ข่าวจารึก

The Princess Maha Chakri Sirindhorn Anthropology Centre
  • images

ประเพณีบวงสรวง 'เจ้าพ่อศรีเทพ' ค้นพบหลักฐานใหม่ทางโบราณคดี

ประเพณีบวงสรวง 'เจ้าพ่อศรีเทพ' ค้นพบหลักฐานใหม่ทางโบราณคดี

QR-code edit
เวลาที่โพส

โพสต์เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2562 เวลา 17:00:21

บทความโดย : ชื่อผู้ดูแลระบบ

        "อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ" เป็นโบราณสถานสำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดเพชรบูรณ์ มีพื้นที่ครอบคลุมโบราณสถานในเมืองเก่าศรีเทพ ศรีเทพเป็นเมืองโบราณที่อยู่ในท้องที่อำเภอศรีเทพ เดิมมีชื่อว่า "เมืองอภัยสาลี" ถูกค้นพบเมื่อสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพเสด็จไปตรวจราชการมณฑลเพชรบูรณ์ และได้ทรงเรียกเมืองนี้เสียใหม่ว่า "เมืองศรีเทพ" เมื่อปี พ.ศ.๒๔๔๗-๒๔๔๘

          เมืองโบราณศรีเทพนี้มีลักษณะเป็นเมืองซ้อนเมืองขนาดใหญ่ ที่ตั้งของเมืองอยู่ในชุมทาง ที่สามารถติดต่อกับภาคอื่นๆ ได้สะดวก ดังนั้น จึงได้รับอิทธิพลทางศิลปวัฒนธรรมจากอาณาจักรข้างเคียงมาผสมผสาน เช่น ศิลปะทวารวดี ศิลปะขอม เป็นต้น เมืองศรีเทพสร้างขึ้นในยุคของขอมเรืองอำนาจ ซึ่งคาดว่ามีอายุไม่ต่ำกว่า ๑๐๐๐ ปี โดย ดูจากหลักฐานทางสถาปัตยกรรม ศิลปกรรม และวัฒนธรรมที่ตกทอดมาถึงปัจจุบัน ซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและมีความเจริญสูงสุดทางด้านสถาปัตย กรรมและศิลปกรรม สันนิษฐานว่าเจริญอยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๑๑ ถึงพุทธศตวรรษที่ 16

         เมืองศรีเทพอยู่ห่างจากตัวเมืองเพชรบูรณ์ประมาณ ๑๐๗ กิโลเมตร มีเนื้อที่ประมาณสองพันไร่เศษ มีกำแพงเมืองที่ก่อด้วยดินล้อมรอบและมีคูเมืองนอกกำแพง มีประตูเมืองทั้งสี่ทิศ ภายในเมืองมีปรางค์สมัยลพบุรีอยู่สององค์ เรียกว่า ปรางค์องค์พี่และปรางค์องค์น้อง ทางทิศเหนือนอกกำแพงเมืองออกไปมีสระน้ำสองแห่ง ชื่อสระแก้วกำแพงเมืองออกไปมีสระน้ำสองแห่ง ชื่อสระแก้วและสระขวัญ ในสมัยก่อนเมืองศรีเทพต้องส่งส่วยน้ำจากสระทั้งสองนี้ เพื่อนำไปใช้ทำน้ำพิพัฒน์สัตยา เพราะถือว่าเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์

        ส่วนการสำรวจทางโบราณคดี กรมศิลปากรได้ดำเนินการ สำรวจ ขุดค้น ศึกษาและพัฒนาบรรดาโบราณสถานและโบราณวัตถุในเมืองศรีเทพตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๒๑ โดยทำการบูรณะและบำรุงรักษาสิ่งก่อสร้างให้มั่นคงถาวร จนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมโบราณสถานยอดเยี่ยมอีกแห่งหนึ่งของเมืองไทย

        ทุกๆ ปี จังหวัดเพชรบูรณ์พร้อมด้วยส่วนราชการต่างๆ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคเอกชน จัดประเพณีบวงสรวงเจ้าพ่อศรีเทพ ซึ่งเป็นงานประเพณีสำคัญที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในวันขึ้น ๓ ค่ำ เดือน ๓ ณ บริเวณศาลเจ้าพ่อศรีเทพ 

        งานประเพณีดังกล่าวจัดขึ้นตามคติความเชื่อของประชาชน เป็นงานบวงสรวงต่อเทพยดาสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองผู้ปกปักรักษา ดลบันดาลโชคลาภ อำนวยความร่มเย็น คุ้มครองปัดเป่าภัยพิบัติแก่ผู้เลื่อมใสศรัทธาที่มาบนบาน ขอพรจนประสบผลสำเร็จและสมปรารถนาอย่างอัศจรรย์ จึงประกอบพิธีบวงสรวงจัดเครื่องสังเวยบูชาเจ้าพ่อศรีเทพและบริวารเพื่อแสดงความเคารพเลื่อมใสศรัทธาเจ้าพ่อศรีเทพ ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นเจ้าเมือง นักรบผู้ทรงพละกำลังและอำนาจแห่งเมืองโบราณศรีเทพ

        การจัดงานบวงสรวงเจ้าพ่อศรีเทพปีนี้เริ่มต้นในวันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ มีกิจกรรมเฉลิมฉลองออกร้านและการจัดมหรสพทางด้านวัฒนธรรม ได้แก่ การจำหน่ายสินค้าราคาถูก การแสดงสินค้าหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ การออกร้านของกิ่งกาชาดอำเภอศรีเทพและส่วนราชการ ในภาคค่ำมีการแสดงโขนกรมศิลปากร ชุดรามราชจักรี ประกอบด้วยตอนปราบนนทก สีดาหาย ถวายพล และยกรบ สำหรับวันรุ่งขึ้น มีขบวนแห่ธิดาเจ้าพ่อศรีเทพและข้าวต้มมัดใหญ่ซึ่งมีการตกแต่งริ้วขบวนอย่างงดงาม

        พิธีบวงสรวงวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ พราหมณ์อ่านโองการ พนักงานลั่นฆ้องประโคมสังข์ กลอง แตร อัญเชิญดวงวิญญาณเจ้าพ่อศรีเทพและทวยเทพยดามารับเครื่องเซ่นสังเวย โปรยข้าวตอกดอกไม้ ปักธูปถวายข้าวต้มมัดใหญ่และมอบรางวัลแก่ผู้ชนะการประกวดคนดีศรีเทพ ธิดาเจ้าพ่อศรีเทพ ขบวนแห่เจ้าพ่อศรีเทพ และการประกวดขนมจีนน้ำยา

        ทั้งนี้ กรมศิลปากรได้ค้นพบหลักฐานใหม่ทางโบราณคดีที่ค้นพบบริเวณอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ นั่นก็คือ "เทวรูปพระนารายณ์" ซึ่งเป็นโบราณวัตถุชิ้นล่าสุดที่ค้นพบบริเวณคูเมืองด้านทิศตะวันตก ทำด้วยหินทราย ลักษณะประติมากรรมมีเฉพาะช่วงพระวรกาย ส่วนพระเศียรและตั้งแต่พระพาหุทั้งสองข้างรวมไปถึงส่วนล่างตั้งแต่ใต้พระชานุทั้งสองข้างหักหายไป


        ชิ้นประติมากรรมมีลวดลายสลักเป็นผ้าคาดลวดลายสลักเป็นผ้าคาดเอวและชายผ้านุ่งอย่างชัดเจน ขนาดความสูงประมาณ ๘๐ เซนติเมตร กว้าง ๓๐ เซนติเมตร หนา ๒๐ เซนติเมตร จัดเป็น "ศิลปะแบบเทวรูปรุ่นเก่า" ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับเทวรูปที่พบในเมืองศรีเทพเองและในเขตพื้นที่อื่น เช่น เขตจังหวัดนครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี ปราจีนบุรี รวมไปถึงแหล่งโบราณคดีบริเวณปากแม่น้ำโขง ประเทศเวียดนาม ซึ่งเคยสุราษฎร์ธานี ปราจีนบุรี รวมไปถึงแหล่งโบราณคดีบริเวณปากแม่น้ำโขง ประเทศเวียดนาม ซึ่งเคยเป็นเมืองท่าของอาณาจักรฟูนัน จัดอยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๑๒ ร่วมสมัยกับวัฒนธรรมทวารวดีและวัฒนธรรมเขมรสมัยพนมดา

        นอกจากนี้ ยังมีการขุดลอกสระแก้ว สระน้ำศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งพบหลักฐานทางโบราณคดีหลายอย่างที่บ่งบอกถึงความสำคัญของสระแก้วในสมัยโบราณ เป็นสระขนาดใหญ่รูปสี่เหลี่ยมด้านเท่า แต่ละด้านยาวประมาณ ๑๕๐ เมตร ลึก ๑๐ เมตร จากการขุดลอกพบทางลงสระเป็นบันไดศิลาแลงลดหลั่นกันลงไป และยังพบจารึกตัวอักษรปัลวะ ภาษาสันสกฤต อายุราวพุทธศตวรรษที่ ๑๒ ซึ่งกำลังดำเนินการอ่านและแปลโดยผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาโบราณ รวมถึงโบราณวัตถุอีกหลายประเภท เช่น เศษภาชนะดินเผา เบี้ยดินเผา เครื่องถ้วยเขมร กระดูกช้าง หินบด โกลนหิน เป็นต้น

        จากหลักฐานในเบื้องต้น สระแก้วอาจมีอายุถึง ๑๓๐๐ ปี มาแล้ว ซึ่งตรงกับสมัยทวารวดี ช่วงพุทธศตวรรษที่ ๑๒ จากการกำหนดอายุเบื้องต้นจากจารึกอักษรปัลวะที่พบนั่นเอง

ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ วันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ 

เบอร์โทร

+66 2 8809429

อีเมล

webmaster@sac.or.th

แฟกซ์

+66 2 8809332

ที่อยู่

ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) เลขที่ 20 ถนนบรมราชชนนี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ 10170