมดำ สนับแข้งสีน้ำเงินอมดำปักผ้าแถบหลากสี มีเข็มขัดผ้าปักเบี้ยหงายเต็มตัวเข็มขัด เสื้อคอกลมแขนยาวผ่าหน้า ปลายแขนกันด้วยผ้าแถบเล็กๆ เรียงกันหลายสีจากข้อมือถึงข้อศอกสาบเสื้อกันด้วยแถบผ้าแดงตลอดความยาว ด้านหลังเสื้อปักด้วยลายเรขาคณิต อยู่ในกรอบเส้นตรงหลายๆ เส้นที่ขนานกับชายเสื้อ ปักสูงขึ้นไปประมาณครึ่งหนึ่งของตัวเสื้อ ด้านข้างทั้งสองของเสื้อผ่าจากชายสูงขึ้นไปหนึ่งคืบ หมวกผ้ารูปกรวยคว่ำยอดกรวยป้านประดับด้วยเม็ดเงินกลมผ่าซีกเรียงกันเป็นแถว ๆ ตามแนวนอนสลับกับกระดุมเล็กๆ และแถบผ้าสีจากหน้าผากขึ้นไปถึงยอดหมวกโดยปักเป็นวงรอบหมวก มีพู่ผ้าห้อยลงมาจากยอดหมวกหลายพู่พร้อมกับลูกปัดเส้นยาวหลากสีหลายเส้น ห้อยเหรียญเงินแบบเก่าตามขอบหมวกบริเวณหน้าผากและจอนหู สายรัดคางทำด้วยลูกปัดร้อยเป็นเส้นหลายสีหลายเส้น มีกำไลแขน มีห่วงเงินรอบคอ มีแผ่นเงินกลมแบนปิดหน้าอก ที่ต่างหูมีลูกเดือยหินร้อยเป็นเส้นประดับไว้ด้วย ทั้งนี้หญิงอีก้ออูโลมักมีย่ามสีดำตกแต่งด้วยแถบผ้าแดงปักลวดลายโปร่งหลากสีบนพื้นดำ
ชายชาวอีก้อเผ่านี้นุ่งกางเกงเป้าต่ำสีน้ำเงินเข้ม เสื้อคอรูปตัวยูสีดำหรือน้ำเงินเข้ม ผ่าข้างจากชายเสื้อสูงขึ้นไปเล็กน้อยปักลายโปร่งรอบตัวตามชายเสื้อและด้านข้างจนถึงใต้รักแร้
อีก้อโลมิ หรือ โลมิซา หญิงชาวเผ่านี้สวมกระโปรงจีบรอบตัวสีดำหรือสีหม้อห้อม (น้ำเงินเข้ม) ปักลาย เสื้อคอกลมแขนยาวสีดำหรือสีหม้อห้อมผ่าหน้าอก ชายเสื้อยาวพอประมาณผ่าด้านข้างทั้งสองด้านจากชายสูงขึ้นไปประมาณหนึ่งคืบ ด้านหลังปักลายโปร่งเต็มหลัง แขนเสื้อกันผ้าแถบสีต่างๆ จากข้อมือถึงใต้รักแร้ เข็มขัดผ้าประดับด้วยเบี้ยหงายและลูกเดือยแห้งมีย่ามดำปักด้วยลวดลาย ซึ่งลายที่ปักเสื้อ ย่ามและสนับแข้งจะใช้สีและลวดลายที่เข้าชุดกัน หมวกเป็นหมวกผ้ามีเม็ดเงินกลมผ่าครึ่งร้อยเรียงเป็นแถวจากหน้าผากไปถึงท้ายทอยและด้านข้างเหนือหู ด้านหลังหมวกบริเวณท้ายทอยใช้กล่องเงินสี่เหลี่ยมคางหมูแบบแบนมีลวดลายปิดทับด้านหลัง โดยให้ด้านเล็กชี้ขึ้นด้านบน ด้านแบนติดท้ายทอย ตกแต่งด้วยพวงมาลัยผ้าสีแดงและพวงลูกปัดหลากสี มีลูกกลมทำด้วยเงินโปร่งประดับด้านข้างของใบหน้าด้านละหลายลูก ห้อยเหรียญเงินแบบเก่าตามแนวจอนผมถึงขากรรไกรล่าง สายรัดคางทำด้วยลูกปัดหลากสี แขวนห่วงเงินที่คอ แผงเงินกลมที่อกและมีลูกเดือยร้อยเป็นเส้นประดับตามเสื้อและย่าม
ชายชาวอีก้อโลมินุ่งกางเกงเป้าต่ำสีดำหรือหม้อห้อมเสื้อเป็นเสื้อแขนยาว มีแถบผ้าปิดสาบหน้ามีลวดลาย ปักลายด้านหลังเสื้อครึ่งตัวจากด้านล่าง
อีก้อผาหมี หญิงอีก้อกลุ่มนี้นุ่งกระโปรงจีบรอบตัวสีดำหรือหม้อห้อม สนับแข้งสีดำหรือหม้อห้อมปักลวดลาย เสื้อดำหรือหม้อห้อมคอกลมแขนยาวผ่าหน้า ปักลายกุ๊นผ้าสีต่างๆจากข้อมือถึงเกือบใต้รักแร้ ลายเสื้อด้านหลังปักลายโปร่งด้วยสีต่างๆ เกือบเต็มหลังตามแนวนอน มีแถบเงินเม็ดเล็กและแผงกลมใหญ่ทำด้วยเงินกับเหรียญเงินสลับกันเป็นแผงเต็มอก หมวกผ้ามีเม็ดเงินกลมผ่าซีกประดับรอบศีรษะ มีสายลูกปัดหรือสายเงินทำเป็นสายรัดคาง
ชายชาวอีก้อผาหมีนุ่งกางเกงเป้าต่ำสีดำหรือหม้อห้อมเสื้อคอกลมแขนยาวผ่าหน้าสีดำหรือหม้อห้อม มีกระดุมเงินติดชิดกันเป็นแถวตามแนวสาบ ชายเสื้อยาวมากผ่าด้านข้างเล็กน้อยแล้วปักลายขาวเป็นเส้นขนานกับชายเสื้อ ห่างกันแต่ละเส้นประมาณ ๑.๕ นิ้วจนถึงใต้รักแร้ ด้านล่างสุดของสาบเสื้อกันผ้าแดงเป็นแถบเล็กๆ หนึ่งแถบ
ลวะ หรือ ละว้า ในชีวิตประจำวันนั้น หญิงลวะจะสวมเสื้อขาวแขนสั้นกันด้วยด้ายสี ตัวเสื้อทำจากผ้าทอที่เย็บต่อเป็นผืนเดียวกัน ผ้าซิ่นมีพื้นเป็นสีดำมีลายผ้าแบบมัดหมี่เป็นแถบยาวในแนวนอนคั่นตลอด มีแถบที่ชายซิ่นเป็นแถบใหญ่ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นสีแดงหรือชมพูเหลือบด้วยสีเหลือง มีสนับแข้งทำด้วยผ้าสีดำหรือน้ำเงินเข้ม นิยมสวมสร้อยเงินเม็ดหรือลูกปัดสีแดงหรือส้มหลายเส้น ใส่ต่างหูเงินหรืองาช้างและเสียบด้ายต่างหูสีสวยยาวลงมาจนถึงไหล่ มีสนับแขนหรือผ้าหุ้มแขนอย่างแขนเสื้อสีดำหรือหม้อห้อม ครั้นมีพิธีกรรม เช่นงานศพ งานแต่งงานหรือเลี้ยงผีแล้ว หญิงลวะจะใส่เสื้อสีดำทับบนเสื้อขาว เสื้อดำนี้จะมีลายสีแดงแนวตั้งที่ข้างลำตัว บางแหล่งมีลายดอกปักอยู่ทางด้านหลังอีกด้วย
ชายชาวลวะจะใส่เสื้อขาวแขนยาวทับเสื้อยืด นุ่งกางเกงเป้าต่ำสีขาว เหน็บมีดงาช้าง ศีรษะโพกผ้าสีแดงหรือชมพู หากแต่งตัวเป็นเจ้าบ่าวแล้วจะนุ่งผ้าคล้ายโจงกระเบนทับกางเกงและพันเอวด้วยแถบผ้าที่ใส่เงินตราอีกด้วย
(เรียบเรียงจาก เสื้อผ้านุ่งเมือง วัฒนธรรมแต่งกายเมืองลำปางโดยศักดิ์ รัตนชัย พ.ศ.๒๕๓๙, การแต่งกายพื้นเมืองเชียงใหม่ โดยศูนย์วัฒนธรรมเชียงใหม่และศูนย์ศิลปวัฒนธรรมสถาบันราชภัฏเชียงใหม่ พ.ศ.๒๕๓๙, ผ้าล้านนา ยวน ลื้อ ลาว โดยทรงศักดิ์ ปรางค์วัฒนากุล และแพทรีเซีย ซีสแมน พ.ศ.๒๕๓๐ และ สารานุกรมกลุ่มชาติพันธุ์ "ละว้า"สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเพื่อพัฒนาชนบท มหาวิทยาลัยมหิดล จัดพิมพ์เนื่องในวโรกาสฉลองสิริราชสมบัติครบ ๕๐ ปี ในปีพุทธศักราช ๒๕๓๙)
อุดม รุ่งเรืองศรี
เสื้อแขนหลุด/เสื้อแขนแขนกุด
ชุดละอ่อน (เด็ก)
เสื้อคอสุบ เสื้อบ่าห้อย
เสื้อ ๕ ดูกผู้หญิง
เสื้อแบบเชียงแสน เสื้อแบบจว้ายขว้างหรือพัดข้าง
เสื้อแขนยาว เสื้อแขนสั้น
เสื้อ๕ดูกผู้ชาย
หนุ่มสาวชาวไทลื้อ
การแต่งกายแบบไทใหญ่
คอสุบเจาะ
คอตั้ง
คอป้าน คอพับ (ปั๊ด)
คอแหลม
คอสี่เลี่ยม (เหลี่ยม)
คอห้าเลี่ยม (เหลี่ยม)
คอพัดเหลี้ยม (ปัดเหลี้ยม)
คอพัดมน (ปั๊ดมน)
คอป้าน คอพัด (ปั้ด)
คอมน
คอสี่เลี่ยมมน (เหลี่ยม)
คอน้ำตัน
คนเถ้า(เฒ่า)ไปวัด
เสื้อยะวา
ชุดทำงานอยู่บ้าน-เดี่ยวสะดอ-เสื้อหม้อห้อม
ชุดออกไปธุระนอกบ้าน