จารึก

The Princess Maha Chakri Sirindhorn Anthropology Centre

จารึกดงแม่นางเมือง

จารึก

จารึกดงแม่นางเมือง ด้านที่ ๒

QR-code edit Share on Facebook

เวลาที่โพส โพสต์เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา 17:17:51

ชื่อจารึก

จารึกดงแม่นางเมือง

ชื่อจารึกแบบอื่นๆ

Dong Mè Nang Mưo’ng (K. 766), หลักที่ ๓๕ ศิลาจารึกดงแม่นางเมือง

อักษรที่มีในจารึก

ขอมโบราณ

ศักราช

พุทธศักราช ๑๗๑๐

ภาษา

เขมร, บาลี

ด้าน/บรรทัด

จำนวนด้าน ๒ ด้าน มี ๔๓ บรรทัด ด้านที่ ๑ มี ๑๐ บรรทัด ด้านที่ ๒ มี ๓๓ บรรทัด

ผู้อ่าน

ฉ่ำ ทองคำวรรณ (พ.ศ. ๒๕๐๘)

ผู้แปล

ฉ่ำ ทองคำวรรณ (พ.ศ. ๒๕๐๘)

ผู้ตรวจ

๑) คณะกรรมการจัดพิมพ์เอกสารทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และโบราณคดี สำนักนายกรัฐมนตรี (พ.ศ. ๒๕๑๘)
๒) กองหอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร (พ.ศ. ๒๕๒๙)

เชิงอรรถอธิบาย

๑. คณะทำงานฐานข้อมูลจารึกฯ (๒๕๔๗) : ใน คำอ่านของจารึกหลักนี้ ที่เผยแพร่ในจารึกในประเทศไทย เล่ม ๔ ตัวพยัญชนะ "ต" บางตัว ถูกอ่าน เป็น "ด" ทั้งที่เมื่อพิจารณารูปอักษรแล้ว อักษรที่ถูกอ่านเป็น “ต” และ “ด” ไม่มีความแตกต่างแต่ประการใด ดังนั้นเพื่อไม่ให้สับสน คณะทำงานฐานข้อมูลฯ จึงแก้ไขคำอ่าน จากที่อ่านเป็น “ด” ให้อ่านเป็น “ต” ทั้งหมด
๒. ฉ่ำ ทองคำวรรณ : คำว่า “กรุง” ในภาษาเขมร เป็นกริยา แปลว่า ครอบ รักษา ป้องกัน เป็นนามแปลว่า นคร ราชธานี บุรี ในภาษาหนังสือหรือในวรรณคดีใช้แทนคำว่า พญา หรือ ราชา ก็มี เช่น “กรุงศรีธรรมาโศก” ในศิลาจารึกนี้ก็คือ “พญาศรีธรรมาโศก” หรือ “พระเจ้าศรีธรรมาโศก” นั่นเอง เรื่องราวที่เกี่ยวกับพระเจ้าศรีธรรมโศกทั้งสองพระองค์ปรากฏอยู่ในหนังสือเอกสารประวัติศาสตร์เมืองพัทลุง ซึ่งแต่งเมื่อ พ.ศ. ๒๒๗๒ สมัยกรุงศรีอยุธยา รัชกาลสมเด็จพระภูมินทรราชา (ขุนหลวงท้ายสระ) เล่าเรื่องนางเลือดขาว มีใจความตอนหนึ่งเกี่ยวกับพระเจ้าศรีธรรมาโศกทั้งสองพระองค์ว่า “นางและเจ้าพญา (คือนางเลือดขาว และกุมารผู้เป็นสามี) กรีธาพลกลับหลังมายังสทิงบางแก้วเล่าแล กุมารก็เลียบดินดูจะสร้างเมือง ก็มาถึงแขวงเมืองนครศรีธรรมราชและก็สร้างพระพุทธรูปเป็นหลายตำบล จะตั้งเมืองบมิได้ เหตุน้ำนั้นเข้า หาพันธุ์สักบมิได้ ก็ให้มาตั้ง ณ เมืองนครศรีธรรมราช แลญังพระศพธาตุแลเจ้าพระยา (แลเจ้าพระญา = คือเจ้าพระญา) ศรีธรรมาโศกราช ลูกเจ้าพระยาศรีธรรมโศกราชนั้น” สำหรับข้อความที่ใช้เส้นดำนั้น หมายความว่า “ซึ่งมีพระบรมอัฐิของเจ้าพระญาศรีธรรมาโศกราช ผู้เป็นพระราชโอรสของเจ้าพระญาศรีธรรมาโศกราชประดิษฐานอยู่ในที่นั้น” ตามข้อความที่ยกมานี้พอจะทราบได้ว่า เมืองนครศรีธรรมราชในสมัยนั้นมีพระเจ้าแผ่นดินที่ทรงพระนามว่าพระเจ้าศรีธรรมาโศกราชอยู่สองพระองค์ คือ พระชนกกับพระราชโอรส แต่ถึงกระนั้นก็ยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัดว่า ข้อความที่กล่าวมานี้จะตรงกับข้อความในศิลาจารึกหลักนี้หรือไม่ ขอให้นักประวัติศาสตร์ช่วยกันพิจารณาต่อไป
๓. ฉ่ำ ทองคำวรรณ : “พระสรีรธาตุ” ในที่นี้ หมายเอาพระบรมอัฐิของพระเจ้าศรีธรรมาโศกในพระบรมโกศ
๔. ฉ่ำ ทองคำวรรณ : คำว่า “กมรเตง” เป็นภาษาขอมแปลว่า เป็นเจ้า โดยปริยายหมายว่าเป็นที่เคารพนับถือเช่นพระเจ้าแผ่นดินและครูอาจารย์เป็นต้น ส่วนคำว่า “ชคต” นั้นเป็นภาษาสันสกฤตแปลว่า สัตว์โลกหรือปวงชน “กมรเตงชคต” แปลว่า เป็นเจ้าแห่งสัตว์โลกหรือเป็นเจ้าแห่งปวงชน เพราะฉะนั้นคำว่า “กมรเตงชคตศรีธรรมโศก” จึงอาจแปลได้ว่า พระเจ้าศรีธรรมาโศกเป็นเจ้าแห่งสัตว์โลกหรือเป็นที่เคารพนับถือของปวงชน อนึ่ง พึงสังเกตว่า คำว่า “กมรเตง”นั้น ใช้สำหรับนำหน้านามของบุคคลซึ่งเป็นที่เคารพนับถือทั้งที่ยังดำรงชีวิตอยู่หรือสิ้นชีวิตไปแล้วก็ได้ แต่คำว่า “ชคต” เช่นในศิลาจารึกนี้ ใช้เฉพาะผู้ที่สิ้นชีวิตไปแล้ว ความหมายของคำว่า “ชคต” นอกจากนี้โปรดดูในพจนานุกรมสันสกฤต
๕. คณะทำงานฐานข้อมูลจารึกฯ (๒๕๔๗) : ในคำอ่านของจารึกหลักนี้ ที่เผยแพร่ในจารึกในประเทศไทย เล่ม ๔ ตัวพยัญชนะ “ป” บางตัว ถูกอ่าน เป็น “บ” ทั้งที่เมื่อพิจารณารูปอักษรแล้ว อักษรที่ถูกอ่านเป็น “ป” และ “บ” ไม่มีความแตกต่างแต่ประการใด ดังนั้นเพื่อไม่ให้สับสน คณะทำงานฐานข้อมูลฯ แก้ไขคำอ่าน จากที่อ่านเป็น “บ” ให้อ่านเป็น “ป” ทั้งหมด
๖. ฉ่ำ ทองคำวรรณ : ข้าบาทมูล = ข้าราชการในพระราชสำนัก
๗. ฉ่ำ ทองคำวรรณ : ผู้มีวรรณทุกเหล่า = วรรณทั้ง ๔ คือ กษัตริย์ พราหมณ์ แพศย์ ศูทร
๘. คณะทำงานฐานข้อมูลจารึกฯ (๒๕๔๗) : จากคำแปลที่พิมพ์เผยแพร่ในหนังสือ จารึกในประเทศไทย เล่ม ๔ แปลข้อความตรงนี้เป็นจำนวน ๑๐ แต่เมื่อพิจารณาจากรูปศัพท์คือ “สตมฺวยฺ” (สต = ๑๐๐, มฺวยฺ = ๑) เห็นว่าน่าจะแปลว่า ๑๐๐ มากกว่า
๙. ฉ่ำ ทองคำวรรณ : สีวิกา = วอ เสลี่ยง คานหาม
๑๐. ฉ่ำ ทองคำวรรณ : “ลิ” เป็นมาตราชั่งตวงของขอมในสมัยโบราณ
๑๑. ฉ่ำ ทองคำวรรณ : ราชาธิราชในที่นี้ = กรุงศรีธรรมาโศกหรือพระเจ้าศรีธรรมาโศกในบรรทัดแรก
๑๒. ฉ่ำ ทองคำวรรณ : กรุงสุนัต = พระเจ้าสุนัต
๑๓. ฉ่ำ ทองคำวรรณ : คำว่า “กมรเตงชคต” ในศิลาจารึกนี้ เป็นคำเรียกแทนพระนามพระเจ้าศรีธรรมาโศกในพระบรมโกศ
๑๔. ฉ่ำ ทองคำวรรณ : (มหา)ศักราช ๑๐๘๙ = พ.ศ. ๑๗๑๐
๑๕. ฉ่ำ ทองคำวรรณ : “บูรพาษาฒ” ชื่อฤกษ์ที่ ๒๐ ได้แก่ดาวแรดตัวผู้ หรือดาวช้างพลาย
๑๖. คณะทำงานฐานข้อมูลจารึกฯ (๒๕๔๗) : คำอ่านปัจจุบันเป็น “ฉทิง”
๑๗. คณะทำงานฐานข้อมูลจารึกฯ (๒๕๔๗) : คำอ่านปัจจุบันเป็น “ฉวา”
๑๘. คณะทำงานฐานข้อมูลจารึกฯ (๒๕๔๗) : คำอ่านปัจจุบันเป็น “ฉทิงชรูกเขวะ”
๑๙. คณะทำงานฐานข้อมูลจารึกฯ (๒๕๔๗) : คำอ่านปัจจุบันเป็น “โสรงขยำ”
๒๐. คณะทำงานฐานข้อมูลจารึกฯ (๒๕๔๗) : คำอ่านปัจจุบันเป็น “ตระโลม”
๒๑. คณะทำงานฐานข้อมูลจารึกฯ (๒๕๔๗) : คำอ่านปัจจุบันเป็น “ทระกง”
๒๒. คณะทำงานฐานข้อมูลจารึกฯ (๒๕๔๗) : คำอ่านปัจจุบันเป็น “เปร”
๒๓. คณะทำงานฐานข้อมูลจารึกฯ (๒๕๔๗) : คำอ่านปัจจุบันเป็น “ศรก”
๒๔. คณะทำงานฐานข้อมูลจารึกฯ (๒๕๔๗) : คำอ่านปัจจุบันเป็น “สดก”
๒๕. คณะทำงานฐานข้อมูลจารึกฯ (๒๕๔๗) : คำอ่านปัจจุบันเป็น “ศรุก”
๒๖. ฉ่ำ ทองคำวรรณ : อเลอ = แปลง ห้าอเลอ = ห้าแปลง

เบอร์โทร

+66 2 8809429

อีเมล

webmaster@sac.or.th

แฟกซ์

+66 2 8809332

ที่อยู่

ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) เลขที่ 20 ถนนบรมราชชนนี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ 10170