โบราณสถานหมายเลข 44 เมืองคูบัว


ชื่ออื่น : โคกนายผาด

ที่ตั้ง : ม.1 บ้านหนองเกษร

ตำบล : เกาะศาลพระ

อำเภอ : วัดเพลง

จังหวัด : ราชบุรี

พิกัด DD : 13.468871 N, 99.840586 E

เขตลุ่มน้ำหลัก : แม่กลอง

เขตลุ่มน้ำรอง : แม่น้ำอ้อม, ห้วยคูบัว, ห้วยชินสีห์

เส้นทางเข้าสู่แหล่ง

โบราณสถานหมายเลข 44 ตั้งอยู่ทิศใต้นอกเมืองโบราณคูบัว โดยห่างออกไปจากคูเมืองด้านทิศใต้ไปประมาณ 800 เมตร ติดกับวัดหนองเกษร (อยู่ทางทิศใต้ของวัดหนองเกษรริมถนนสายวัดหนองเกษร-บ่อกระดาน  

ประโยชน์ทางการท่องเที่ยว

เป็นแหล่งท่องเที่ยว

รายละเอียดทางการท่องเที่ยว

โบราณสถานหมายเลข 44 ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์และปรับปรุงภูมิทัศน์ค่อนข้างดี สามารถพัฒนาศักยภาพให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งของเมืองคูบัวได้มากกว่าปัจจุบันซึ่งกำลังถูกปล่อยให้รกร้าง

หน่วยงานที่ดูแลรักษา

กรมศิลปากร

การขึ้นทะเบียน

ขึ้นทะเบียนของกรมศิลปากร

รายละเอียดการขึ้นทะเบียน

ประกาศขึ้นทะเบียนและกำหนดเขตที่ดินโบราณสถานในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 118 ตอนที่ 87ง วันที่ 10 กันยายน 2544

ภูมิประเทศ

ที่ราบ

สภาพทั่วไป

 

โบราณสถานหมายเลข 44 ตั้งอยู่นอกคูเมืองด้านทิศใต้ ห่างจากคูเมืองไปทางทิศใต้ประมาณ 800 เมตร ล้อมรอบด้วยที่ราบลุ่ม

สภาพทั่วไปก่อนการขุดแต่งในปี พ..2504 มีลักษณะเป็นเนินโบราณสถานที่ก่อด้วยอิฐ มีดินปกคลุมอยู่ด้านบน ตัวเนินกว้างยาวด้านละ 10-11 เมตร สูงประมาณ 2.8 เมตร

โบราณสถานแห่งนี้ได้รับการขุดแต่งและบูรณปฏิสังขรณ์ รวมทั้งปรับปรุงภูมิทัศน์จากกรมศิลปากร แต่ปัจจุบันเริ่มมีดินและวัชพืชปกคลุมบนโบราณสถาน 

 

ความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง

9 เมตร

ทางน้ำ

คูเมืองห้วยชินสีห์

สภาพธรณีวิทยา

[ดู เมืองคูบัว]

ยุคทางโบราณคดี

ยุคประวัติศาสตร์

สมัย/วัฒนธรรม

สมัยทวารวดี

อายุทางโบราณคดี

ราวพุทธศตวรรษที่ 12-16 / พ.ศ.1100-1600 / 1400-900 BP

ประวัติการศึกษา

ชื่อผู้ศึกษา : สมศักดิ์ รัตนกุล

ปีที่ศึกษา : พ.ศ.2504

วิธีศึกษา : ขุดแต่ง

องค์กรร่วม / แหล่งทุน : กรมศิลปากร

ผลการศึกษา :

สมศักดิ์ รัตนกุล ขุดแต่งโบราณสถานหมายเลข 44 เมืองคูบัว ระหว่างวันที่ 31 พฤษภาคม ถึงวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ.2504

ประเภทของแหล่งโบราณคดี

ศาสนสถาน

สาระสำคัญทางโบราณคดี

โบราณสถานหมายเลข 44 เป็นส่วนฐานของสิ่งก่อสร้างที่ก่อด้วยอิฐ สันนิษฐานว่าเป็นส่วนฐานของเจดีย์สมัยวัฒนธรรมทวารวดี ความสูงจากฐานล่างถึงยอดเนินประมาณ เมตร บางส่วนขององค์เจดีย์ปรากฏร่องรอยปูนฉาบ

ฐานเจดีย์ชั้นล่างสุดเป็นฐานเขียง มีแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาดกว้าง (ตามแนวทิศตะวันออก-ตะวันตก) 13.7 เมตร ความยาว (ตามแนวทิศเหนือ-ใต้) 17.8 เมตร สูง 3.7 เมตร มีบันไดยื่นออกมาทั้ง ด้าน ด้านบนของฐานชั้นนี้มีลานประทักษิณ ฐานชั้นที่ เป็นฐานบัววลัย อยู่ในผังสี่เหลี่ยมจัตุรัส ยกเก็จหรือกระเปาะ มีการย่อมุม (3 ชั้นคล้ายคลึงกับโบราณสถานหมายเลขในฐานชั้นนี้จากการขุดแต่งในปี พ..2504 ทางด้านทิศตะวันออกพบประติมากรรมรูปสิงโตนั่งสลับกับสิงโตยืน ส่วนผนังอีก 3ด้านเป็นรูปคนแคระแบก มีอิทธิพลของศิลปะลังกา นอกจากนั้นยังมีเศียรพระพุทธรูป ชิ้นส่วนพระพุทธรูป เทวรูป หรือเทวดา ซึ่งล้วนทำมาจากปูนปั้น

.ดร.ศักดิ์ชัย สายสิงห์ (2547 : 112) ให้ความเห็นว่าการทำฐานยกเก็จหรือยกกระเปาะ ทำให้ผนังอาคารเกิดเป็นช่อง เกิดความสวยงาม และคงมีวัตถุประสงค์เพื่อการประดับงานประติมากรรมด้วย เจดีย์ที่มีการยกเก็จขึ้นที่มุมทั้งสี่ ทำให้เกิดลักษณะคล้ายๆกับเสาประดับมุม ลักษณะเช่นนี้อาจเปรียบเทียบได้กับงานสถาปัตยกรรมที่ร่วมสมัยกัน เช่น ปราสาทของศิลปะจามในระยะแรกๆ ที่เรียกว่า “กาลัน” และ “จันทิ” ในศิลปะชวากลาง หรือปราสาทขอมในสมัยก่อนเมืองพระนคร 

ผู้เรียบเรียงข้อมูล-ผู้ดูแลฐานข้อมูล

ทนงศักดิ์ เลิศพิพัฒน์วรกุล

บรรณานุกรม

ระบบฐานข้อมูลแหล่งมรดกทางศิลปวัฒนธรรม และระบบภูมิสารสนเทศ โครงการสำรวจแหล่งมรดกทางศิลปวัฒนธรรม [Online]. Accessed 30 March 2011. Available from http://www.gis.finearts.go.th

ศักดิ์ชัย สายสิงห์ศิลปะทวารวดี วัฒนธรรมพุทธศาสนายุคแรกเริ่มในดินแดนไทยกรุงเทพฯ เมืองโบราณ, 2547.

สมศักดิ์ รัตนกุลโบราณคดีเมืองคูบัวกรุงเทพฯ กรมศิลปากร (จัดพิมพ์เนื่องในงานพระราชทานเพลิงศพ ว่าที่ ร..สมศักดิ์ รัตนกุล), 2535.

สำนักงานโบราณคดีและพิพิธภัณสถานแห่งชาติที่ ราชบุรีคูบัว ความสัมพันธ์กับชุมชนทวารวดีในบริเวณใกล้เคียงกรุงเทพฯ กรมศิลปากร, 2541.