Arts in Southeast Asia
ฐานข้อมูลศิลปกรรมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ศิลปกรรมยอดนิยม
Most Popular
ศิลปกรรมล่าสุด
Latest
ถ้ำผาลายภูผายนต์
ภาพสลักต่างๆ นั้นสามารถแยกประเภทได้ดังนี้1. ภาพคน มีทั้งหมด 21 ภาพ มีทั้งภาพคนที่เหมือนจริงและภาพกึ่งเหมือนจริง ภาพเหมือนจริงคือภาพที่บ่งบอกลักษณะว่าเหมือน เช่น ภาพเหมือนคนซึ่งเน้นแสดงโครงภายนอก ไม่มีรายละเอียดของอวัยวะ เช่น หู ตา ปาก จมูก นิ้วมือ นิ้วเท้า มีจำนวน 9 ภาพ เป็นภาพเด็ก 2 ภาพ ผู้ใหญ่ 7 ภาพ ส่วนภาพกึ่งเหมือนจริงคือภาพที่บ่งบอกลักษณะว่าเป็นคนโดยสัดส่วน แต่จะคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง เช่น หัวคนเป็นรูปสี่เหลี่ยมหรือแขน ขา ไม่เน้นให้เห็นกล้ามเนื้อ แต่มีอวัยวะที่สำคัญครบส่วน เช่น หู ตา ปาก จมูก ไม่มีนิ้วมือ นิ้วเท้า ภาพประเภทนี้ มี 12 ภาพ2. ภาพมือ มีเพียงภาพเดียว เป็นภาพมือขวาหงายมือแสดงอุ้งมือ มีนิ้ว 6 นิ้ว3. ภาพสัตว์ มีทั้งหมด 21 ภาพ ภาพปลา 8 ภาพ ภาพนก 4 ภาพ ภาพสุนัข 2 ภาพ กระรอกหรือกระแต 1 ภาพ ภาพควาย 1 ภาพ วัวหรือควาย 4 ภาพ กบหรือเขียด 1 ภาพ4. ภาพลวดลายเรขาคณิต เป็นเส้นตรง เส้นโค้ง หรือทำเป็นลวดลายต่างๆ มีรูปสี่เหลี่ยม สามเหลี่ยม กากบาท หัวลูกศร สามเหลี่ยมขนมเปียกปูน ลายเส้นเดียว ลายเส้นเรียงแถวกัน ลายเส้นตัดกันไปตัดกันมาจนหารูปทรงที่แน่นอนไม่ได้ซึ่งพบเป็นจำนวนมาก5. ภาพสิ่งของเครื่องใช้ เช่น ภาพที่คล้ายไถ เครื่องมือทำนาแสดงเฉพาะส่วนหัวที่เรียกว่า "หัวหมู" หรือ "ผาล" อยู่ตอนปลาย นอกจากนี้ยังมีรูปจอบมีด้ามและรูปพัดสำหรับพัดให้กระแสลมพัดข้าวเมล็ดลีบออก 6.ภาพอาคาร มีลักษณะคล้ายบ้าน 2 ภาพ เป็นทรงบ้านหลังคาสามเหลี่ยมหน้าจั่ว ภาพหนึ่งมีสุนัขอยู่ข้างในบ้าน อีกภาพหนึ่งเป็นบ้านที่มียอดหลังคาไขว้คล้ายเรือนกาแล หรือเถียงนาในภาคอีสาน และมีภาพคล้ายคนอยู่ในบ้าน
สกลนคร
ก่อนประวัติศาสตร์
3,500 ปี
จิตรกรรม
จิตรกรรมพระโพธิสัตว์ จิตรกรรมในเจดีย์อโลปเย
พระโพธิสัตว์เหล่านี้แต่งตัวคล้ายคลึงกับศิลปะปาละอย่างมาก เช่น การทรงมงกุฎที่มีกระบังหน้าสามตาบ การทรงยัชโญปวีตตวัดเป็นรูปตัว S และการนุ่งผ้านุ่งเป็นริ้ว รวมถึงการปรากฏดอกไม้สองดอกขนาบทั้งสองข้างอย่างสมมาตรย่อมแสดงให้เห็นอิทธิพลปาละตอนปลายอย่างมาก จิตรกรรมเองก็ใช้สีโทนร้อนตามอย่างปาละ ทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นว่าจิตรกรรมดังกล่าวคงมีอายุอยู่ในสมัยพุกามตอนต้น
จิตรกรรมจิตรกรรมประกอบซุ้มในเจดีย์ปยาตองสู
ซุ้มประตูของเจดีย์ปยาตองสูตกแต่งด้วยจิตรกรรมอย่างน่าสนใจ โดยตามเคล็กมีการถมด้วยลวดลายพันธ์พฤกษาแทนกลายเทวดาตามแบพุกามตอนปลาย ท่ปลายสุดของซุ้มปรากฏรูปกินนร-กินนรีกำลังยกมือไหว้ ซึ่งลวดลายนี้จะเป็นต้นแบบให้ศิลปะสุโขทัยและล้านนาในศิลปะไทย น่าสังเกตว่ากินนรกินนรีที่นี่สวมมงกุฎที่ประดับด้วยตามสามเหลี่ยมอันแสดงแรงบันดาลใจจากศิลปะปาละอย่างชัดเจน
สถาปัตยกรรมมัสยิดอับดุลกัฟฟูร์
เป็นมัสยิดที่ได้รับอิทธิดลตะวันตกอย่างมากมาย ทั้งในแง่ของเสาแบบโรมัน อาร์คที่ต่อเนื่องกันตามระบบ loggia ลวดลายที่ขื่อและการใช้โดมแบบตะวันตก โดยมีแผงด้านหน้าตกแต่งแบบศิลปะบารอก ในขณะเดียวกันเอง องค์ประกอบเล็กน้อย เช่นหอคอยปลอมขนาดเล็ก กลับถูกนำมาใช้ตกแต่งแทนที่ถ้วยรางวัลในศิลปะบารอก หอคอยขนาดเล็กเหล่านี้เป็นสิ่งเดียวที่แสดงออกถึงความเป็นอิสลามในมัสยิดแห่งนี้
สถาปัตยกรรมโดมของมัสยิดอับดุลกัฟฟูร์
เป็นมัสยิดที่ได้รับอิทธิพลตะวันตกอย่างมากมาย ทั้งในแง่ของเสาแบบโรมัน อาร์คที่ต่อเนื่องกันตามระบบ loggia ลวดลายที่ขื่อและการใช้โดมแบบตะวันตก โดมที่นี่มีลักษณะตามแบบคลาสิกในศิลปะตะวันตกอย่างมาก การรองรับโดมกลางเป็นอาร์คโค้งรองรับตามระบบ Pendentive ถัดขึ้นไปมีขื่อ รองรับคอโดมที่มีหน้าต่างโดยรอบสลับกับเสาไอโอนิก ด้านบนสุดเป็นโดมที่มี rib ต่อเนื่องจากเสาโดมข้นไปถึงบนยอด ทั้งหมดนี้เป็นระบบโดมแบบคลาสิกซึ่งแตกต่างไปจากโดมแบบอิสลามอย่างชัดเจน
สถาปัตยกรรมมัสยิดจามา
ประตูทางเข้าของมัสยิดจามามีหอคอยปลอมจำนวนสองหอขนาบทางเข้า หอคอยนี้มีองค์ประกอบคือ เป็นหอคอยสี่เหลี่ยมซ้อนขึ้นไปหลายชั้นตามแบบหอคอยที่นากอร์ดารกาห์ (Nagore Dargah) อันเป็นสุสานของ Sufi Saint องค์สำคัญในรัฐทมิฬนาฑุ อินเดียใต้ หอคอยแบบนี้ยังปรากฏที่สุสานนากอร์ดารกาห์จำลองในสิงคโปร์และที่ปีนังอีกด้วย
สถาปัตยกรรมนากอร์ดารกาห์
นากอร์ดารดาห์เป็นสุสานจำลอง ไม่ได้เป็นมัสยิด ด้วยเหตุนี้ องค์ประกอบของแผ่นผังจึงมีลักษณะเป็นห้องสุสานมากกว่าที่จะเป็นโถงสำหรับการทำละหมาด ที่มุมทั้งสี่ปรากฏหอคอยซ้อนขึ้นไปเป็นชั้นๆ โดยเป็นหอคอยปลอม หอคอยดังกล่าวนี้เป็นการจำลองหอคอยที่นกาอร์ดารกาห์ในรัฐทมิฬนาฑุของอินเดียใต้ โดยต่อมาได้กลายเป็นนิยมสำหรับหอคอยหลายแห่งในประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์
สถาปัตยกรรมอาคารศาลฎีกาเก่า
อาคารศาลฎีกาเก่า สร้างข้นในแผนผังแบบพัลลาเดียนเช่นเดียวกับอาคารสถานที่ราชการแห่งอื่นๆในสิงคโปร์ คือ เป็นอาคารในผังรูปตัว E มีมุขด้านหน้าและมีการชักปีกออกมาสองข้าง ตรงกลางเป็นมุขซึ่งมี Pediment สามเหล่ยมแบบกรีก-โรมัน รองรับด้วยเสาโครินเธียนจำนวนหนึ่ง ด้านบนสุดมีโดม ซึ่งมีคอโดมประดับด้วยเสาสลับกับซุ้มหน้าต่าง ด้านบนสุดของโดมมีหอ Lantern องค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมทั้งหมดนี้วนแต่เป็นแบบคลาสิก ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่นิยมใช้กับสถานที่ราชการในสมัยอาณานิคมอังกฤษ ทั้งในอินเดีย มาเลเซียและสิงคโปร์
สถาปัตยกรรมมุขด้านหน้าของอาคารศาลฎีกาเก่า
อาคารศาลฎีกาเก่า สร้างข้นในแผนผังแบบพัลลาเดียนเช่นเดียวกับอาคารสถานที่ราชการแห่งอื่นๆในสิงคโปร์ คือ เป็นอาคารในผังรูปตัว E มีมุขด้านหน้าและมีการชักปีกออกมาสองข้าง ตรงกลางเป็นมุขซึ่งมี Pediment สามเหล่ยมแบบกรีก-โรมัน รองรับด้วยเสาโครินเธียนจำนวนหนึ่ง ด้านบนสุดมีโดม ซึ่งมีคอโดมประดับด้วยเสาสลับกับซุ้มหน้าต่าง ด้านบนสุดของโดมมีหอ Lantern องค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมทั้งหมดนี้วนแต่เป็นแบบคลาสิก ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่นิยมใช้กับสถานที่ราชการในสมัยอาณานิคมอังกฤษ ทั้งในอินเดีย มาเลเซียและสิงคโปร์