บ้านโพธิ์แจ้(Ban Pho Chae)

ชุดข้อมูล

รหัสชุดข้อมูล : TPN-SKN101-001

ชื่อหมู่บ้าน/ชุมชน : บ้านโพธิ์แจ้

สถานที่ : หมู่ 1 บ้านโพธิ์แจ้ ต. บางน้ำจืด อ. เมืองสมุทรสาคร จ. สมุทรสาคร

บทวิเคราะห์

บทวิเคราะห์ : “ชื่อหมู่บ้านว่า “โพธิ์แจ้” และ “โพแจ้” มีปรากฏการใช้งานด้วยกัน อยู่ 2 แบบ โดยคำทั้งสองนั้น มีความหมายตามรูปคำ หมายถึง “หมู่บ้านที่มีต้นไม้ที่ชื่อ โพ/โพธิ์ ขนาดเล็ก” เพราะคาว่า “แจ้” แปลว่า “เตี้ย” เป็นคำแสดงคุณลักษณ์ขยายต้นโพธิ์ ว่าเป็น ต้นโพธิ์เตี้ย



จากข้อมูลเอกสารเหล่านี้พบว่า หมู่บ้านแห่งนี้มีขนาดใหญ่ที่สุดในพื้นที่ และมีวัดโพแจ้เป็นศูนย์กลางของหมู่บ้านใกล้เคียง อาทิ “รางโพแจ้” มีปรากฏในแผนที่ทางรถไฟคลองสาน-มหาไชย พ.ศ. 2439 ส่วนคำว่า“ตำบลโพแจ้” และ “วัดโพแก้ว มีปรากฏในแผนที่จังหวัดสมุทรสาคร พ.ศ. 2469 และ “ว.โพแจ้” มีปรากฏในแผนที่แสดงอาณาเขตตาบลบางกระดี่และตำบลลูกวัว พ.ศ. 2471151 ส่วนเอกสารจดหมายเหตุ มีปรากฏ “ตำบลโพแจ้” จากเท่าที่ค้นพบในเอกสาร 2 ชิ้น คือ เอกสารกรมการเพาะปลูก กระทรวงเกษตร พ.ศ.2470 ที่ได้กล่าวถึง ราษฎรในพื้นที่ตำบลโพแจ้ได้ลงชื่อเข้าขอรับพันธุ์ข้าวเบาและข้าวกลาง จำนวนมากถึง 46 ราย จากทั้ง 10 หมู่ในตำบลโพแจ้ อาทิ นายเหล็ง หมู่ 1 นายชื่น หมู่ หมู่ 1 นายนิ่ม หมู่ 5 นางดา หมู่ 3 เป็นต้น และ ปาฐกถาของขุนสุคนธวิทศึกษาการผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรสาคร พ.ศ.2477 โดยให้ภาพในอดีตของพื้นที่บริเวณนี้ว่าเป็นนาข้าวที่มีผลอผลิตเทียบเท่ากับในอำเภอกระทุ่มแบบที่มักได้รับรางวัลเสมอๆ อีกทั้งยังแหล่งเกษตรกรรมที่สาคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดสมุทรสาคร ดังความว่า



“ข้าวในตำบลคอกกระบือ โพแจ้ และบางปิ้ง อาเภอเมืองสมุทรสาคร และข้าวในตำบลต่างๆ อำเภอกระทุ่มแบน นับว่าเป็นข้าวพันธุ์ที่ดีได้ขายได้ราคาสูง ในการประกวดพันธุ์ข้าว ข้าวในเขตอำเภอกระทุ่มแบนก็เคยได้รับรางวัลที่ 1 และมีข้าวที่จัดในลำดับที่ดีอีกกว่า 10 ชนิด แต่การทำนาข้าวในตำบลต่างๆ ของอำเภอเมืองสมุทรสาครยังมิได้รับการช่วยเหลือจากการชลประทานเต็มที่ จึงมีได้และเสียไม่เป็นปกติแล้วแต่ฝนฟ้าจะอำนวยเท่านั้น เช่นในปีนี้ในตำบลคอกกระบือ และโพแจ้ซึ่งเป็นนาดำเพราะเหตุที่ในแล้งผิดปกติ ฝนไม่ตกฤดูกาล ต้องทำนาโดยวิธีหว่าน เช่น นาในเขตอำเภอบ้านแพ้ว แม้กระนั้นก็ดี ข้าวไม่ได้รับความชุ่มชื้นจากน้ำฝนเพียงพออยู่ในเกณฑ์ที่จะต้องเสียหายไม่ต่ากว่า 10,000 ไร่



ส่วนชื่อบ้านที่สะกดด้วยคาว่า “โพธิ์แจ้” จะเกี่ยวข้องกับ “ต้นโพธิ์พระ” ดังความที่ผู้ให้ข้อมูล-1 เล่าว่า เมื่อก่อนพื้นที่ตั้งหมู่บ้าน มีต้นโพธิ์เตี้ยๆ ขึ้นอยู่มาก แต่ปัจจุบันหายไปหมดแล้ว ซึ่งก็เป็นเรื่องราวที่สอดคล้องกับผู้ให้ข้อมูล-2 ที่ได้กล่าวในลักษณะเดียวกันและได้สันนิษฐานเพิ่มเติมด้วยเหตุที่ต้นโพธิ์ในหมู่บ้านนี้เตี้ยแคระนั้น อาจเป็นเพราะดินมีความเค็ม เพราะพื้นที่นี้ได้รับอิทธิพลน้ำทะเลรุกทำให้น้ำกร่อย ส่วนใหญ่คำสัมภาษณ์ที่มาของชื่อหมู่บ้านมักเชื่อมโยงถึงวัด และความศรัทธาในพุทธศาสนา เนื่องด้วยต้นโพธิ์เป็นต้นไม้สิริมงคล และเป็นสัญลักษณ์ที่สื่อความหมายถึงเหตุการณ์ที่พระพุทธเจ้าทรงผจญมารและตรัสรู้อีกด้วย ส่วนข้อมูลประวัติวัดโพธ แจ้ ได้กล่าวถึงชื่อเดิมและการปรากฏคำว่า “โพธิ” มาอย่างน้อย ตั้งแต่ พ.ศ. 2466 ความว่า



วัดโพธิ์แจ้เมื่อเป็นสำนักสงฆ์ใหม่ๆ ชาวบ้านเรียกกันว่า “วัดตายิ้ม” ตามนามผู้สร้าง เมื่อได้สร้าง อุโบสถเสร็จเพื่อ พ.ศ. ๒๔๖๖ ได้จารึกนามไว้ว่า วัดโพธิ์ศิริราช (สันนิษฐานไม่ได้ว่าเพราะเหตุใดจึง ตั้งชื่อนี้) ดังที่ปรากฏอยู่หน้าบันของอุโบสถหลังเก่าจนทุกวันนี้ และการที่เรียกชื่อกันว่า “วัดโพธิ์แจ้” มาถึงปัจจุบันนี้ชาวบ้านเรียกชื่อตามนามตำบลโพธิ์แจ้



อาจกล่าวได้ว่า แต่เดิมนั้น หมู่บ้านนี้ชื่อ “โพแจ้” แต่ต่อมา ได้ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น “โพธิ์แจ้” ด้วย กระบวนการแปลงรูปคำไทยเป็นคำบาลี จาก “โพ” เป็น “โพธิ์” เพื่อให้เป็นสิริมงคล หรือ อาจเป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อนของเจ้าหน้าที่บันทึกชื่อหมู่บ้านในยุคหลัง จากเอกสารจดหมายเหตุ ในช่วง พ.ศ.2470-2477ท าให้เห็น ความสำคัญของบ้านโพแจ้ ในฐานะส่วนหนึ่งของแหล่งปลูกข้าวที่สำคัญแห่งหนึ่งของสมุทรสาคร และความ เปลี่ยนแปลงของพื้นที่ในสมัยถัดมา



อันที่จริง ในทางพฤกษศาสตร์ “โพ” กับ “โพธิ์” เป็นต้นไม้คนละชนิดกัน กล่าวคือ “โพธิ์” หมายถึง ต้น โพธิ์พระ (Ficus religiosa) หรือเป็นที่รู้จัดทั่วไป คือ ต้นพระศรีมหาโพธิ์ โพธิ์ชนิดนี้เป็นไม้วงศ์มะเดื่อ (FICUS) อีก ทั้งยังเป็นพืชต่างถิ่น  แต่เติบโตได้ในสภาพแวดล้อมทั่วไปโดยเฉพาะน้ าจืด มีขนาดสูงใหญ่ มีความเกี่ยวข้องกับพุทธ ศาสนา เนื่องจากเป็นสัญลักษณ์เหตุการณ์พระพุทธเจ้าผจญมารและตรัสรู้ ไม้ชนิดนี้จึงมีความสัมพันธ์กับความสิริ มงคล ส่วน “โพ” ในที่นี้ หมายถึง ต้นโพทะเล (Thespesia populnea) พืชประจำถิ่นน้ำกร่อย โพชนิดนี้เป็นไม้ วงศ์ชบา (MALVACEAE) พบได้เฉพาะพื้นที่ป่าน้ำกร่อย อาทิ บริเวณจังหวัดสมุทรสาคร สมุทรสงคราม และ สมุทรปราการ เป็นต้น



หากพิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างสภาพแวดล้อมและภูมินามแล้ว จะเห็นความเปลี่ยนแปลงของสังคม วัฒนธรรมที่น่าสนใจ ความเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมดังกล่าว คือ ในหลักฐานประวัติศาสตร์ล้วนเขียนชื่อบ้าน และ อื่นๆ ว่า “โพแจ้” จึงมีความเป็นไปได้ว่า ดั้งเดิมในพื้นที่มีภูมิประเทศแบบที่ลุ่มและป่าน้ำกร่อย ต่อมาเมื่อมีการเข้า มาตั้งบ้านเรือนและขยายพื้นที่ทางการเกษตร รวมไปถึงการขุดคลองมากขึ้นทำให้เป็นสภาพแวดล้อมน้ำจืด ชื่อของ โพทะเล ก็อาจจะสูญหายไป เนื่องจากการถอยร่นของระบบน้ำกร่อยในระบบนิเวศถูกผลักดันเพื่อกิจกรรมทาง การเกษตร

ความหมายของคำ

คุณลักษณ์ : แจ้

พืช : โพธิ์

ความหมายตามมโนทัศน์

คำตั้งต้นภูมิศัพท์ : บ้าน

ส่วนขยายภูมิศัพท์ : มโนทัศน์

มโนทัศน์-คำหลัก : โพธิ์

มโนทัศน์-คำขยาย 2 : แจ้

ผู้มีส่วนร่วม

รูปแบบลิขสิทธิ์ : สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์

คลังข้อมูลดิจิทัล : ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)

Gallery