+

ตู้ปันสุข ของวิเศษจากอุตตรกุรุทวีป

ในช่วงวิกฤตการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ทำให้ผู้คนที่มีรายได้น้อยกลับกลายเป็นผู้ที่ไม่มีรายได้ไป ตอนนี้ทุกคนอยู่กันได้ด้วยสมบัติเก่าที่เก็บไว้กันเกือบทั้งนั้น บางคนที่ไม่มีเงินเก็บก็จะเดือดร้อนกว่า ตู้ปันสุข เกิดจากแรงบันดาลใจที่จะต้องการแบ่งปันข้าวของที่เหลือมีให้กับคนที่ไม่มี เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้เขาเหล่านั้นสามารถยังชีพตนเองและครอบครัวได้ท่ามกลางวิกฤตนี้

ในช่วงวิกฤตการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ทำให้ผู้คนที่มีรายได้น้อยกลับกลายเป็นผู้ที่ไม่มีรายได้ไป  ตอนนี้ทุกคนอยู่กันได้ด้วยสมบัติเก่าที่เก็บไว้กันเกือบทั้งนั้น บางคนที่ไม่มีเงินเก็บก็จะเดือดร้อนกว่า

          ตู้ปันสุข เกิดจากแรงบันดาลใจที่จะต้องการแบ่งปันข้าวของที่เหลือมีให้กับคนที่ไม่มี เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้เขาเหล่านั้นสามารถยังชีพตนเองและครอบครัวได้ท่ามกลางวิกฤตนี้

          ด้วยความอัศจรรย์แห่งตู้ปันสุขที่มีข้าวของเครื่องใช้แบ่งปันให้กับผู้อื่นได้อย่างล้นเหลือ ทำให้นึกถึงของวิเศษอย่างหนึ่งในอุตตรกุรุทวีป โลกในอุดมคติของมนุษย์

          อุตตรกุรุทวีป คือโลกในอุดมคติตามแนวทางระบบพุทธจักรวาล เป็นดินแดนแห่งความดีงาม สวยงาม เพียบพร้อมไปด้วยความเป็นอยู่ที่สุขสบาย ไม่ต้องทำงาน ไม่เจ็บไข้ได้ป่วย มีอายุยืน มีกินมีใช้ไม่ขาด มนุษย์และสัตว์โลกไม่เบียดเบียนกัน ทุกคนเสมอเท่าเทียมกันแม้กระทั่งรูปร่างหน้าตา 

          อุตตรกุรุทวีป เป็นดินแดนหนึ่งในมหาทวีปทั้งสี่ของระบบพุทธจักรวาล

          มหาทวีปทั้งสี่ ตั้งอยู่ห่างออกไปจากเขาพระสุเมรุอันเป็นแกนกลางของจักรวาลทั้งสี่ด้าน ผ่านภูเขาสัตตบรรพตทั้ง 7 ลูก และมหานทีสีทันดรที่คั่นระหว่างภูเขาแต่ละลูก ก็จะพบมหาทวีปทั้งสี่อันได้แก่ ทิศใต้ คือ ชมพูทวีป ทิศตะวันตก คือ อมรโคยานทวีป ทิศตะวันออก คือ บุรพวิเหทวีป และทิศเหนือ คือ อุตตรกุรุทวีป

          ในบรรดาทวีปทั้งสี่ ชมพูทวีปมีความใกล้เคียงกับโลกมนุษย์มากที่สุด ในขณะเดียวกันอุตตรกุรุทวีปนั้นก็ห่างไกลโลกความจริงมากที่สุด ถือได้ว่าเป็นโลกในอุดมคติ โลกในฝัน  ที่ใคร ๆ ก็อยากไปอยู่กันทั้งนั้น แล้วโลกที่ว่านี้มันดีอย่างไรเล่า

          ผู้ที่เกิดในอุตตรกุรุทวีป มีใบหน้าเป็นรูปสี่เหลี่ยม มีรูปร่างไม่สูง ไม่ต่ำ ไม่ดำ ไม่ขาว ไม่ผอม ไม่อ้วน รูปทรงสมส่วน มีผิวพรรณผุดผ่องงดงาม เล่าแค่นี้อาจจะยังไม่รู้ว่ามันดียังไง ลองนึกภาพจินตนาการตามต่อไปนะครับ

          ผู้หญิงจะมีนิ้วมือนิ้วเท้ากลมกลึง มีเล็บสีแดงดั่งแต้มทาด้วยครั่ง พวงแก้มใสงามดั่งผัดแป้ง ใบหน้าเกลี้ยงเกลาปราศจากไฝฝ้า ผุดผ่องสดใสราวกับพระจันทร์วันเพ็ญ มีหน้าท้องแบนราบเรียบเสมอกัน (ถึงตรงนี้สาวๆ หลายคนเริ่มเห็นด้วย) ลำขาลำแข้งเรียวขาวงามเหมือนกล้วยทองฝาแฝด ลำตัวอ้อนแอ้นเกลี้ยงกลม มีเส้นผมเนื้อละเอียดดำขลับงามเหมือนปีกแมลงภู่ ทุกอิริยาบถ นั่งยืน เดินไปมาสง่างาม พูดจาน้ำเสียงไพเราะแจ่มใสปราศจากเสมหะ ที่สำคัญทุกคนถูกหยุดเวลาไว้ที่อายุ 16 ปี ไม่แก่ไม่เฒ่าไปตามกาลเวลาแม้จะมีอายุยืนได้ถึงหนึ่งพันปีก็ตาม

          ยังไม่หมด หากเป็นผู้ชายก็จะมีรูปร่างผิวพรรณเหมือนหนุ่มอายุ 20 ปี ตลอดเวลาจวบจนสิ้นอายุขัยหนึ่งพันปี วัน ๆ ไม่ได้ทำอะไร ก็พากันแต่งตัว ประพรมน้ำอบน้ำหอม เที่ยวเล่นไปตามประสา ฟ้อนรำทำเพลง สรวลเสรเฮฮา เข้าสวน เข้าป่ามีผลไม้ลูกขนุนใหญ่เท่าหม้อให้กินเล่นเพลิน ๆ บ้างก็ชวนกันเป็นเล่นน้ำเล่นท่าเป็นที่สนุกสนานสำราญใจ หากเหนื่อยล้าก็พักเอาตามโพรงต้นไม้ เมื่อเข้าไปก็มีเสื่อสาดอาสนะเป็นฟูกที่นอนหมอนอิง มีม่านและเพดานกั้น ปรากฏขึ้นมาโดยที่ไม่ต้องเตรียมไว้เลย

          หากรู้สึกหิวข้าวก็ไม่ต้องไปปลูกไปดำให้เมื่อย อุตตรกุรุทวีปมี สัญชาตสาลี คือข้าวที่เกิดขึ้นเอง เป็นรวงสวยงาม หอม ไม่มีเปลือก จึงไม่ต้องตำ ยังไม่พอทวีปนี้ยังมีเตาอเนกประสงค์ทำจากแผ่นหินชื่อ โชติปาสาณ สามารถนำข้าวและน้ำใส่หม้อวิเศษที่ทำจากผลไม้ชนิดหนึ่งชื่อว่า ตุณหิรกะ แล้วนำไปตั้งไว้บนแผ่นหินโชติปาสาณ ไฟก็จะลุกขึ้นหุงข้าวให้เอง เมื่อข้าวสุกไฟก็จะดับเอง (เหมือนหม้อหุงข้าวในปัจจุบันไหมครับ ใส่หม้อเสียบปลั๊ก ความร้อนก็มา พอข้าวสุกก็ตัดไฟเองได้ แถมมีอุ่นให้อีกต่างหาก) ส่วนกับข้าวกับปลาไม่ต้องหา ไม่ต้องทำ เพียงแค่นึกเอา กับข้าวก็จะปรากฏขึ้นมาได้ตามแต่ใจจะนึกเอา สัญชาตสาลีนี้นอกจากจะทำให้อิ่มท้องอย่างสะดวกสบายแล้ว ยังทำให้ผู้ที่กินไม่มีโรคภัยต่าง ๆ มาเบียดเบียนอีกด้วย

          นี่มันคือโลกในอุดมคติชัด ๆ งานไม่ต้องทำ แต่มีข้าวปลากินไม่อด ที่สำคัญยังไม่มีโรคภัยมาเบียดเบียนเอาเสียด้วย

          หากแค่นี้ยังสบายไม่พอ ที่อุตตรกุรุทวีปมีต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งสูง 100 โยชน์ กว้าง 100 โยชน์ วัดโดยรอบได้ 300 โยชน์ (1 โยชน์ ประมาณ 16 กิโลเมตร) ชื่อว่า ต้นกัลปพฤกษ์ หากผู้ใดต้องการข้าวของ อุปโภค บริโภคต่าง ๆ เสื้อผ้าอาภรณ์ ฯลฯ ของเหล่านี้ก็จะปรากฏที่ค่าคบของต้นกัลปพฤกษ์นี้ให้ได้หยิบใช้ต้องตามประสงค์ทุกประการ (คล้าย ๆ กับการเล่นสอยดาวตามงานวัด ที่เอาฉลากของขวัญขึ้นไปติดอยู่บนต้นไม้ใหญ่ อยากได้อันใดก็ชี้ให้เขาสอยเอาลงมา)

          บ้านไม่ต้องเช่า ข้าวไม่ต้องซื้อ เสื้อผ้าไม่ต้องทอ ข้าวของไม่ต้องเสาะหา สะดวกสบายอย่างสมบูรณ์ เป็นโลกตามแบบอย่างในอุดมคติของมนุษย์ในยุคนั้นโดยแท้ แถมผู้คนในทวีปนี้ก็เป็นคนดีเหลือประมาณ ทำบุญรักษาศีลอยู่เนืองนิตย์ หนทางที่จะพาไปสู่อบายใด ๆ ก็ไม่เคยข้องแวะ ด้วยบารมีของพวกเขาเหล่านั้นจึงทำให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่สุขสบายเช่นนี้

          กลับมาที่ตู้ปันสุข ของวิเศษจากอุตตรกุรุทวีปที่หลงเข้ามาอยู่ในโลกมนุษย์ ของวิเศษชิ้นนี้จะคล้าย ๆ  ต้นกัลปพฤกษ์ ที่มีข้าวของอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในการยังชีพมากมาย รอให้ผู้ที่ต้องการมาหยิบหาเอาไปใช้ยังชีพตน โดยมีความคาดหวังของผู้ให้ว่า ข้าวของที่นำมาใส่ไว้ในในตู้ปันสุขนั้น จะถึงมือผู้ที่เดือดร้อนอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม โดยลืมนึกไปว่าที่นี่คือโลกมนุษย์ ไม่ใช่โลกในอุดมคติอย่างที่ในอดีตเขาฝันถึงกัน

          อย่างไรก็ตามเมื่อคนในโลกมนุษย์ไม่ได้เป็นคนอย่างในอุตตรกุรุทวีป จึงทำให้เราเห็นภาพผู้ที่เห็นแก่ตัวกอบโกยเอาของในตู้ปันสุขที่คนบริจาคด้วยความเมตตาและความคาดหวังที่จะให้ของบริจาคถึงมือผู้ที่เดือดร้อนโดยทั่วถึงอย่างเท่าเทียม

          เราไม่อาจแก้ไขสิ่งที่อยู่ภายนอกตัวเราให้เป็นอย่างที่เราหวังได้ เราไม่สามารถแก้คนไม่ให้เห็นแก่ตัวได้ เราไม่สามารถแก้คนให้รู้สึกเมตตาต่อผู้อื่นได้ครบทั้งหมด

          ดังนั้นเราอาจจะต้องกลับมาแก้ที่ตัวเราเอง ด้วยการตัดความคาดหวังออกไปเสียให้เหลือเพียงความเมตตา ทันทีที่เราเอาของใส่เข้าตู้ปันสุขเรียบร้อยแล้ว เราต้องเดินหนีออกมาโดยที่ไม่หันกลับไปมองไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม 

          ในคัมภีร์ไตรภูมิกถา ส่วนที่ว่าด้วยแดนมนุษย์กล่าวถึงมนุษย์ทั้งหลายในโลกนี้ว่ามี 4 ประเภท ซึ่งบ่งบอกถึงลักษณะของมนุษย์ในโลกนี้  

          อย่างพวกที่ชอบทำชั่วทำบาป ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ได้รับความทุกข์มากนักจัดว่าเป็น มนุษย์นรก 

          พวกหนึ่งไม่มีความรัก ความเมตตาปรานี อกตัญญูบิดามารดา ครูบาอาจารย์ จิตใจหยาบช้า ฝักใฝ่ในอกุศล พวกนี้ได้ชื่อว่าเป็น มนุษย์เดรัจฉาน

          อีกพวกหนึ่ง ไม่เคยทำบุญทำกุศล เห็นแก่ตัว ไม่มีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น พวกนี้ได้ชื่อว่า มนุษย์เปรต

          พวกสุดท้ายรู้จักบาปบุญคุณโทษต่าง ๆ หมั่นทำบุญรักษาศีล ละอายต่อการทำบาปทั้งปวง กตัญญูรู้คุณ มีความเมตตาปรานีต่อผู้อื่นอยู่เสมอ มนุษย์เหล่านี้จึงได้ชื่อว่าเป็น มนุษย์คน

          ลองเลือกดูนะครับ ว่าเราอยากเป็นมนุษย์แบบไหนในโลกใบนี้

-----------------------------------------------------------

อ้างอิง

กรมศิลปากร. ไตรภูมิกถาฉบับถอดความ. พิมพ์ครั้งที่ 2 ในการสัมมนาทางวิชาการเรื่อง คติไตรภูมิ : อิทธิพลต่อ วิถีสังคมไทย. บริษัท เอดิสัน เพรส โพรดักส์ จำกัด. 2555.

บทความฉบับเต็ม

ประเภทไฟล์ ดาวน์โหลด
+