จารึก

The Princess Maha Chakri Sirindhorn Anthropology Centre

จารึกวัดเทพจันทร์

จารึก

จารึกวัดเทพจันทร์ ด้านที่ ๑

QR-code edit Share on Facebook

เวลาที่โพส โพสต์เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา 17:17:52

ชื่อจารึก

จารึกวัดเทพจันทร์

ชื่อจารึกแบบอื่นๆ

ศิลาจารึกอักษรไทย ภาษาไทย สมัยอยุธยา, หลักที่ ๙๑ ศิลาจารึกวัดเทพจันทร์

อักษรที่มีในจารึก

ไทยอยุธยา

ศักราช

พุทธศักราช ๒๒๗๗

ภาษา

ไทย

ด้าน/บรรทัด

จำนวนด้าน ๑ ด้าน มี ๒๐ บรรทัด

ผู้อ่าน

ประสาร บุญประคอง (พ.ศ. ๒๕๐๗), (พ.ศ. ๒๕๑๓)

ผู้ปริวรรต

ประสาร บุญประคอง (พ.ศ. ๒๕๐๗), (พ.ศ. ๒๕๑๓)

ผู้ตรวจ

คณะกรรมการจัดพิมพ์เอกสารทางประวัติศาสตร์ สำนักนายกรัฐมนตรี (พ.ศ. ๒๕๑๓)

เชิงอรรถอธิบาย

๑. พันธุ์ทิพย์ ธีระเนตร : “ศุภมัสดุ” มาจากภาษาสันสกฤต ศุภํ + อัสตุ หมายถึง ขอความดี, ความงามจงมี
๒. พันธุ์ทิพย์ ธีระเนตร : “อาทิ” หมายถึง ต้น
๓. พันธุ์ทิพย์ ธีระเนตร : “๒๒๘๘” เมื่อพิจารณาจากจุลศักราชที่ปรากฏในบรรทัดเดียวกันว่า “…จุลศักราช ๑๐๙๖” ทำให้ทราบว่า พุทธศักราชที่ถูกต้อง คือ ๒๒๗๗
๔. พันธุ์ทิพย์ ธีระเนตร : “สังขยา” หมายถึง การนับ, การคำนวณ
๕. พันธุ์ทิพย์ ธีระเนตร : “ปีขาล” (ปีเสือ) เป็นปีนักษัตรลำดับที่ ๓ ใน ๑๒ นักษัตร คนไทยรับการเรียกปีเช่นนี้มาจากขอม
๖. พันธุ์ทิพย์ ธีระเนตร : “ฉศก” หมายถึง ปีที่ลงท้ายด้วย ๖ เช่น ในที่นี้ก็คือ ๑๐๙๖
๗. พันธุ์ทิพย์ ธีระเนตร : “จุลศักราช” เป็นศักราชที่รับมาจากพม่า มีการใช้อย่างแพร่หลายทั้งในล้านนา สุโขทัย และ อยุธยา อายุน้อยกว่าพุทธศักราช ๑๑๘๑ ปี (ดังนั้นหากต้องการทำให้เป็นพุทธศักราช ให้นำเลขจุลศักราชบวกด้วย ๑๑๘๑)
๘. พันธุ์ทิพย์ ธีระเนตร : “อธิการ” หมายถึง เจ้าอาวาส
๙. พันธุ์ทิพย์ ธีระเนตร : “วัดจงกรม” ปัจจุบันเป็นวัดร้าง ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตก เฉียงเหนือของ วัดศรีโพธิ์ ตำบลคลองสระบัว อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีเจดีย์แปดเหลี่ยมระฆังเรียวสูง ใต้องค์ระฆังของเจดีย์ประธานมีซุ้ม ซึ่งครั้งหนึ่งเคยมีบันทึกว่าเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางลีลา ๑๖ องค์ ในลักษณะทำทักษิณาวรรต โดยรอบเจดีย์ อันเป็นที่มาของชื่อวัดจงกรม แต่ปัจจุบันพระพุทธรูปดังกล่าวได้สูญหายไปหมดแล้ว วัดจงกรม เป็นวัดที่ไม่มีบันทึกการสร้าง แต่มีผู้สันนิษฐานว่าเป็นวัดที่มีมาก่อนกรุงศรีอยุธยา บริเวณวัดยังปรากฏโบราณสถานที่สร้างขึ้นในสมัยอยุธยา เช่น โบสถ์ วิหาร และเจดีย์เหลี่ยมบนฐานสูง
๑๐. พันธุ์ทิพย์ ธีระเนตร : “มัคนายก” พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ ให้ความหมายไว้ว่า “ผู้นำทาง คือผู้จัดการทางกุศล หรือผู้ชี้แจงทางบุญทางกุศลและป่าวประกาศให้ประชาชนมาทำบุญทำกุศลในวัด”
๑๑. พันธุ์ทิพย์ ธีระเนตร : “ทายก” หมายถึง ผู้ถวายจตุปัจจัยแก่ภิกษุสามเณร หากเป็นผู้หญิงเรียกว่า ทายิกา
๑๒. พันธุ์ทิพย์ ธีระเนตร : “ปฏิสังขรณ์” ความหมายในสมัยโบราณหมายถึง การรื้อถอนลงแล้วสร้างขึ้นใหม่ โดยอาจมีรูปแบบหรือตำแหน่งเดิมหรือไม่ก็ได้ ต่างจากปัจจุบันซึ่งหมายถึง การทำให้กลับคืนสู่สภาพอย่างที่เคยเป็นมา
๑๓. พันธุ์ทิพย์ ธีระเนตร : “วิหาร” ในสมัยพุทธกาลหมายถึงที่อยู่ของสงฆ์ แต่ต่อมาความหมายเปลี่ยนไป โดยมักหมายถึงอาคารที่ประดิษฐานพระพุทธรูปคู่กับโบสถ์
๑๔. พันธุ์ทิพย์ ธีระเนตร : “ปัจจัย” ในที่นี้ หมายถึง เงิน
๑๕. พันธุ์ทิพย์ ธีระเนตร : “ก่อ” หมายถึง สร้าง
๑๖. พันธุ์ทิพย์ ธีระเนตร : “ชั่ง” เป็นมาตราเงินเท่ากับ ๒๐ ตำลึง (๘๐ บาท) หากเป็นมาตราชั่งจะเท่ากับน้ำหนัก ๑,๒๐๐ กรัม
๑๗. พันธุ์ทิพย์ ธีระเนตร : “พระปฏิมากร” หมายถึง พระพุทธรูป
๑๘. พันธุ์ทิพย์ ธีระเนตร : “ตำลึง” เป็นมาตราเงินเท่ากับ ๔ บาท หากเป็นมาตราชั่งจะเท่ากับ ๖๐ กรัม
๑๙. พันธุ์ทิพย์ ธีระเนตร : “หน้ามุข” หมายถึง ส่วนที่ยื่นออกมาจากอาคาร
๒๐. พันธุ์ทิพย์ ธีระเนตร : “ช่อฟ้า” เป็นองค์ประกอบส่วนยอดของอาคารประเภทอุโบสถหรือวิหาร
๒๑. พันธุ์ทิพย์ ธีระเนตร : “หางหงส์” เป็นองค์ประกอบของเครื่องลำยอง (ตัวไม้แกะสลักปิดหัวท้ายเครื่องมุงหลังคา) หรือรวยระกาโดยอยู่ในส่วนล่างสุด
๒๒. พันธุ์ทิพย์ ธีระเนตร : “ดาวเพดาน” คือ รูปดอกบัวบนฝ้าเพดานของอุโบสถและวิหาร ซึ่งหากมองขึ้นไปจะเหมือนรูปดวงดาวที่กระจายอยู่บนท้องฟ้า
๒๓. พันธุ์ทิพย์ ธีระเนตร : “สลึง” เป็นมาตราเงิน เท่ากับ ๒๕ สตางค์ หากเป็นมาตราชั่งจะเท่ากับเงินหนัก ๑ ใน ๔ บาท หรือ ๓. ๗๕ กรัม
๒๔. พันธุ์ทิพย์ ธีระเนตร : ประสาร บุญประคอง อ่านครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๗ เป็น “ครืย” และให้เป็นคำว่า “คือ”
๒๕. ประสาร บุญประคอง : “สิริ” หมายถึง รวม
๒๖. พันธุ์ทิพย์ ธีระเนตร : “เฟื้อง” มาตราเงิน เท่ากับ ๘ อัฐ
๒๗. พันธุ์ทิพย์ ธีระเนตร : “มะโรง” (งูเล็ก) เป็นปีนักษัตรที่ ๕ ใน ๑๒ นักษัตร
๒๘. พันธุ์ทิพย์ ธีระเนตร : “อัฐศก” คือปีที่ลงท้ายด้วย ๘ เช่น ในที่นี้ คือ ๑๐๙๘
๒๙. ประสาร บุญประคอง : “อันณราย” คือ อันตราย
๓๐. พันธุ์ทิพย์ ธีระเนตร : “สนเท่ห์” หมายถึง สงสัย, ไม่แน่ใจ
๓๑. พันธุ์ทิพย์ ธีระเนตร : “บูรณะ” ในอดีตหมายถึงการซ่อมแซมปรับปรุงเพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์ได้ต่อไป ต่างจากความหมายในปัจจุบัน ซึ่งหมายถึง การซ่อมแซมและปรับปรุงให้มีลักษณะกลมกลืนกับของเดิมให้มากที่สุดแต่ต้องแสดงความแตกต่างของสิ่งที่มีอยู่เดิมกับสิ่งที่ทำขึ้นใหม่
๓๒. พันธุ์ทิพย์ ธีระเนตร : “ศอก” เป็นมาตราวัด (๑ ศอกเท่ากับ ๒ คืบ)
๓๓. พันธุ์ทิพย์ ธีระเนตร : “อบาย” หมายถึง ที่ที่ปราศจากความเจริญ, ความฉิบหาย
๓๔. พันธุ์ทิพย์ ธีระเนตร : “อพิจี” คือ อวิจี, อเวจี เป็นนรกขุมหนึ่งใน ๘ ขุม ผู้ที่ทำบาปอันเป็นปัญจานันตริยกรรม ได้แก่ การฆ่าบิดา มารดา การทำร้ายพระพุทธเจ้าจนถึงห้อพระโลหิต ทำร้ายพระภิกษุสงฆ์ผู้มีศีล และยุยงให้พระสงฆ์แตกจากกัน จะต้องไปตกนรกขุมดังกล่าวเป็นเวลาสิ้นกัลป์หนึ่ง ซึ่งระยะเวลาของกัลป์หนึ่งที่ถูกกล่าวไว้ในไตรภูมิพระร่วงคือ ภูเขาสูงได้โยชน์หนึ่ง กว้าง ๓ โยชน์ เมื่อถึง ๑๑ ปี จะมีเทพดานำผ้าทิพย์อันอ่อนดังควันไฟมาเช็ดภูเขานั้น เมื่อใดที่ภูเขาราบเรียบจึงถือว่าสิ้นกัลป์หนึ่ง
๓๕. พันธุ์ทิพย์ ธีระเนตร : “มณฑป” คืออาคารรูปสี่เหลี่ยม หลังคายอด
๓๖. พันธุ์ทิพย์ ธีระเนตร : “พระพุทธบาท” เป็นบริโภคเจดีย์ (เจดีย์ประเภทหนึ่งใน๔ประเภท) สร้างขึ้นเพื่อเป็นพุทธบูชา การบูชาพระพุทธบาทในไทยนั้นมีมาก่อนสมัยอยุธยา ดังเช่น พระพุทธบาทที่พระมหาธรรมราชาลิไท แห่งสุโขทัย ทรงสร้างไว้บนเขานาทอง จังหวัดกำแพงเพชร ส่วนการนมัสการพระพุทธบาทกลางเดือน ๓ และกลางเดือน ๔ นั้นเกิดขึ้นในสมัยอยุธยา ในรัชสมัยของพระเจ้าทรงธรรม (พ.ศ. ๒๑๕๓-๒๑๗๑) ซึ่งมีการพบรอยพระพุทธบาทที่สระบุรี จึงโปรดให้สร้างมณฑปครอบไว้ และเสด็จไปบูชาพระพุทธบาทนั้น การบูชาพระพุทธบาทได้สืบต่อมาในกษัตริย์ของกรุงศรีอยุธยาและกลายเป็นสิ่งที่ชาวบ้านในแถบภาคกลางปฏิบัติต่อมาจนในปัจจุบัน

เบอร์โทร

+66 2 8809429

อีเมล

webmaster@sac.or.th

แฟกซ์

+66 2 8809332

ที่อยู่

ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) เลขที่ 20 ถนนบรมราชชนนี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ 10170