+

เด็กชายเติมเต็มกับการเตรียมตัว

“ล้างมือบ่อยๆล้างมือบ่อยๆ ไม่อยากสักนิดไม่ยากสักนิด....” หนึ่งในเพลงที่เติมเต็มร้องหลังจากที่ได้เรียนรู้เรื่องโควิด-19 จากที่โรงเรียนมา ช่วงแรกๆก็จะร้องบ่อยหน่อย หลังๆมาเริ่มร้องเพลงอื่นๆอีกมากมาย เติมเต็มนั้นถือว่าเป็นเด็กชายในยุคโควิด ใครจะไปรู้ว่าเมื่อเขาโตขึ้นอาจจะมีชื่อgenว่า genโควิดก็ได้ เหมือนดั่งเช่นgen x ,gen y ในช่วงยุค 90

การเตรียมตัวที่ 1 ด้วยความเป็นเด็กเขาจึงยังไม่รู้ถึงความน่ากลัวของไวรัสชนิดนี้ เติมเต็มจึงมักพูดบ่อยๆเวลาที่ตัวเองไอว่าเติมเป็นโควิด เวลาคนในครอบครัวไอเติมก็มักพูดว่าเป็นโควิด และยังลามไปถึงคนอื่นๆที่เขาพบเจอทั้งรู้จักและไม่รู้จัก คราวนี้เป็นหน้าที่ของพ่อและแม่แล้วว่าจะเตือนลูกไม่ให้พูดแบบนี้ได้อย่างไร เพราะเราไม่รู้ว่าคนอื่นเขาซีเรียสกับประโยคนี้แค่ไหน จึงเตือนลูกเสมอว่าเราไม่ควรพูดแบบนี้ อธิบายถึงความน่ากลัวของไวรัสนี้ สักช่วงหนึ่งเขาก็หยุดพูดไปเอง มีแซวเฉพาะพ่อแม่เท่านั้นว่า”แม่เป็นโควิดแล้ว”ซึ่งแม่ก็จะตอบว่าใช่และกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันต่อไป

การเตรียมตัวที่ 2 เตรียมตัวออกจากบ้าน “แม่เอาหน้ากากมาให้เติมไหม” เติมมักจะถามเมื่อเราไปถึงสถานที่ที่อื่นที่ไม่ใช่บ้าน เมื่อใส่หน้ากากกันเรียบร้อยแล้วก็พร้อมลุย ก่อนเข้าไปมักจะกดเจลแอลกอฮอล์ก่อนเข้าไป และพุ่งใส่หน้าตัวเองก็บ่อย เพราะโต๊ะที่วางเจลนั้นระดับความสูงเท่าหน้าเติมพอดี ฉะนั้นนอกจากแม่จะต้องเตรียมหน้ากากอนามัยให้ลูกแล้วแม่ยังต้องเตรียมตัวพกเจลไปบีบให้เติมเต็มก่อนเข้าไปสถานที่อื่นๆไปด้วยเช่นกัน

การเตรียมตัวที่ 3 การไปโรงเรียนของเด็กชายเติมเต็ม สิ่งที่ต้องเตรียมลงไปในกระเป๋าเพิ่มคือหน้ากากอนามัย 2ชิ้นใส่ไป1ชิ้นและสำรอง1ชิ้น และกระติกน้ำเพื่อที่จะไม่ต้องใช้แก้วของโรงเรียน ร่วมกับเด็กคนอื่น เพราะฉะนั้นของในกระเป๋านักเรียนก็จะมี 1.หน้ากากอนามัยสำรอง 2.กระติ๊กน้ำ 3.นมกินระหว่างวัน2กล่อง 4.หมวก 5.กางเกงสำรองเปื่อฉี่อึใส่กางเกงนักเรียน 6.เสื้อกันฝน(ฝนบ้านเราไม่แน่ไม่นอน) เมื่อก่อนมีแพมเพิสด้วยนะ บางวันมีเสื้อกันหนาวด้วย คิดดูสิเด็กตัวเท่านี้ต้องพกของเยอะขนาดนี้

การเตรียมตัวที่ 4 ใจของพ่อแม่ เมื่อถึงยุคที่โรคระบาดมาเยือนพ่อแม่ยังต้องออกไปหาเงินทุกวัน เสี่ยงทุกวันเมื่อออกไปข้างนอก ในเมื่อเรายังมีความจำเป็นที่ต้องออกนอกบ้านควรสังเกตุอาการและระวังตัวอยู่เสมอ ล้างมือบ่อยๆล้างมือบ่อยๆ นึกถึงคำลูกไว้ ไวรัสนี้รักษาหาย และดูเหมือนว่าไข้เลือดออกจะน่ากลัวกว่าด้วยซ้ำไป แต่เหนือสิ่งอื่นใดพ่อแม่ไม่ได้กลัวว่าตัวเองจะติดโควิดหรอก แต่กลัวเอามาติดลูกมากกว่า แม้ว่าอาการในเด็กจะไม่รุนแรงเท่าผู้ใหญ่ก็ตาม แต่การต้องแยกจากลูกทั้งที่ลูกป่วยนั้นเป็นสิ่งที่ยากจะรับมือที่สุดสำหรับพ่อแม่ที่สุดแล้ว ไม่อยากให้มันเกิดขึ้นเลยได้โปรด

สุดท้ายแล้วศึกครั้งนี้ไม่รู้ว่ามันจะจบลงเมื่อไหร่ เราจะเป็นผู้ติดเชื้อหรือไม่ ยังคาดเดาไม่ได้เลย การใส่หน้ากาก ล้างมือบ่อยๆ รักษาระยะห่าง กินของร้อน วันหยุดอยู่บ้านเป็นดี สังเกตอาการตัวเองอยู่เสมอ และรักษาสุขภาพ ยังคงต้องทำไปเรื่อยๆจนกว่าเราจะชนะมัน และอย่าลืม ไม่เอาตัวเองไปอยู่ในที่เสี่ยง แต่บางคนยังคงเลือกที่จะไปเสี่ยงอยู่เสมอเสี่ยงทุก15วัน ลุ้นกันทุกงวด

ปล.ล้างมือบ่อยๆล้างมือบ่อยๆ

ภาพประกอบ

+